ย้อนกลับไปสักเดือนเศษ เชื่อได้ว่าแฟนบอลไทยหลายๆ คน โดยเฉพาะสาวก “พยัคฆ์ล้านนา” เชียงใหม่ เอฟซี น่าจะช็อกกันไม่น้อย หลังแม้ทัพใหญ่ที่ขับเคลื่อนทีมขึ้นมาผงาดบนเวทีลีกสูงสุดได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรอย่าง ชูชัย เลิศพงศ์อดิศร หรือที่หลายๆ คนมักจะคุ้นปากกันในนามว่า “สว.ก๊อง” ได้ตัดสินใจก้าวลงจากเก้าอี้ประธานสโมสรชนิดสายฟ้าแลบแบบไม่ทันให้ใครได้ตั้งตัว

ขอบคุณภาพ : ACTION24CNX

ท่ามกลางกระแสข่าวลือถึงความขัดแย้งต่างๆ นานา ที่หลายๆ คนพากันคิดว่า หรือการลงจากเก้าอี้ครั้งนี้ของ “สว.ก๊อง” จะไม่สวยงามสักเท่าไหร่ วันนี้เรามีโอกาสดีที่จะได้ไขข้อข้องใจถึงประเด็นดังกล่าวไปพร้อมๆ กัน

สถานะปัจจุบัน
ประธานสโมสรเจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ด

“ตอนนี้กลับมาดูแล เจแอล เชียงใหม่ฯ ที่ผมเป็นคนเริ่มทำมาเองกับมือครับ จริงๆ เป้าหมายแรกของพวกเราคือ พยายามพาตัวเองไปอยู่ใกล้กับพื้นที่การเลื่อนชั้นสู่ไทยลีกให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” ประธานฯ เจแอล เริ่มร่าย

“แต่ถ้ามองจากสถานการณ์ล่าสุด เราเอง (เจแอล เชียงใหม่) ก็คงต้องยอมรับว่ายังไม่ใช่ในฤดูกาลนี้ เพราะแต้มเรายังห่างจากโซนเลื่อนชั้นอยู่เยอะพอสมควร แต่พูดแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าผมถอดใจนะ เราพยายามเน้นทุกแมตช์ ทำเต็มที่ที่สุด จะเลื่อนชั้นหรือไม่ค่อยว่ากันอีกที สำคัญสุดคือเรายังต่อสู้เพื่อแฟนบอลของเรา”

จากกันด้วยดี
“รัก” และยังปรารถนาดีต่อ เชียงใหม่ เอฟซี เหมือนเดิม

“จากใจเลยนะ ผมเองยังรัก มีความปรารถนาดี และอยากจะเห็น เชียงใหม่ เอฟซี ประสบความสำเร็จต่อไปเหมือนเดิมไม่มีวันเปลี่ยน ผมกล้าพูดได้เลยว่าการได้เป็นประธานเชียงใหม่ เอฟซี คือหนึ่งในสิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุดในชีวิตผม ผมไม่เคยเห็นศรัทธาจากพี่น้องแฟนบอลที่ไหนมากมายขนาดนี้ เราร้องไห้ด้วยกัน หัวเราะด้วยกัน เราผ่านช่วงเวลาต่างๆ ที่ครบรสทั้งทุกข์ และสุข ผมจดจำเรื่องราวทั้งหมดนี้ไว้ในหัวใจไม่เคยลืม”

“มันเป็นอะไรที่ยากเหมือนกันกับวินาทีที่ตัดสินใจลงจากตำแหน่ง อาจจะมีข่าวลืออะไรต่างๆ มากมายว่าเรามีความขัดแย้ง หรือทะเลาะกัน แต่ความจริงก็คือความจริง ผมเดินออกมาจากทีมด้วยดี ทั้งทีมบริหาร หรือกลุ่มแฟนบอลต่าง ก็ไม่ได้มีความขัดแย้งกันอย่างที่ใครหลายๆ คนพูดไว้”

“ส่วนที่หลายๆ คนมองว่าทีมมีผลงานที่แย่ลงตั้งแต่ผมออกไป ผมมองว่านั่นเป็นเรื่องราวภายในของทีมที่ผมคงไม่อาจเข้าไปล่วงล้ำได้ เพราะผมเองก็ออกมาเป็นประธานสโมสรเจแอล เชียงใหม่ฯ แล้ว แต่จากมุมที่ผมรู้จัก และสัมผัสทีมชุดนี้ ทั้งนักเตะ และสต๊าฟโค้ชทุกคนมีความเป็นมืออาชีพ ทุกคนรับรู้ถึงเสียงเชียร์ และศรัทธาจากแฟนบอลอยู่แล้ว ผมมั่นใจเต็มร้อยว่าทุกๆ คนมีความมุ่งมั่น อยากจะทำผลงานตอบแทนแฟนบอลให้ดีที่สุด”

“แต่ฟุตบอลมันมีอะไรมากกว่าเรื่องราวในสนาม บางครั้งทีมที่เล่นได้ดีก็ไม่จำเป็นต้องได้รับชัยชนะ สำคัญคือพวกเขาเหล่านี้ยังต้องการกำลังใจจากแฟนบอลทุกคน และผมเชื่อว่า เชียงใหม่ เอฟซี ชุดนี้ ยังดีพอที่จะอยู่ในลีกสูงสุดต่อ เพียงแต่อาจจะต้องมีการปรับจูนอะไรอีกเล็กน้อยในเลกที่สอง”

“ผมเชื่อมั่นว่าทุกคนในทีมมีความสู้ และมุ่งมั่นอยู่แล้ว ผมก็จะให้กำลังใจกับทีมต่อไป ถ้ามีอะไรที่พอจะสนับสนุนได้ ผมก็พร้อมจะช่วยอยู่แน่นอน เพราะใจผมมันรัก เชียงใหม่ เอฟซี อยู่แล้ว”

ขอบคุณภาพ : ACTION24CNX

ด้วยความที่ เชียงใหม่ ถือเป็นเมืองใหญ่ แน่นอนพวกเขาย่อมเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีทีมฟุตบอลใหญ่ๆ มากกว่าหนึ่งทีม นั่นก็คือ เชียงใหม่ เอฟซี และเจแอล เชียงใหม่ฯ นี่ยังไม่นับอีกหลายๆ ทีมที่รอวันขึ้นมาเฉิดฉายทั้ง เชียงใหม่ ดรีม หรือ แม่โจ้ ยูไนเต็ด ซึ่งอยู่ใน T 4 รวมถึงสถาบันการพลศึกษาเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยต่างๆในจังหวัดเชียงใหม่รวมถึงโรงเรียนลูกหนังอย่าง เทพศิรินทร์ เชียงใหม่ และวชิราลัย ที่ต่างผลิตนักเตะฝีเท้าดีเข้าสู่วงการเรื่อยๆ สิ่งเหล่านี้ย่อมเกิดให้มีการแบ่งกลุ่มของเหล่าแฟนบอลออกเป็นสองฝั่ง คือ เอฟซี และเจแอล จนนำมาซึ่งการกระทบกระทั่งกันบ้าง จุดนี้ “สว.ก๊อง” ไม่ปฏิเสธว่ามีอยู่จริง แต่ก็มองว่านี่คือสีสัน เป็นแค่เรื่องราวในสนามมากกว่า เพราะสุดท้ายทุกคนต่างก็รักในฟุตบอล และเชียงใหม่ด้วยกันทั้งนั้น

“ตัวผมเองก็ถือเป็นผู้ใหญ่ของทั้ง 2 สโมสร ผมคิดว่านี่ไม่ได้เป็นประเด็นปัญหาที่ใหญ่อะไรมากมาย มันเป็นเรื่องธรรมดาที่แฟนบอลสองทีมจะมีการบลัฟ หรือถกเถียงกัน นี่เป็นธรรมชาติของฟุตบอลมากๆ ถ้าไม่มีสิถือว่าแปลก (หัวเราะ) ไม่ได้หนักใจอะไรเลยครับ ก็เข้าใจว่าแต่ละคนต่างก็มีอารมณ์ร่วมในสนามกับทีมรักของตัวเอง แต่ผมเชื่อนะว่าสุดท้ายที่มาถกเถียงกัน พอบอลจบก็เป็นพี่น้องกันทั้งนั้น ทุกคนต่างก็รัก และภูมิใจในทีมฟุตบอลของ เชียงใหม่ ทั้งนั้น อยากให้ใจเย็นๆ กันครับ (หัวเราะ)”

