ย้อนหลังกลับไปเมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว ลิเวอร์พูลทำการแต่งตั้ง เบรนดอน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีมไฟแรง คนหนุ่มที่สร้างสวอนซีให้เติบโตมาในพรีเมียร์ลีกด้วยรูปแบบการเล่นบอลบนพื้นดินที่สวยงาม จนมีคนเปรียบเปรยว่าสวอนซีโลน่า และหลายคนก็คาดหวังว่าร็อดเจอร์ส จะทำให้ลิเวอร์พูลกลายเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่อีกครั้ง  ทว่าสามปีในถิ่นแอนฟิลด์ ร็อดเจอร์ส ทำได้แค่เกือบเท่านั้น แม้เค้าและลูกทีมที่นำโดยสตีเว่น เจอร์ราร์ด และสามแนวรุกอย่างซัวเรซ สเตอร์ลิง และสเตอริดจ์ จะพาทีมขึ้นเป็นจ่าฝูงของศึกพรีเมียร์ลีกได้ในช่วงท้ายของฤดูกาล แต่สุดท้ายก็กลับกลายเป็นแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เข้าวินคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ

Oleksandr Osipov / Shutterstock.com

เมื่อทีมสูญเสียซัวเรซ และราฮีม สเตอร์ลิงไป แม้ว่าสองคนนี้จะย้ายออกไปคนละช่วงเวลากัน แม้ว่าลิเวอร์พูลจะได้เงินมาเยอะ แต่ร็อดเจอร์สก็ไม่สามารถหาผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาสร้างสมดุลให้กับทีมได้อีกต่อไป ผลงานและฟอร์มการเล่นที่เคยสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับทีมเริ่มลดน้อยถอยลง เช่นเดียวกับอนาคตของร็อดเจอร์สที่สุดท้ายก็กลายเป็นอดีตกับหงส์แดง และเป็นได้แค่ผู้จัดการทีมที่เกือบจะทำให้ฝันของเหล่ากองเชียร์หงส์แดงเป็นจริง วลีที่ว่า“Make Us Dream” ของเหล่าเดอะค็อปที่คาดหวังว่ามันจะเป็นจริง ก็ล่องลอยหลุดไปพร้อมกับร็อดเจอร์สเช่นกัน

(AP Photo/Elise Amendola)

8 ตุลาคม ปี 2015 ชายสูงวัย รูปร่างสูงใหญ่ กำยำ มาพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า แน่นอนว่าเค้าคือผู้ที่จอห์น ดับเบิลยู เฮนรี่ มองว่าจะมาเป็นผู้กอบกู้หงส์แดงให้คืนชีพกลับมาอีกครั้ง เค้าเดินเข้ามาพร้อมกับความหวังและปณิธานอันแรงกล้าที่จะทำให้ความฝันของเหล่าเดอะค็อปกลายเป็นจริงให้ได้ ชายคนนี้เริ่มปรับเปลี่ยนทีละเล็กทีละน้อย แม้เค้าจะมีโอกาสในการล้างบางนักเตะที่ไม่เอาไหนหลายคน แต่เค้าเลือกที่จะให้โอกาสคนที่อยู่ในทีมก่อน เพื่อศึกษาแนวทางการเล่น และโอกาสในการพัฒนาฝีเท้า ก่อนที่จะพิพากษาว่าคนเหล่านั้นคู่ควรจะอยู่ในทีมต่อไปหรือไม่

(Richard Sellers/PA via AP)

ในเดือน ปี 2016 เค้าพาทีมลิเวอร์พูลเข้ารอบชิงฟุตบอลถ้วยถึงสองรายการ รายการแรกลีกคัพจบลงด้วยความพ่ายแพ้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ในการดวลลูกที่จุดโทษ ให้หลังจากนั้นไม่กี่เดือนลิเวอร์พูลเข้ารอบชิงฟุตบอลถ้วยอีกครั้ง และผลก็ยังคงสร้างความผิดหวังให้กับแฟนบอลเดอะค็อปเช่นเคย พวกเค้าเป็นแชมป์ยูโรป้าลีกแค่ 45 นาทีแรกเท่านั้น เพราะในช่วงครึ่งหลังพวกเค้าโดนเซบีญ่าทีมแกร่งจากสเปนรัวทีเดียว 3 ประตูแซงกลับมาเป็นแชมป์ได้สำเร็จ พร้อมกับร่องรอยมลทินของอัลแบร์โต้ โมเรโน่ที่โดนเดอะค็อปรุมถล่มอย่างหนักว่าคุณคือจุดอ่อนของทีม สองถ้วยแรกที่เปรียบเสมือนการเริ่มต้นในฝันของการคุมทีมหลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย

(Peter Byrne/PA via AP)

กรกฎาคมปี 2016 เริ่มเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงทีมที่แท้จริง ผู้จัดการทีมร่างใหญ่คนนี้ นำเข้านักเตะอย่างซาดิโอ มาเน่, จินี่ ไวจ์นัลดุม, โจเอล มาติป, ลอริส คาริอุส เพื่อช่วยยกระดับของทีม ร่วมกับนักเตะที่เป็นแกนหลักอย่างฟิลิปเป้ คูตินโญ่, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เจมส์ มิลเนอร์ ลิเวอร์พูลทำผลงานในลีกได้ดีขึ้น พวกเค้าจบฤดูกาลด้วยอันดับ 4 และคว้าสิทธิ์ในการไปเล่นยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

(AP Photo/Rui Vieira)

ฤดูกาล 2017/18 เค้าต้องเผชิญกับคลื่นลูกใหญ่ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง มีหลายเรื่องราวซ่อนอยู่ในปีนี้ ที่ทำให้มีผลกระทบระยะยาวจวบจนกระทั่งถึงวันนี้ แน่นอนกว่าการเข้ามาของโม ซาล่าห์ คือ การยกระดับแนวรุกในทีมไปได้หลายขั้น แต่เมื่อคุณต้องสูญเสียนักเตะอย่างคูตินโญ่ไปในช่วงตลาดเดือนมกราคม แม้ว่ามันจะแลกกับการได้เงินเข้าคลังสโมสรเกินกว่าร้อยล้านปอนด์ แต่ถ้าเงินเหล่านั้นไม่ถูกใช้ในทางที่ถูก สุดท้ายแล้วมันก็ไม่ต่างจากการเสียสมดุลของทีมในยุคที่หลุยส์ ซัวเรซ หรือราฮีม สเตอร์ลิงย้ายออกไปอย่างแน่นอน

คาริอุส

ทว่าการจากไปของคูตินโญ่ กลับไม่ได้ทำให้ลิเวอร์พูลเสียศูนย์เท่าไหร่นัก ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงตลาดเดือนมกราคม เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ถูกดึงเข้ามาเพื่อขันแนวรับให้แน่น แม้จะต้องจ่ายแพงเป็นสถิติโลกแต่ก็แลกมาด้วยผลตอบแทนที่คุ้มค่าเหลือเกิน ด้วยความสามารถของผู้จัดการทีมคนนี้กับผู้เล่นที่ถูกหล่อหลอมใจกันร่วมกัน พวกเค้าเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศศึกยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกส์ได้สำเร็จ แต่สุดท้ายความผิดหวังก็ยังคงวนเวียนอยู่ในจิตใจเค้าอยู่ดี แม้จะสู้เต็มที่แล้วแต่แชมป์ก็ยังหลุดลอยไปอยู่ในมือของคู่แข่งอย่างเรอัล มาดริด พร้อมกับเสียงถล่มลอริส คาริอุสที่หนักหน่วงกว่าโมเรโน่อยู่หลายเท่าตัวนัก

@LFC

ช่วงตลาดซื้อขายปี 2018 เงินที่เป็นค่าตัวของคูตินโญ่ ถูกนำมาใช้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น การได้นักเตะอย่างอลิสสัน เบ๊กเกอร์, ฟาบินโญ่, เชอร์ดาน ชากีรี่ คือ การยกระดับของทีมที่แท้จริง เค้าเอาความผิดหวังมาเป็นแรงผลักดันจนทำให้ลิเวอร์พูลจบฤดูกาลในลีกด้วยอันดับที่สอง และมีคะแนนสูงที่สุดตลอดกาลของสโมสร แต่จะมีอะไรสำคัญยิ่งกว่าการเป็นแชมป์สักรายการเพื่อตอบแทนแฟนบอลที่หนุนหลังสโมสรมาตลอด

(AP Photo/Emilio Morenatti)

แน่นอนครับว่าการได้เข้าชิงยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกส์อีกครั้งเป็นเรื่องมหัศจรรย์ แต่มันก็คงไม่มีคนจดจำคุณแน่ถ้าคุณยังคงพ่ายแพ้ในรอบชิงชนะเลิศ และปีนี้ประวัติศาสตร์ก็เขียนให้พวกเค้าพบกับความสมหวังเสียที ชัยชนะเหนือสเปอร์ส 2-0 ที่มาดริด คือ การตอบแทนจากผู้จัดการทีมร่างใหญ่คนหนึ่งที่มีให้แก่แฟนลิเวอร์พูลทั่วโลก และมันคือสัญญาณบางอย่างที่จะส่งถึงแฟนบอลทีมอื่นทั้งในอังกฤษ และยุโรปว่าลิเวอร์พูลกำลังคืนชีพอีกครั้ง ภายใต้การนำทีมของยอดผู้จัดการทีมนามว่า เจอร์เก้น คล็อปป์

แน่นอนว่าภารกิจ Make Us Dream ภาคแรกจบลงอย่างสวยงามด้วยแชมป์UCL แต่มันจะสมบูรณ์แบบที่สุดถ้าใน Season 2 พวกเค้าสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาได้สำเร็จ อีกไม่นานคงได้รู้กันครับ

 

“ดูบอลมาทั้งชีวิต”