ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ได้แถลงยืนยันอย่างเป็นทางการว่า ได้ตกลงยุติบทบาท มาร์โก้ ซิโมเน่ กุนซือชาวอิตาเลี่ยน เนื่องจากมีข้อเสนอจากต่างประเทศเข้ามา พร้อมกับอวยพรให้โชคดีกับเส้นทางอาชีพในอนาคตต่อไป

ไทยลีก 2019

ช่วงบ่ายในวันนี้ “เสี่ยฟลุ๊ค” ธนวัชร์ นิติกาญจนา รองประธานสโมสร ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ได้เปิดโต๊ะแถลงข่าวกับสื่อมวลชนผ่านทางเฟซบุ๊ค ไลฟฺ์ หลังจากที่ มาร์โก้ ซิโมเน่ ขอยุติบทบาทการทำหน้าที่เป็นกุนซือใหญ่

โดยรองประธานสโมสร “ราชันมังกร” ได้ออกมาแถลงข่าวเพื่อเคลียร์ทุกคำถามทั้งหมดในวันนี้ว่า “จากที่ได้มีการพูดคุย เราได้ตกลงยุติการทำหน้าที่ของ มาร์โก้ ซิโมเน่ ซึ่งเรื่องนี้เรามีการหารือมาเกือบหนึ่งเดือน ตั้งแต่หมดในช่วงเลกแรก ประเด็นหลักคือ ลีกไทยเราจะปิดปลายปี ส่วนในลีกยุโรป หรือ แอฟริกา ถือว่ายังปิดอยู่ตอนนี้”

“ซึ่งโค้ช มาร์โก้ ได้พูดคุยกับผมว่า เขาได้มีข้อเสนอเข้ามา เขาทำใจลำบาก เขาเป็นโค้ชอีกหนึ่งคนที่เก่งมาก สามารถเข้ามาช่วยพัฒนาทีมได้ ในความเป็นฟุตบอลเส้นทางอาชีพเราไม่สามารถห้ามเขาได้ โดยสิ่งที่ทำได้อย่างเดียวคือ เราขออวยพรให้เขาโชคดีในเส้นทางอนาคต”

“ส่วนกระแสข่าวลือในเรื่องของเฮดโค้ชคนใหม่ที่จะเข้ามานั้น ข่าวก็คือข่าว ตราบใดที่ยังไม่ได้ออกจากสโมสร ยอมรับจิงๆว่า งง นิดๆ ผู้บริหารมี แผนสำรอง แต่ว่า มาโก้ เข้ามาสร้างทีมเป็นรูปเป็นร่าง เมื่อกี้ได้พูดคุยกับมาร์โก้ว่า ถ้าเขาไป รถคันนี้ก็ต้องเคลื่อนต่อไป ผมเชื่อว่าทีมเราค เรื่องโค้ชใหม่กำลังคุยกันอยู่ แต่ตอนนี้ยังไม่มีอะไรที่แน่ชัด ขอให้ทีมมีการพิจารณาต่อไป”

“สุดท้าย ในดีลที่ได้ มาร์โก้ ซิโมเน่ นั้น ไม่ใช่แค่ยกระดับทีมเราเท่านั้น รวมไปถึงในไทยลีกด้วยเช่นกัน ในการได้โค้ชระดับโลกเข้ามา เราพยายามทำสุดความสามารถเพื่อยกระดับทีม ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เราขอให้แฟนบอลเดินก้าวไปร่วมกันกับทีมต่อไป ซึ่งเราเคยร่วมงานกับโค้ชเก่งๆ คนอื่นๆ แต่ มาร์โก้ ผมว่าเก่งที่สุดตั้งแต่ที่ได้ร่วมงานกันมา ดีใจที่ได้เขามา และเสียใจที่เราต้องเสียเขาไป” เสี่ยฟลุ๊ค กล่าวทิ้งท้าย

ในส่วนของอดีตดาวเตะ เอซี มิลาน ได้กล่าวถึงการตัดสินใจยุติบทบาทกุนซือ “ราชันมังกร” ครั้งนี้ว่า “ในโลกฟุตบอลไม่ว่าจะ โค้ช นักเตะ การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เสมอ ซึ่งการเปลี่ยนโค้ชบางครั้งนั้นมันเปลี่ยนง่าย บางครั้งก็เป็นเรื่องที่ยากที่จะอยู่นานกับทีม ผมได้ข้อเสนอที่น่าสนใจมาก ซึ่งใช้เวลาคิดปรึกษากับคุณฟลุ๊ค ท้ายที่สุดก็คำนึงถึงสิ่งที่ดีที่สุด ยังไงผมก็ยังรักที่นี่ รวมไปถึงนักเตะ ทุกๆ คน”

“เมื่อวานนี้ตอนที่ได้กล่าวอำลานักเตะในช่วงการคุมซ้อมครั้งสุดท้าย ผมรู้สึกที่นี่เหมือนครอบครัว รู้สึกเสียใจที่ต้องอำลา ท้ายที่สุดในวันที่ที่เราต้องไปเล่นเกมเยือน แฟนบอลที่ไปเยือน ไม่ว่าจะมาน้อย หรือมาไกล ผมบอกเสมอว่า คุณต้องให้ทุกสิ่งทุกอย่างตอบแทน ขอบคุณจริงๆความรู้สึกจากที่ได้ที่แห่งนี้”

นอกจากนี้ เฮดโค้ชวัย 50 ปี ได้ออกมาสยบข่าวการถูกแทรกแซงการทำงาน โดยได้กล่าวว่า”ทุกๆ สโมสร ไม่ว่าจะเป็น ประธานสโมสร หรือผู้บริหาร จะมีความคิดที่แตกต่างกันไป ซึ่งบ้ามากๆ ที่แนวคิดของผมกับสโมสรที่บ้าเหมือนๆ กัน จึงสามารถทำงานร่วมกันได้”

“ส่วนเรื่องคำแนะนำใหม่ๆ ผมก็ฟังจากสโมสร โดยรับฟังบ้างไม่รับฟังบ้าง  แต่ท้ายที่สุด การเลือกนักเตะ การเปลี่ยนตัว การซ้อม เป็นการตัดสินใจของผมคนเดียว ผลการแข่งขัน ผมรับผิดชอบหมด นี่คือการทำงานของผม ซึ่งเป็นการตัดสินใจทั้งหมดของโค้ชเพียงคนเดียว” เฮดโค้ชชาวอิตาเลี่ยน กล่าวทิ้งท้าย