สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) สั่งปรับเงิน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นจำนวนเงิน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หลังมีแฟนบอลจำนวนหนึ่งจุดพลุแฟลร์ ในการแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์อาเซียนรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

จากสาเหตุดังกล่าว พล.ต.ท. อำนวย นิ่มมโน โฆษกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จึงขอความร่วมมือแฟนบอล เนื่องจาก สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้สิทธิเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลในระดับนานาชาติ อีกหลายรายการในช่วงปี 2562 ประกอบด้วย การแข่งขันฟุตบอลชายชิงแชมป์อาเซียน รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี, การแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี, การแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี , การแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์อาเซียน (ชุดใหญ่) , การแข่งขันฟุตบอลโลก 2002 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 (ชุดใหญ่), การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบสุดท้าย

พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมโน โฆษกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “สมาคมฯ อยากจะขอความร่วมมือแฟนบอลทุกท่านที่มีความประสงค์ที่จะเข้าไปให้กำลังใจนักกีฬาในการแข่งขันรายการต่างๆ แสดงออกถึงการเป็นเจ้าบ้านที่ดี ปฏิบัติตามกฏ ระเบียบ ของ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) อย่างเคร่งคัด เนื่องจากล่าสุด ฟีฟ่า ได้ลงโทษปรับเงินสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นจำนวน 10,000 US หรือ ประมาณ 300,000 บาท จากการที่มีแฟนบอลบางกลุ่มจุดพลุแฟร์ในสนาม สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชลบุรี ในช่วงการแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์อาเซียน รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี เมื่อเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา”

“ซึ่งถือเป็นครั้งที่สองที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ต้องเสียเงินโดยมิใช่เหตุ โดยก่อนหน้านี้ ฟีฟ่า เคยปรับเงินสมาคมฯ เป็นจำนวน 30,000 US หรือ ประมาณ 1 ล้านบาท จากการที่แฟนบอลบางส่วนได้จุดพลุแฟลร์ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2016 รอบชิงชนะเลิศ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน จึงขอความร่วมมือแฟนบอลในการเข้าชมการแข่งขันงดการกระทำผิดกฎระเบียบของฝ่ายจัดการแข่งขัน หรือ การกระทำที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย เสื่อมเสีย ต่อวงการฟุตบอลไทยและประเทศไทย เพื่อบรรยากาศการเชียร์ฟุตบอลทีมชาติไทย ของเราอย่างมีความสุข และภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย”

สำหรับ กฏ ระเบียบ ที่แฟนบอลต้องปฏิบัติตามมีดังนี้

1. ข้อกำหนดการนำอุปกรณ์เชียร์เข้าสนามแข่งขัน

1.1 งดการนำอุปกรณ์การเชียร์ที่ผิดต่อกฎระเบียบการแข่งขันทุกชนิด เพื่อป้องกันปัญหา การกระทำผิดต่อกฎระเบียบการแข่งขัน

1.2 อุปกรณ์เชียร์ทุกชนิด จะต้องได้รับการตรวจสอบและต้องได้รับอนุญาตจากฝ่ายจัดการแข่งขัน โดยการพิจารณาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการฝ่ายจัดการแข่งขัน

1.3 แฟนบอลที่มีความประสงค์จะนำอุปกรณ์เชียร์เข้าสนาม เช่น ป้ายผ้าทุกขนาด กลอง ธง ด้ามธง หรือ อุปกรณ์การเชียร์ทุกชนิด ให้ทำหนังสือถึงสมาคมเพื่ออนุญาตและนำฝากอุปกรณ์ต่างๆ กับฝ่ายจัดการแข่งขัน ในวันที่ 22 มีนาคม 2560

1.4 ในวันแข่งขัน (23 มีนาคม 2560) จะไม่อนุญาตให้นำอุปกรณ์เชียร์ใดๆ ที่นอกเหนือจากข้อ 1.2 และ 1.3 เข้าภายในสนามโดยเด็ดขาด

2. สิ่งต้องห้ามนำเข้าสนามแข่งขัน และสถานที่จัดการแข่งขัน

2.1 อาวุธ : อาวุธปืน, มีด, สิ่งของมีคม, ขวดแก้ว, วัตถุระเบิด รวมถึง พลุแฟลร์, พลุควันสี, สิ่งที่ทำให้เกิดควัน, บุหรี่ไฟฟ้า

2.2 สาร : ยาเสพติด, สารที่ก่อให้เกิดมลพิษ, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือ วัตถุออกฤทธิ์มึนเมา

2.3 ขวดน้ำ, กระป๋องน้ำ

2.4 นกหวีด และเลเซอร์

2.5 กล้อง DSLR และกล้องเพื่อถ่ายภาพเคลื่อนไหว

2.6 ห้ามนำ “โดรน” ขึ้นบันทึกภาพเหนือสถานที่จัดการแข่งขันและสนามแข่งขัน หากตรวจพบจะถูกยึดอุปกรณ์ทันที และดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งนี้ หากเกิดความเสียหายกับอุปกรณ์ทางคณะกรรมการจัดการแข่งขันจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นทุกกรณี

2.7 ผู้ที่เข้าชมการแข่งขันห้ามทำการบันทึกภาพการแข่งขัน หรือส่งสัญญาณการถ่ายทอดสดภาพการแข่งขัน รวมถึงการ Live ทาง Facebook หรือ แฟนเพจ โดยเด็ดขาด หากตรวจพบจะดำเนินการให้ออกจากสนามแข่งขันทันที และดำเนินการตามกฎหมาย

2.8 วัสดุ หรืออุปกรณ์ใดๆ ที่อาจจะเป็นอันตราย หรืออาจทำให้เกิดความไม่เรียบร้อยต่อการจัดการแข่งขัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน

สำหรับประเทศไทย จะได้สิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลในระดับนานาชาติหลายรายการในช่วงปลายปี 2562 ประกอบด้วย การแข่งขันฟุตบอลชายชิงแชมป์อาเซียน รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี, การแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี, การแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี , การแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์อาเซียน (ชุดใหญ่) , การแข่งขันฟุตบอลโลก 2002 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 (ชุดใหญ่) และการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบสุดท้าย