ช่วงปลายปี 2018 ลากยาวมาถึงปี 2019 อาจจะเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความยากลำบากสำหรับทีมชาติไทย…

เอกนิษฐ์ ปัญญา

เพราะนับตั้งแต่ที่เราพลาดท่าโดนคู่ปรับตลอดกาลอย่าง มาเลเซีย ตามตีเสมอ พร้อมกับถีบเราร่วงตกรอบตัดเชือกศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ทัพ “ช้างศึก” ก็ออกอาการฟอร์มแกว่งอย่างเห็นได้ชัด

เราอาจจะมีช่วงเวลาแห่งความสุขนิดๆ ในวันที่เราชนะ บาห์เรน ได้ในศึกเอเชียน คัพ รอบแบ่งกลุ่ม หรือแพ้ต่อ จีน ชนิดที่สู้ได้ แต่ในเมื่อสุดท้ายผลลัพธ์คือความพ่ายแพ้ ทีมชาติไทย ก็ยังไม่สามารถกลับมาอยู่ในจุดที่แฟนบอลคาดหวังไว้

การเปลี่ยนตัวกุนซือสองคนในรอบ 6 เดือน ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า เรากำลังมีปัญหา… ชื่อของ มิโลวาน ราเยวัช และศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย คือสองกุนซือที่ต้องอัปเปหิตัวเองออกจากเก้าอี้ที่ว่ากันว่ากดดันที่สุดในเอเชีย

คำถามต่อมาคือ “นักเตะ”

ความล้มเหลวใน คิงส์ คัพ 2019 สะท้อนให้เห็นได้ชัดว่า ถึงเวลาแล้วรึยัง ที่เราจะให้โอกาสกับนักเตะที่ทำผลงานได้ดีในลีก มากกว่าที่จะไปยึดติดกับชื่อเสียงเก่าๆ หรืออ้างอิงแต่ประสบการณ์ในระดับทีมชาติ

ถ้าเราไม่ให้โอกาสเขา แล้วเมื่อไหร่เพชรเม็ดงามเหล่านี้จะถูกหยิบขึ้นมาเจียระไนให้ฉายแสง…

ศศลักษณ์ ไหประโคน
ธีระพล เยาะเย้ย
เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์
จักรพันธ์ ไพรสุวรรณ
อภิวัฒน์ เพ็งประโคน
พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล
ชาริล ชัปปุยส์
อภิรักษ์ วรวงษ์
พีระพงษ์ เรือนนินทร์

ชื่อเหล่านี้ล้วนแต่เป็นนักเตะที่กำลังทำผลงานได้ดีในไทยลีก และเชื่อว่าน่าจะอยู่ในสายตาของ อากิระ นิชิโนะ เพื่อเตรียมทีมชุดคัดบอลโลกช่วงต้นเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ แต่วันนี้ผมจะมาพูดถึงเด็กหนุ่มวัย 19 ปี จากเหนือสุดแดนสยาม ที่หลายๆ คนยกให้เขาเป็น “วันเดอร์คิดล้านนา” เป็นนักเตะสายเลือดเมืองเหนือที่อาจจะไปได้ไกลที่สุดในประวัติศาสตร์

“เอกนิษฐ์ ปัญญา”

เอกนิษฐ์ ปัญญา
Photo / ACTION24CNX

บุ๊ค คือนักเตะสารพัดประโยชน์ในแนวรุกที่เต็มไปด้วยเทคนิค และสายตาอันคมกริบ รวมถึงการจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยม พร้อมกับทีเด็ดทีขาดจากลูกนิ่ง ผลงาน 5 ประตู 4 แอสซิสต์ จาก 16 นัด รั้งอันดับสามนักเตะไทยที่ยิงประตูได้มากที่สุดในลีกเหนือกว่า ธีรศิลป์ แดงดา หรือ วรชิต กนิตศรีบําเพ็ญ พอจะบอกอะไรได้ว่า เอกนิษฐ์ สอบผ่านได้อย่างสบายๆ บนเวทีไทยลีก

การต้องรับบทบาทจอมทัพให้กับ เชียงใหม่ เอฟซี ในช่วงเลกแรก ดูเหมือนจะเป็นภาระอันหนักอึ้งยิ่งกว่าซีซั่นที่แล้ว ที่ บุ๊ค เข็น “พยัคฆ์ล้านนา” ผงาดขึ้นสู่ลีกสูงสุดได้เป็นหนแรกในประวัติศาสตร์สโมสร แต่ทว่าเจ้ากลัวกลับเล่นได้อย่างโดดเด่นเกินวัย และถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทีมจะขาดไม่ได้เลย กระทั่ง บุ๊ค ถูกดึงตัวกลับสู่ต้นสังกัดที่แท้จริง และบ้านเกิดอย่าง สิงห์ เชียงรายฯ ในเลกที่สอง

ว่ากันว่านี่คือ “ไข่ในหิน” ที่ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ฟูมฟัก และประคบประหงมให้พร้อมที่สุด เพื่อมารับไม้ของการเป็น “เจ้าชายกว่างโซ้ง” เลือดเนื้อเชื้อไขคนเจียงฮายแต๊ๆ

Photo / ACTION24CNX

และยิ่งไปกว่านั้น เอกนิษฐ์ ยังเดินหน้ารักษาฟอร์มของตัวเองได้อย่างไม่มีสะดุด ล่าสุดเพิ่งบวกสกอร์พาทัพ “กว่างโซ้งมหาภัย” บุกไปเชือด บีจี ปทุม ยูไนเต็ด 0-1 กรุยทางผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศศึกโตโยต้า ลีก คัพ 2019 แถมยังอยู่ในเส้นทางการลุ้นแชมป์ทุกรายการในประเทศ

มันคงไม่ใช่เรื่องที่แปลกหากเขาไม่ได้อายุเพียงแค่ 19 ปี แต่กลับสามารถก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีม และทำผลงานได้ดีราวกับอายุเป็นเพียงแค่ตัวเลขจริงๆ

“สำหรับโอกาสในทีมชาติไทยชุดใหญ่ แน่นอนเด็กๆ ทุกคนต่างมีความฝันที่จะติดทีมชาติสักครั้งในชีวิต ผมเองก็พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อพาตัวเองไปอยู่ตรงจุดนั้นให้ได้ ผมรู้ว่ามันยาก แต่ไม่มีอะไรเกินความตั้งใจของเรา ผมหวังจะใช้ผลงานกับ สิงห์ เชียงรายฯ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าผมเองพร้อมแล้วสำหรับทุกๆ โอกาส รวมถึงการติดทีมชาติชุดใหญ่”

ทีมชาติไทย>> โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 (คลิก) <<

นี่คือเพชรเม็ดงามของวงการลูกหนังไทยที่ผมเชื่อว่า ดีพอ และ “พร้อมแล้ว” สำหรับการก้าวขึ้นไปสวมเสื้อทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ลงสนามในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกที่กำลังจะมาถึงอีกไม่กี่อึดใจ โดยเฉพาะเกมที่จะต้องดวลกับคู่ปรับตลอดกาลอย่าง เวียดนาม ในรังทรู สเตเดี้ยม (ธรรมศาสตร์ รังสิต)

ไม่แน่ว่า การใช้คนที่เต็มไปด้วยแพสชั่น มีความสด และเต็มไปด้วยความกระหายในแมตช์ที่เต็มไปด้วยความกดดันแบบนี้ อาจจะเป็นการวางหมากที่ทำให้ เวียดนาม คาดไม่ถึง เพราะผมเองก็เชื่อว่า ณ วินาทีนี้ ทีมงานของ ปาร์ค ฮัง โซ คงไม่คิดว่า นิชิโนะ จะกล้าเดิมพันครั้งสำคัญแบบนี้

แล้วเรามาดูกันว่า ผมจะเดาใจ อากิระ นิชิโนะ ถูกรึเปล่า…

แต่ที่แน่ๆ เอกนิษฐ์ ปัญญา พร้อมแล้วครับกับทีมชาติไทย ชุดใหญ่

“บก.เก้น”