จริงแล้วไม่รู้ว่าควรเรียกว่า พรีเมียร์ลีก สัปดาห์ที่ 34 หรือ 35 ดี เพราะยังมีอีกหลายทีมที่ต้องลงเล่นเกมในเกมที่ 35 ช่วง กลางสัปดาห์นี้ แต่ถึงกระนั้น นั่นเป็นเรื่องที่ยังมาไม่ถึง เราจึงอยากจะพูดแค่ถึงเกมสุดสัปดาห์ไปยันเกมวันจันทร์ ที่เชลซี เสมอ เบิร์นลี่ย์กันเสียยกหนึ่งก่อน

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การเหลือเกมอีกเพียง 3-4 นัด ก็ต้องถือว่านี่คือโค้งสุดท้ายอย่างแท้จริง ในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกปีนี้ ส่วนการลุ้นโควตา แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ยังเป็นอะไรที่พลิกกันได้และไม่แน่นอนอย่างยิ่ง แล้วยังมีส่วนของการลุ้นหนีตกชั้นอีก 1 ที่ ที่ยังไม่รู้ว่าเป็นใครด้วย

และนี่คือ เรื่องราวที่เรารู้หลังผ่านเกมสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาครับ

 

ลิเวอร์พูลได้คะแนนสูงสุดในประวัติศาสตร์

(David Davies/PA via AP)

ชัยชนะ 2-0 เหนือ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ทำให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นไปมี 88 คะแนน ในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ และนี่ยังเป็นสถิติสูงสุดเท่าที่พวกเขาเคยทำได้ในพรีเมียร์ลีกด้วย ซึ่งทำให้เป็ป กวาร์ดิโอล่า ยังออกมายอมรับว่า พวกเขาต้องเจอกับลิเวอร์พูลในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดอีกด้วย

เราต้องเจอกับลิเวอร์พูลในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา และ เป็นหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดที่ผมเคยเผชิญหน้าด้วย” กวาร์ดิโอล่า กล่าวถึงคู่แข่งของพวกเขา

แต่กระนั้น ถึงแม้พวกเขาจะเป็นทีมที่ดีที่สุด และยังเหลือเกมอีก 3 นัด ให้พวกเขาเก็บสถิติด้วยการทำคะแนนสูงสุดต่อไป แต่อย่าลืมว่า สุดท้าแล้ว ถ้าซิตี้ ไม่พลาดให้ พวกเขาก็จะได้แค่รองแชมป์พรีเมียร์ลีกเท่านั้น

ถึงตอนนั้น คงไม่มีใครจะมาฉลองสถิติการทำคะแนนสูงสุดของพวกเขาแน่นอน ดังนั้น พวกเขาต้องหวังพึ่งปาฏิหาริย์ให้มีดราม่าเกิดขึ้น แล้วเกล่า “เดอะ ค็อป” ก็จะได้ฉลองอย่างสุดเหวี่ยงกันจริง ๆ แน่นอน

 

แมนฯ ซิตี้ กับมาตรฐานที่คงเส้นคงวา

(AP Photo/Rui Vieira)

การเช็ตมาตรฐานด้วยการทำเกิน 100 คะแนน ในฤดูกาลที่แล้ว เป็นมาตรฐานที่สูงมากเท่าที่ทีมทีมหนึ่งจะทำได้ในฟุตบอลลีกไม่ว่าจะเป็นลีกประเทศไหนก็ตาม และมันยิ่งยากเข้าไปใหญ่ เมื่อเป็น 4 ลีกใหญ่ยุโรป โดยเฉพาะในพรีเมียร์ลีก ที่เล่าลือกันว่า มีมาตรฐานช่องว่างระหว่างแต่ละทีมน้อยที่สุด

ทีมของ เป็ป กวาร์ดิโอล่า ทำลายสถิติ ได้คะแนนสูงสุดของ โชเซ่ มูรินโญ่ กับ เชลซี ในปี 2004-05 ที่ทำไว้ 95 คะแนนลงเมื่อปีก่อนก็จริง แต่ปีนี้ พวกเขาก็มีสิทธิ์จะก้าวข้ามสถิตินั้น ขึ้นไปเป็นที่ 2 รองจากสถิติของตัวเองในปีก่อนอีกครั้ง

ชัยชนะเหนือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ จากประตูของ ฟิล โฟเด้น ทำให้มี 86 คะแนนในตอนนี้ ถึงแม้จะเป็นที่ 2 ของตาราง แต่ก็มีเกมในมือมากกว่าจ่าฝูงอย่าง ลิเวอร์พูลอยู่ 1 นัด ดังนั้นพวกเขามีอีก 4 เกมในมือ และหากพวกเขาเอาชนะได้หมด นอกจากจะคว้าแชมป์แน่นอนแล้ว ยังเป็นการทำลายสถิติของ มูรินโญ่ เป็นปีที่ 2 ติดต่อกันด้วย เพราะพวกเขาจะมี 98 คะแนน

และนั่นจะตอกย้ำว่า พวกเขาไม่ได้แตกต่างกับปีก่อนเท่าไหร่เลย เพราะคะแนนจะอยู่ที่ 98 กับ 100 แต้ม และตราบเท่าที่ กวาร์ดิโอล่า ยังอยู่ที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม ซิตี้ คงจะน่ากลัวแบบนี้ต่อ ๆ ไป

 

แมนฯ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง

(Martin Rickett/PA via AP)

“หมดสภาพ” คงไม่มีคำไหนบรรยายสภาพความพ่ายแพ้ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อ เอฟเวอร์ตัน ได้ดีไปกว่าคำคำนั้นอีกแล้ว หลังบุกไปพ่ายถึงกูดิสัน พาร์ค มาแบบเละเทะ 0-4

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือของทีม “ปีศาจแดง” เปรย ๆ เรื่องการโละผู้เล่นชุดเก่าและ สร้างทีมใหม่อยู่บ้างก่อนหน้านี้ แต่หลายคนก็อาจจะยังไม่เห็นความจำเป็น จนกระทั่งมาเห็นฟอร์มการเล่นในเกมนี้ของทีมรัก ซึ่งเป็นการพ่ายต่อ “ท็อฟฟี่” นัดที่ 6 ในรอบ 8 เกมหลังสุดที่มาเยือนที่นี่อีกด้วย

เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทีมทั้งทีมได้ในขั้นตอนเดียว แต่ ผมบอกได้เลยว่าตลอดช่วงเวลาที่ผมประสบความสำเร็จที่นี่ เราก็จะยังมีผู้เล่นที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ประสบความสำเร็จเสมอ

ประโยคดังกล่าว อาจจะเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึงในช่วงหน้าร้อนนี้ก็ได้นะ!

 

โควตา แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เหลืออาจจะอยู่ที่ลอนดอน

(AP Photo/Kirsty Wigglesworth)

3 ทีมจากลอนดอน กับ 1 ทีมจากแมนเชสเตอร์ กำลังขับเคี่ยวแย่งโควตา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ อีก 2 ที่นั่ง ในอันดับที่ 3 และ 4 ซึ่งดูเหมือนว่า โชคชะตาจะเข้าทางทีมจากลอนดอนมากกว่าทีมจากเมืองท่าในแดนเหนือ

ผลเสมอชองเชลซี กับ เบิร์นลี่ย์ ด้วยสกอร์ 2-2 อาจจะไม่ใช่ผลที่เมาริซิโอ ซาร์รี่ พอใจ เพราะพวกเขาอาจจะต้องการสามคะแนนเต็มมากกว่า แต่ 1 คะแนนที่ได้มาก็เพียงพอให้ทีมขึ้นไปรั้งที่ 4 ในตอนนี้ แม้ว่า จะแข่งขันมากกว่าคู่แข่งที่ลุ้นพื้นที่เดียวกันนี้อยู่ 1 เกม

ท็อตแน่ม ดูภาษีดีสุด ถ้าพวกเขาไม่พลาดใน 4 นัดที่เหลือ, ส่วนอาร์เซน่อล ถ้าพวกเขาชนะหมด ก็จะได้ไปลุยถ้วยบิ๊กเอียร์เช่นกัน

เชลซี ถ้าชนะหมด ก็ต้องมาลุ้นให้ อาร์เซน่อล หรือ ท็อตแน่ม พลาดสักนัด ซึ่งก็พอมีความเป็นไปได้

แต่ ยูไนเต็ดนี่เหนื่อยสุด เพราะลำพังแค่ต้องชนะใน 4 นัดที่เหลือซึ่ง หนึ่งในนั้นต้องเจอ แมนฯ ซิตี้ ก็ลำบากมากแล้ว แล้วยังต้องแช่งทุกทีมด้านบนให้พลาดทีมละเกมด้วย

งานนี้ แฟนผี อาจจะต้องพึ่งคุณพระคุณเจ้าหน่อยแล้วล่ะ

 

ไบรจ์ตัน กับ กลยุทธ์อุดเพื่ออยู่รอด

(Nick Potts/PA via AP)

ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือไม่ ที่พวกเขาไม่สามารถสร้างโอกาสจบสกอร์ได้เลยตลอดเกม แต่เกมที่ไปเยือน วูล์ฟแฮมป์ตัน นั้น ไบรจ์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ตั้งใจเกมมาเพื่อเล่นเกมรับจริง ๆ

ทุกคะแนนสำหรับทีมหนีตกชั้น เป็นคะแนนที่สำคัญอย่างยิ่ง เรื่องนี้เชื่อว่าคนดูบอลรู้ดี และคะแนนจาก วูล์ฟส์ สำคัญสุด ๆ ตรงที่ว่า มันทำให้พวกเขานำคาร์ดิฟฟ์ อยู่ 3 คะแนนเต็ม ซึ่งต่อให้พวกเขาพลาดอีกนัด จนทีม “บลูเบิร์ดส์” ไล่มาแต้มเท่าก็ตาม แต่พวกเขาได้เปรียบประตูได้เสียเหนือทีมจากเวลส์ถึง 14 ประตู ที่ -21 ต่อ -35

ดังนั้น ถ้าหากกลยุทธ์รถบัส ในเกมที่พบหมาป่า เป็นความตั้งใจที่จะมาเอาแต้มเดียวโดยพยายามเล่นแต่เกมรับ เพื่อไม่ให้เสียสมาธิเพื่อเป็นฝ่ายบุกแล้วล่ะก็ คริส ฮิวจ์ตัน ก็ถือเป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ตัวจริง

เพราะการจะมาเอาแต้มจากวูล์ฟส์ ที่โมลินิวซ์ ก็เป็นอันรู้กันดีว่ายากยิ่งกว่ายาก ขนาดทีม บิ๊กซิกซ์ ยังเอาชื่อไปทิ้งตั้งหลายทีมแล้ว แล้ว 1 คะแนนเกมนี้ มันมีค่าเหลือเกิน ซึ่งถ้าสุดท้ายแล้ว ไบรจ์ตัน รอดตกชั้นจริง ๆ เกมนี้ อาจจะเป็นเกมแห่งฤดูกาลของพวกเขาเลยก็ได้

“Mr.BOSTON”

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports