“บิ๊กขจร” ขจร เจียรวนนท์ ประธานสโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เข้าใจถึงสถานการณ์ของทีมที่ผลงานในช่วงเลกสองผลงานตกลงไป และยังคงให้การสนับสนุน มาโน่ โพลกิ้ง กุนซือใหญ่ อย่างเต็มที่ แต่ถ้าหากไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ใดๆ มาครองได้ในฤดูกาลนี้ เขาก็พร้อมแสดงความรับผิดชอบต่อผลงานที่เกิดขึ้น

ไทยลีก 2019

ผลงานในเกมลีกของ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ในช่วงเลกสองถือว่ายังไม่ดีเท่าที่ควร โดยไม่ชนะใคร 3 เกมหลังสุด พร้อมกับตกรอบศึกฟุตบอล โตโยต้า ลีก คัพ 2019 รอบ 8 ทีมสุดท้าย และในเกมล่าสุดบุกไปพ่ายต่อ ชลบุรี เอฟซี 1-2

โดยบอสใหญ่ “แข้งเทพ” ได้กล่าวผ่านเฟซบุ๊คแฟนเพจของสโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ว่า “สวัสดีแฟนบอลทุกคนครับ ผมขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้ในการพูดคุยถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับทีมของพวกเรา หลายสัปดาห์ที่ผ่านมาผมรับรู้ได้ว่าแฟนบอลจํานวนมากอึดอัดและอาจจะไม่พอใจกับผลงานของทีม ทั้งจากข้อความที่แสดงความคิดเห็นกันหรือจากหลายๆ คนที่เดินเข้ามาให้คําแนะนํากับผมโดยตรง ผมเองก็ผิดหวังและเสียใจไม่ต่างจากพวกเราทุกคนครับ ผมเข้าใจดีว่าเมื่อเราคาดหวังกันไว้มากแต่เมื่อผลไม่ออกมาอย่างที่หวัง ก็ต้องผิดหวังมากเป็นเรื่องธรรมดา”

“แน่นอนครับ ในวันที่ทีมผลงานไม่ดี คนที่ต้องรับผิดชอบคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหัวหน้าผู้ฝึกสอน เพราะเขาเป็นคนเลือกนักเตะและวางแท็คติกการเล่นในแต่ละนัด ในฐานะประธานสโมสรผมไม่ได้นิ่งนอนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ผมได้มีการหารือร่วมกับบอร์ดบริหารและโค้ชมาโน่ว่าทางออกไหนจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสําหรับสโมสรของเรา เราทราบดีว่าหลายคนอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง แต่การเปลี่ยนแปลงไม่ได้จบแค่โค้ชหนึ่งคนเดินจากไป เพราะสิ่งที่สําคัญกว่านั่นคือคนที่เดินเข้ามาจะทํางานต่ออย่างไร และเขาจะทํางานต่อได้หรือไม่ด้วยข้อจํากัดต่างๆ ที่มีอยู่”

“สําหรับสถานการณ์ในตอนนี้เราเดินผ่านครึ่งทางมาแล้ว และเราต้องลงแข่งขันติดต่อกันอีกหลายนัดภายในระยะเวลา ไม่กี่วัน เราจึงพิจารณาแล้วว่าการเปลี่ยนแปลงในตอนนี้ ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม ผมจึงอยากให้เรียนให้ทุกท่านทราบว่า สโมสรจะยังคงให้การสนับสนุนโค้ชมาโน่คุมทีมต่อไปอย่างเต็มที่จนจบฤดูกาล และหากจบฤดูกาลนี้สโมสรไม่สามารถคว้าแชมป์รายการใดๆ มาได้ ทาง มาโน่ โพลกิ้ง ก็พร้อมจะแสดงความรับผิดชอบกับผลงานที่เกิดขึ้นโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ”

“ผมเข้าใจครับว่าหลายคนอาจจะรู้สึกเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจในครั้งนี้ แต่ผมอยากให้ทุกคนเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงจะไม่ช่วยให้ทีมมีผลงานดีขึ้นได้เท่ากับการที่แฟนบอลทุกคนกลับมาสนับสนุนสโมสรอย่างเหนียวแน่นเหมือนเดิม ผมเองรู้สึกใจหายทุกครั้งที่เดินไปขอบคุณแฟนบอลแล้วไม่เห็นหน้าคนที่คุ้นเคยในระยะหลังๆ และผมรู้สึกเสียใจทุกครั้งเมื่อเห็นโค้ชหรือนักเตะโดนแฟนบอลทีมตัวเองตําหนิ นับตั้งแต่ที่ผมก้าวเข้ารับตําแหน่งประธานสโมสรแห่งนี้ ผมสามารถพูดได้อยากเต็มปากเลยว่าเสน่ห์ของแฟนบอลทีมเราไม่เหมือนทีมไหนในไทยลีก เราอยู่กันเหมือนครอบครัว เราเป็นเหมือนพี่น้อง ทุกคนมาดูบอลอย่างมีความสุข หลังจบเกมไม่ว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร เรายังยิ้มให้กันได้ สิ่งใดที่ผิดพลาดก็แนะนําและให้กําลังใจกันไป”

“ทุกครั้งที่ผมหันไปมองที่นั่งกองเชียร์ของเรา ผมมักจะมีรอยยิ้มเสมอเมื่อเห็นคําว่า “ชนะก็เชียร์ เสมอก็เชียร์ แพ้ยิ่งต้องเชียร์” เพราะมันเป็นอย่างที่เขียนจริงๆ บางนัดที่แพ้ยังมีแฟนบอลมารอส่งนักเตะมากกว่าวันที่ชนะด้วยซํ้า ผมอยากเห็นโค้ชและนักเตะทุกคนเงยหน้ามองแฟนบอลด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง อยากเห็นพวกเขาเดินลงสนามด้วยความสง่าผ่าเผย เพราะรู้ว่ามีกําลังใจที่สําคัญหนุนหลังพวกเขาอยู่ สุดท้ายไม่ว่าเราจะจบฤดูกาลกันแบบไหน แต่เราทุกคนก็ได้ทําหน้าที่ของตัวเองกันอย่างสุดความสามารถแล้ว มาสู้ไปด้วยกันครับ ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง แต่เพื่อสโมสรของพวกเรา เรามาช่วยกันทําให้บรรยากาศแบบนั้นกลับมาอีกครั้งนะครับ”

ขอบคุณครับ

ขจร เจียรวนนท์
ประธานสโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด