ทำดีที่สุดแล้วทั้ง “เดอะ ค็อป” และเหล่าแข้ง “หงส์แดง” ที่แม้ว่าจะเปิดบ้านเอาชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน ไปได้ 2-0 แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้

AP Photo/Dave Thompson

ศึกพรีเมียร์ลีกนัดหยุดโลก ลิเวอร์พูล เปิดรังแอนฟิลด์ต้อนรับการมาเยือนของ วูล์ฟแฮมป์ตัน โดยเกมนี้ คล็อปป์ ส่งผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนามลงทุกตำแหน่ง ขาดแค่ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ที่ยังมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวน โดยเกมนี้ “หงส์แดง” ต้องเดินลงสนามด้วยสองเงื่อนไขนั่นคือ การเอาชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน ให้ได้ก่อนเป็นอย่างแรก พร้อมกับการวิงวอนให้ แมนฯ ซิตี้ สะดุดยอดหญ้าที่ เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม

เริ่มเกมมาได้ 17 นาที “เดอะ ค็อป” ได้เฮกันลั่นโลกหลัง ซาดิโอ มาเน่ วิ่งมาถึงพื้นที่หน้ากรอบหกหลาก่อนซัดตูมเดียวบอลสวนตัว รุย ปาทริซิโอ้ เข้าประตูไปอย่างเด็ดขาด หากจบด้วยสถานการณ์แบบนี้ ลิเวอร์พูล จะเป็นแชมป์ !!!

AP Photo/Dave Thompson

สิบนาทีต่อมา เสียงเชียร์ใน แอนฟิลด์ ดังกระหึ่มอีกคำรบ หลังทราบผลอีกสนามว่า เกล็น เมอร์เรย์ พังประตูให้ ไบรท์ตัน ออกนำ แมนฯ ซิตี้ แต่ทว่าดีใจได้เพียงแค่นาทีเดียว “เรือใบสีฟ้า” ก็ตามตีเสมอได้สำเร็จจาก เซร์คิโอ อเกวโร่ !!!

เท่านั้นยังไม่พอ นาทีที่ 38 แมนฯ ซิตี้ กลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบในตารางคะแนน หลัง อายเมริค ลาป็อกตร์ ทำประตูให้ต้นสังกัดแซงนำ 1-2 หากจบแบบนี้ ลูกทีมของเป๊ปจะเป็นฝ่ายได้ชูโทรฟี่

นาทีที่ 43 เหล่า “เดอะ ค็อป” หัวใจเกือบวาย หลัง แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ สอดขึ้นมายิงในกรอบด้วยขวา บอลพุ่งไปชนคานดังสนั่นมาถึงเมืองไทย

ในช่วงเวลาที่เหลือ “หงส์แดง” ที่ครองเกมได้เหนือกว่า ยังไม่สามารถหาจังหวะจบสกอร์แบบเน้นๆ ได้ จบครึ่งแรกที่แอนฟิลด์ ลิเวอร์พูล นำอยู่ 1-0 แต่อันดับยังอยู่ที่รองจ่าฝูงเช่นเดิมเหมือนก่อนลงสนาม

AP Photo/Dave Thompson

กลับมาสู้กันต่อในครึ่งเวลาหลัง เกมผ่านมาครบชั่วโมง “หงส์แดง” ที่รูปเกมดูดร็อปลงอย่างเห็นได้ชัดเกือบได้เม็ดที่สอง หลัง ดิว็อค โอริกี้ ได้ฮาล์ฟวอลเลย์บอลแฉลบแนวรับทีมเยือนออกไป แต่ผู้ตัดสินกลับเป่าให้ วูล์ฟ ได้เป็นลูกตั้งเตะ

หลังจากนั้นอีกเพียงแค่นาทีเดียว ข่าวร้ายมาเยือนแอนฟิลด์อีกครั้ง หลัง ริยาด มาห์เรซ พังประตูให้ แมนฯ ซิตี้ หนี ไบรท์ตัน ห่างไปเป็น 1-3 หากจบแบบนี้ “เรือใบสีฟ้า” จะเป็นฝ่ายคว้าแชมป์

นาทีที่ 72 โอกาสในการคว้าแชมป์ของ ลิเวอร์พูล ชักจะริบหรี่ไปกันใหญ่ หลัง แมนฯ ซิตี้ มาได้เม็ดที่สี่จาก อิลคาย กุนโดกัน เท่ากับว่า “หงส์แดง” ต้องลุ้นให้ ไบรท์ตัน ยิงอย่างน้อยสามประตูเพื่อทำให้พวกเขาแซงในวินาทีสุดท้าย

เข้าสู่ช่วงสิบนาทีสุดท้าย ลิเวอร์พูล มาได้เม็ดที่สอง หลัง เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ครอสบอลจากกราบขวาเข้าไปถึง ซาดิโอ มาเน่ เทคตัวโขกสะบัดบอลพุ่งเข้าไปอย่างเยือกเย็น ส่งผลให้สตาร์เซเนกัลขึ้นมารั้งเป็นดาวซัลโวสูงสุดในพรีเมียร์ลีก เทียบเท่ากับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แต่จบแบบนี้ “หงส์แดง” จะยังจบด้วยการเป็นรองแชมป์

AP Photo/Dave Thompson

ในช่วงเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมไม่สามารถบวกสกอร์กันเพิ่มได้ จบเกม ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน ไปด้วยสกอร์ 2-0 ทำภารกิจด่านแรกของตัวเองสำเร็จ ในขณะที่ผลการแข่งขันอีกหนึ่งคู่นั้นไม่มีพลิกล็อคแต่อย่างใดหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกไปถล่ม ไบรท์ตัน 1-4 ส่งผลให้ “เรือใบสีฟ้า” เป็นฝ่ายคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ

ลิเวอร์พูล : อลิสสัน, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, เดยัน ลอฟเรน, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน,จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินิโอ้ ไวจ์นัลดุม, ฟาบินโญ่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์

วูล์ฟแฮมป์ตัน : รุย ปาทริซิโอ้ , ไรอัน เบนเน็ตต์, คอเนอร์ โคอาดี้, วิลลี่ โบลี่, แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้, รูเบน เนเวส, โจนาธาน “จอนนี่” คาสโตร, เลอันเดอร์ เดนด็องเกอร์, เจา มูตินโญ่, ดีโอโก้ โจต้า, ราอูล ฆิเมเนซ

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports