ลีกชิงแชมป์ฟุตบอลแห่งหมู่เกาะซิลลี…ถ้าพูดชื่อนี้ คงจะมีน้อยคนเคยได้ยิน และน้อยกว่านั้นที่รู้จักกับเรื่องราวของพวกเขา แต่คนที่รู้จักส่วนมาก จะรู้จักพวกเขาในนาม “ลีกฟุตบอลที่เล็กที่สุดในโลก” แต่ถึงจะเล็กที่สุด แต่ใช่ว่าจะไม่น่าสนใจ เพราะถ้านับจากวันแรกที่ก่อตั้งมาจนถึงปัจจุบัน ทุกวันนี้ระยะเวลาเกือบ 100 ปี เข้าไปแล้ว

และนี่คือเรื่องราวของลีกฟุตบอลที่ประกอบขึ้นด้วยทีมเพียง 2 ทีมเท่านั้น…

 

56 เกาะ, 2,200 กว่าคน กับอีก 1 ลีกฟุตบอล

หมู่เกาะซิลลี ประกอบด้วยเกาะทั้งหมด 56 เกาะ มีผู้อยู่อาศัยทั้งหมดรวมราว 2,200 คน โดยเกาะที่ใหญ่ที่สุดในบรรดา 56 เกาะที่ว่า คือเกาะ เชนต์ แมรี ซึ่งมีผู้อาศัยราว 1,600 คน จากที่เคยมีผู้อาศัยราว 700 คนเท่านั้นในปี 1822

หมู่เกาะแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องการท่องเที่ยว เพราะมีพันธุ์ไม้หายากที่สวยงาม และมีความเป็นธรรมชาติสูง ซึ่งทำให้ การท่องเที่ยวกลายมาเป็นอุตสาหกรรมหลักของเกาะแห่งนี้ หลังจากที่ในระยะหลัง การทำประมงมีอัตราที่ลดลงเรื่อย ๆ เนื่องจากคนหนุ่มสาว เข้าไปทำงานในเมืองใหญ่ และหลายคนก็ย้ายไปลงหลักปักฐานและไม่กลับมาที่นี่อีก

แต่นอกจากธรรมชาติที่สวยงามกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแล้ว ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของ ลีกฟุตบอลขนาดเล็กที่สุดในโลก ซึ่งมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘ไอส์ลส์ ออฟ ซิลลี ฟุตบอลลีก‘ หรือ ‘ลีกชิงแชมป์ฟุตบอลแห่งหมู่เกาะซิลลี‘ อีกด้วย

ที่ว่าเล็กที่สุดในโลก เพราะประกอบด้วยผู้เข้าแข่งขันเพียง 2 สโมสร คือ แกร์ริสัน กันเนอร์ส กับ วูลแพ็ค วันเดอเรอร์ส เท่านั้น แต่การแข่งขันของเขาจริงจัง มีระบบลีกที่ชัดเจน แถมมีฟุตบอลถ้วยประจำลีกอีกด้วย

ถึงแม้จะเป็นลีกเล็ก ๆ และเล็กจนได้รับการยอมรับว่า “เล็กที่สุดในโลก” แต่การแข่งขันของพวกเขาเป็นของจริง และเป็นลีกที่มีประวัติยาวนานเกือบ100 ปีแล้ว

 

2 ทีม, 1 สนาม, 3 ถ้วยแชมป์

แรกเริ่มเดิมที ลีกชิงแชมป์ฟุตบอลแห่งหมู่เกาะซิลลี ไม่ได้มีแค่ 2 ทีมอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยในคราวก่อตั้งลีกปี 1920 ลีกของพวกเขามีด้วยกัน 5 สโมสร ซึ่งแต่ละสโมสร เป็นตัวแทนของ 5 เกาะใหญ่จากหมู่เกาะซิลลี อันได้แก่ ทีมเกาะเชนต์ แมรี, ทีมเกาะเทรสโก, ทีมเกาะเชนต์มาร์ตินส์, ทีมเกาะบริเยอร์ และ ทีมเกาะ เชนต์ อักเนส

แต่จนมาถึงปี 1950 สโมสรต่าง ๆ ก็ล้มหายตายจากไป จนเหลือแค่เพียงทีม เรนเจอร์ส กับ โรเวอร์ส ที่แข่งขันกันแค่ 2 ทีม จนกระทั่งปี 1984 ทั้ง 2 สโมสร ก็เปลี่ยนชื่อเป็น แกร์ริสัน กันเนอร์ส กับ วูลแพ็ค วันเดอเรอร์ส แบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ถึงแม้จะมี 2 ทีม แต่ลีกของที่นี่ เตะกันยาวนานทีเดียว โดยถ้านับแมตช์การลงสนามอย่างเป็นทางการของทั้ง 2 ทีมใน 1ฤดูกาล พวกกเขาต้องเตะกันถึง 20 นัด ประกอบไปด้วย

– เกมลีก 16 นัด
– ฟุตบอลถ้วย โฮลเซลเลอร์ส คัพ (เหมือนเอฟเอ คัพ) เล่นใน ระบบ เหย้า, เยือน รวม 2 นัด
– ฟุตบอลถ้วย ฟอร์เด็ค คัพ (เหมือนลีกคัพ) เล่นนัดเดียวรู้ผล 1 นัด
– อีกนัด เป็นฟุตบอล แชร์ริตี้ ชีล ก่อนเปิดฤดูกาลอีก 1 นัด

โดยทั้งหมด จะแข่งขันในสนามอย่างเป็นทางการแห่งเดียวที่สนาม แกร์ริสัน ฟิลด์ บนเกาะ เชนต์ แมรี่ ซึ่งลีกแห่งนี้จะเปิดฤดูกาลช่วงกลางฤดูหนาว เดือน พฤศจิกายน และจะปิดฤดูกาลในเดือน มีนาคม รวม ๆ แล้วก็ราว 4 เดือนเท่านั้น และแมตช์เดย์ส่วนมาก จะอยู่ในวันอาทิตย์

อ่อ ลืมบอกไปว่า ที่นี่ มีเตะช่วงบ็อกซิ่งเดย์ด้วยนะ จริงจังแค่ไหนคิดดู!

เมื่อถามว่าแล้วนักฟุตบอลมาจากไหน คำตอบคือ ส่วนใหญ่ก็เป็นคนบนเกาะที่มารวมตัวกันเล่นฟุตบอล โดยแต่ละคนก็มีอาชีพส่วนตัว บ้างก็เป็นชาวประมง, เป็นเกษตรกร หรือ ไกด์ที่ทำหน้าที่กับนักท่องเที่ยว และอื่น ๆ

แน่นอนว่า คุณภาพเกมอาจจะไม่ได้ดีเหมือนฟุตบอลลีกใหญ่ ๆ ในยุโรป แต่สิ่งหนึ่งที่ลีกแห่งนี้ภูมิใจ และไม่มีลีกแห่งไหนในโลกทำได้อีก คือการที่พวกเขาจะต้องลงเล่นเกม ดาร์บี้ แมตช์ ติดต่อกันถึง 20 สัปดาห์!

แน่นอนว่า นี่ก็เป็นสถิติโลกที่มีเกมดาร์บี้แมตช์เล่นติดต่อกันมากที่สุดด้วย

 

สปอนเซอร์ก็มี ฟีฟ่าก็รับรอง

 

ถึงแม้จะเป็นลีกเล็กที่สุดในโลก แต่ชื่อเสียงของลีกแห่งนี้ก็มีพอตัว และได้รับการรับรองจากทั้ง ฟีฟ่า และ ระบบลีกของประเทศอังกฤษ โดยพวกเขาอยู่ในระบบลีกฟุตบอลของอังกฤษ ในลีกอันดับ 14 ด้วย

แน่นอน เมื่อทุกอย่างเป็นระบบขนาดนี้ กินเนสต์ เวิล์ด เร็คคอร์ด ก็บันทึกให้ลีกฟุตบอลแห่งนี้ เป็นลีกที่เล็กที่สุดในโลกอย่างเป็นทางกการไปเรียบร้อย

นอกจากนั้น ลีกแห่งนี้ก็น่าจะมีชื่อเสียงกว่าลีกของบางประเทศเสียด้วย เพราะขนาดที่ อาดิดาส ยังต้องขนบันดานักเตะดาวดังอย่าง เดวิด เบ็คแฮม, สตีเฟน เจอร์ราร์ด และ ปาทริช วิเอรา ไปถ่ายโฆษณาที่นี่มาแล้ว

ถึงแม้ลีกนี้จะเล่นกันแค่ 2 ทีม แต่ทั้งสองสโมสร ต่างมีสปอนเซอร์กันครบถ้วน ทั้งในเรื่องของชุดแข่ง และ สปอนเซอร์คาดอกด้วย

โดยล่าสุด เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง โวดาโฟน เครือข่ายการสื่อสารโทรคมนาคมชื่อดังสัญชาติอังกฤษ ก็เข้าไปสนับสนุนลีกแห่งนี้ ด้วยสัญญา 2 ปี และจะมีการถ่ายทอดการแข่งขันทั้งทางสตรีมมิ่ง และ วิทยุ ผ่านสัญญาณ 5G ให้แฟนบอลทั่วเกาะได้รับชมกันด้วย

 

จะเล็ก หรือ ใหญ่ ฟุตบอลก็คือฟุตบอล

 

ลูกเห็บ, หิมะ, ลมพายุ, ฝน, หมอกหนา, ฟ้าผ่า หรือ ฟ้าร้อง เราก็เล่นกัน” พอล ชาร์น็อค หนึ่งในสองกรรมการที่ทำหน้าที่ในลีกชิงแชมป์ฟุตบอลแห่งหมู่เกาะซิลลี ให้สัมภาษณ์กับ นิวยอร์ก ไทม์ ในปี 2016

มีนัดหนึ่ง เราต้องหยุดเล่นเพราะมีคนข้อเท้าบิดเพราะไปเหยียบโพรงกระต่าย” อดีตผู้ตัดสินใน เนชันแนล ลีก ระดับ 5 ของอังกฤษว่าต่อ “แต่พวกเราก็ถมหลุมนั้นให้เรียบร้อย แล้วเล่นกันต่อ

นี่แสดงให้เห็นว่า แม้จะเป็นลีกที่เล็กที่สุดในโลก พวกเขาก็ต้องการเพียงแค่ เล่นฟุตบอล เท่านั้น

ขณะที่ วิลล์ ลีธบริดจ์ ปีกของ วูลแพ็ค วันเดอเรอร์ กล่าวว่า “มันมีปัญหาเสมอกับผู้เล่นอายุระหว่าง 16-25 ปี เพราะนั่นคืออายุของคนที่น่าจะเล่นฟุตบอล แต่คนส่วนใหญ่ที่มีอายุวัยนั้น ออกจากเกาะไป

ดังนั้นแค่ใครก็ได้ที่เตะบอลไหวก็พอแล้ว

คำพูดดังกล่าวอาจจะสะท้อนภาพในเชิงสังคมของเกาะแห่งนี้ แต่ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้เห็นว่า สำหรับเกาะแห่งนี้แล้ว

ฟุตบอลที่นี่ ถึงแม้จะเล็กกว่า แต่มันก็มีความหมายไม่แพ้ที่อื่นเลย…

 

“Mr.BOSTON”