ขอบคุณภาพ : ACTION24CNX

ก้าวต่อไปของ
“เจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ด”

การกลับมารับตำแหน่งที่ เจแอล เชียงใหม่ฯ เป็นคำรบสองของประธานหนุ่มไฟแรงคนนี้ ก็คงไม่ต่างอะไรไปจาก การหวนคืนสู่บ้านที่เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของการเอาชีวิตตัวเองเข้าสู่เส้นทางสายลูกหนัง ซึ่งมีทั้งวันที่สุขสม และผิดหวัง…

“ตลอดที่ทำงานในวงการฟุตบอลมา 2 ปีกว่าๆ แน่นอนเราต้องเผชิญกับหลากหลายสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป ประสบการณ์ของผมที่ทำทีมฟุตบอลในต่างจังหวัด ปัญหาหลักๆ เลยก็คือ ค่าใช้จ่าย เพราะค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนมันสูงมาก ยิ่งลีกสูงขึ้นค่าใช้จ่ายยิ่งมากขึ้น เงินส่วนหลัก ๆ ของทีมก็จะมาจากสปอนเซอร์รายหลักซะเป็นส่วนใหญ่”

“แต่ถ้ามองในระยะยาว แต่ละสโมสรคงต้องมองหาช่องทางการหารายได้ที่หลากหลายมากกว่านี้ รวมถึงการดึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในจังหวัดนั้นๆ มาช่วยกัน ยกตัวอย่าง เจแอล เชียงใหม่ฯ นี่แหละ เพราะ เชียงใหม่ เป็นจังหวัดใหญ่ มีฐานแฟนบอลเยอะ ถ้าเกิดว่าทีมสามารถทำผลงานได้ดีขึ้น ก็อาจทำให้สโมสรมีเงินมาหมุนเวียนเลี้ยงตัวเองได้ ผมเข้าใจคนที่เข้ามาทำทีมฟุตบอลนะว่า โลกแห่งความเป็นจริง การทำทีมฟุตบอลในเมืองไทยไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย ต้องมีใจนำมาก่อน ถ้าไม่มีใจ คุณทำไม่ได้แน่นอน”

“การกลับมาทำ เจแอลฯ ในวันนี้ ผมไม่ได้คิดว่าจะมาทำสักปีสองปีแล้วไป เวลาผมทำอะไร ผมมองระยะยาวเสมอ ทีมได้มีการคุยกับสองบริษัทใหญ่ซึ่งกำลังจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ ก็เห็นพ้องต้องกันว่า เราจะไม่ทำทีมแบบฉาบฉวย เราทำแล้วทำจริง โดยเราจะยึดสโมสรเป็นหลัก ไม่ได้ยึดที่ตัวบุคคล เพราะพวกเราอยากให้ เจแอล เชียงใหม่ฯ เป็นสโมสรที่มีรากฐานที่ดี มีความมั่นคง เราตั้งใจจะทำให้มันอยู่คู่กับเมืองเชียงใหม่ให้ได้ด้วยความเป็นมืออาชีพ”

“ผมทำทีมฟุตบอลมา แน่นอนผมเคยพา เชียงใหม่ เอฟซี เลื่อนชั้นมาแล้ว มันก็คงไม่แปลกที่ผมเองก็หวังจะทำให้มันเกิดขึ้นกับ เจแอล เชียงใหม่ฯ แต่เราไม่ได้มองขึ้นไปบนฟ้าแต่เพียงอย่างเดียว ผมมองโลกความเป็นจริงด้วย เรายอมรับว่าถึงตรงนี้คงเป็นเรื่องยากที่เราจะเลื่อนขั้นขึ้นไปเล่นในไทยลีก เพราะด้วยผลงาน กับแต้มที่ยังอยู่ในโซนอันตราย ฉะนั้นเป้าหมายของทีมก็ต้องมีความยืดหยุ่น ต้องปรับ เราต้องใช้เวลาปรับตัวในศึก T2 อีกสักพัก แต่ผมเชื่อว่าไม่นาน เราจะตั้งหลัก และเดินหน้าเป้าหมายเลื่อนชั้นต่อให้ได้ แต่ปีนี้เราต้องอยู่รอดให้ได้”

“เจแอลฯ พร้อมสู้อย่างเต็มที่เพื่อแฟนบอล ไม่มีการเล่นแบบเหยาะแหยะ เพราะอยากให้แฟนบอลประทับใจ อยากให้ผู้สนับสนุนประทับใจ ผมยอมรับว่าการทำทีมเล่นใน T2 เป็นอะไรที่แตกต่างออกไปจากสมัยเริ่มทำ เจแอลฯ ใหม่ๆ อย่างสิ้นเชิง เพราะตอนนั้นมันชนะตลอด (หัวเราะ) แต่ตอนนี้มันเริ่มมีสะดุด หรือแพ้ต่อเนื่องมากขึ้น หรืออาจเป็นเพราะเสพติดชัยชนะ หรือเพราะ เจแอลฯ มีผลงานที่ก้าวกระโดดขึ้นในทุกปี มันก็เป็นเรื่องธรรมดาของฟุตบอลที่ต้องมีสะดุดบ้าง แต่เราก็ต้องพัฒนา ปรับปรุง และแก้ไขกันต่อไป”

ขอบคุณภาพ : ACTION24CNX

คนเชียงใหม่ร่วมใจเชียร์ทีมจาก “เชียงใหม่”

“คำถามที่แฟนบอลมักจะทักมาบ่อยๆ ก็คือ เลกสอง เจแอลฯ จะมีการเสริมทัพมั๊ย ตรงนี้บอกได้ครับว่า สโมสรมีการปรับทีมอยู่แล้วไม่ว่าจะมีสิทธิ์เลื่อนชั้นหรือไม่ก็ตาม ตอนนี้ทีมงานทุกคนกำลังวิเคราะห์กันอย่างละเอียดว่าควรจะเสริมนักเตะตำแหน่งไหน ปีนี้ตอนจบจะเป็นยังไงเราไม่รู้ แต่เรารู้แค่ว่า เจแอลฯ จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด แต่ระยะยาวในปีหน้าผมพร้อมสู้แน่นอน เพราะผมได้มีเวลาทำทีมเต็มๆ แล้ว พร้อมโฟกัส และลุยกันเต็มที่กับเป้าหมายเลื่อนชั้นสู่ไทยลีก”

“แม้ว่า ณ วันนี้ ผมเองจะมีตำแหน่งเป็นประธานสโมสรเจแอล เชียงใหม่ฯ แต่ผมไม่ได้แบ่งแยกนะครับว่าจะพูดคุยกับแฟนบอลทีมไหน ผมยังเป็น ชูชัย เลิศพงศ์อดิศร คนเดิมที่พร้อมที่จะดูแลตามที่ควร พูดคุย ทักทายกับแฟนบอลทุกๆ คนเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน”

“อยากให้แฟนบอลเชียงใหม่ช่วยกันเชียร์ทีมฟุตบอลในจังหวัดเชียงใหม่ทุกๆ ทีม ไม่ว่าจะทั้ง เชียงใหม่ เอฟซี หรือ เจแอล เชียงใหม่ฯ รวมทั้งแม่โจ้ฯ และเชียงใหม่ดรีม ด้วย ผมคิดว่า ถ้าทุกคนผนึกกำลังจับมือกัน วงการฟุตบอลเชียงใหม่ จะสามารถก้าวไปข้างหน้าในได้อย่างมั่นคง และยิ่งใหญ่แน่นอนครับ”

“บก.เก้น”

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports