“เรือใบสีฟ้า” ยังแกร่ง บุกเอาชนะ “ขุนค้อน” ทำคะแนนขึ้นไปทาบ “หงส์แดง” ที่ 3 คะแนนเท่ากัน หลังผ่านนัดแรกของ พรีเมียร์ลีก

(AP Photo/Kirsty Wigglesworth)

เกมนี้ เจ้าบ้านจัดทัพที่ดีที่สุดหวังเก็บ1 หรือ 3 คะแนนจากเกมนี้ให้ได้ โดย มานูเอล เปเยกรินี ผู้จัดการทีมใช้ ฟิลิเป แอนเดร์สัน, มานูเอล ลันซินี และ มิคาอิล อันโตนิโอ ทำเกมหลัง เซบาสเตียน ฮาลเลร์

(AP Photo/Kirsty Wigglesworth)

ขณะที่ กวาร์ดิโอลา จัดทัพคล้าย ๆ กับเกมคอมมิวนิตี ชีลด์ แต่ส่ง ริยาด มาห์เรซ ลงทำเกมบุก ร่วมกับ ราฮีม สเตอร์ลิง และใช้หน้าเป้าเป็น กาเบรียล เฮซุส

(AP Photo/Kirsty Wigglesworth)

ต้นเกม นาทีที่ 9 ทีมเยือน ได้โอกาสก่อน จาก ริยาด มาห์เรซ ได้ยิงไกลนอกกรอบเขตโทษ แต่บอลหลุดเสาไกลออกไปนิดเดียว

(AP Photo/Kirsty Wigglesworth)

นาที 25 แมนเชสเตอร์​ ซิตี้ ขึ้นนำ เวสต์แฮม 1-0 ในจังหวะเติมเกมขึ้นมาของไคล์ วอล์กเกอร์ ก่อนผ่านเข้าใน บอลแฉลบ อิลซา ดิอ็อป ไปโดน กาเบรียล เฮซุส เปลี่ยนทางเข้าไป

(AP Photo/Kirsty Wigglesworth)

นาที 32 มีการเรียกดู วีเออาร์ จากจังหวะที่ โอเล็ก ซินเชนโก เข้าสกัดมิเกล ลันซินี ในเขตโทษ โดยตอนแรก ไมค์ ดีน กรรมการในสนามไม่ว่าอะไร เมื่อดู วีเออาร์แล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น และดีน ก็สั่งให้เล่นต่อไป

(AP Photo/Kirsty Wigglesworth)

เวลาที่เหลือ เวสต์แฮม เหมือนจะตั้งเกมได้ และบุกใส่ แต่ไม่มีโอกาสที่จะแจ้ง ทำให้ไม่มีประตูเพิ่ม จบครึ่งแรก เป็นทีมเยือนบุกมานำ นำ 1-0

(AP Photo/Kirsty Wigglesworth)

กลับมาเล่นในครึ่งหลังได้แค่ 6 นาที ทีมเยือนก็ขยับสกอร์เป็น 2-0จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรอยน์ พาบอลขึ้นมาและดึงตัวประกบมารุมจนหมด ก่อนไหลให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ยิงลอดขา ลูคัส ฟาเบียนสกี้ เข้าไป

(AP Photo/Kirsty Wigglesworth)

อีก 2 นาทีถัดมา วีเออาร์ ถูกนำมาเปลี่ยนการตัดสินครั้งแรกในพรีเมียร์ลีกจนได้ จากจังหวะที่เกือบจะเป็ปนระตู ซึ่ง ดาบิด ซิลบา ไหลบอลให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ก่อนผ่านบอลให้ เฮซุส แทปอินเข้าไป แต่ภาพช้าจาก วีเออาร์ ระบุว่า จังหวะที่ ซิลบา แทงบอลให้ สเตอร์ลิง ล้ำหน้าไปนิดเดียว

(AP Photo/Kirsty Wigglesworth)

แต่นาทีที่ 75 ซิตี้ ก็ขึ้นนำ เวสต์แฮม 3-0 จนได้ โดยเป็น สเตอร์ลิง คนเดิม ที่ล้ำหน้าในจังหวะก่อนหน้านี้ วิ่งสอดขึ้นมารับบอลจากเพื่อนที่ยกมาให้ ก่อนยกบอลข้ามศีรษะ ฟาเบียนสกี้ เข้าไป โดยในจังหวะแรกมีการเรียกดู วีเออาร์ ว่าลำหรือไม่ แต่เมื่อดูแลก็มีการยืนยันให้ประตูจนได้

(AP Photo/Kirsty Wigglesworth)

นาที 85 “เรือใบสีฟ้า” มาได้ประตูสำคัญ จากลูกที่จุดโทษของ เซร์คิโอ ‘กุน’ อเกวโร ที่ลงมาเป็นสำรองในเกมนี้ โดยจังหวะนี้ อิลซา อิด็อป ไปฟาวล์ ริยาด มาห์เรซ ในกรอบเขตโทษ จังหวะแรก อเกวโร ยิงไปติดเซฟ แต่มีการฟ้องจาก วีเออาร์ ว่า ดีแคลน ไรซ์ เข้ามาในจุดโทษก่อนบอลจะถูกยิงออกไป ทำให้ อเกวโร ได้ยิงใหม่ และคราวนี้ไม่พลาด ให้ ซิตี้นำ 4-0

(AP Photo/Kirsty Wigglesworth)

เท่านั้นยังไม่สาแก่ใจ เมื่อราฮีม สเตอร์ลิง หลุดเข้าไปยิงประตูที่ 3 ของเขา เป็นแฮตทริก และเป็นประตูที่ 5 ของ ซิตี้ ในนาทีที่ 90

 

(AP Photo/Kirsty Wigglesworth)

เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไปได้ 5-0 แซง ลิเวอร์พูล ขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงในตารางคะแนน จากประตูได้เสียที่ดีกว่า 2 ลูก และทั้งคู่ยังไม่เจอกัน เลยยังวัด เฮด ทู เฮด ไม่ได้