“ปีศาจแดง”สวมฟอร์มโหด เปิด โอลด์ แทรฟฟอร์ด ไล่ถล่ม เชลซี ขาดลอย ในเกม บิ๊ดแมตช์สัปดาห์เปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีก

(AP Photo/Dave Thompson)

เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดสุดท้ายของสัปดาห์ ที่สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด เป็นเกม “ซูเปอร์ บิ๊กแมตช์” เจ้าบ้าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้อนรับการมาเยือนของ เชลซี

(AP Photo/Dave Thompson)

เกมนี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ใช้ 2 นักเตะใหม่อย่าง อารอน วาน บิสซากา และ แฮร์รี แมคไกวร์ ลงสนามทันที โดยแนวรุกฝากความหวังไว้กับ 3 แนวรุกดาวรุ่ง อองโตนี มาร์กซิยาล, เจสซี ลินการ์ด และ มาร์คัส แรชฟอร์ด

(AP Photo/Dave Thompson)

ขณะที่ แฟรงก์ แลมพาร์ด ใช้ เคิร์ต ซูมา แทนที่ ดาวิด ลุยที่ปล่อยตัวออกไห้ อาร์เซนอล ส่วนแนวรุกใช้ เปโดร โรดริเกวซ, รอส บาร์คลีย์ กับ. เมสัน เมานท์ และใช้หน้าเป้าเป็น แทมมี อับราฮัม

(AP Photo/Dave Thompson)

เริ่มเกมครึ่งแรกได้ 4 นาที แทมมี่ อับราฮัม ได้โอกาสสับไก นอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งผ่านมือ ดาบิด เด เกอา ไปแล้ว แต่ ไปชนเสาเต็ม ๆ ก่อนกระดอนออกมา แล้วแนวรับ แมนฯ ยูไนเต็ด เคลียร์ออกไปได้

(AP Photo/Dave Thompson)

นาทีที่ 12 เมสัน เมานท์ ได้โอกาสสับไกยิงนอกกรอบเขตโทษ แต่บอลยังไปตรงตัว ดาบิด เด เกอา รับไว้ได้ไม่ยาก

(AP Photo/Dave Thompson)

จุดเปลี่ยนของเกมมาในนาทีทีที่ 17 เมื่อมาร์คัส แรชฟอร์ด พาบอลเข้ากรอบเขตโทษ จากจังหวะลูกได้เปรียบ แต่ไปโดน เคิร์ต ซูมา เขาพรวด บริเวณข้อเท้า เลยเส้นเขตโทษมาราว1 ก้าว ผู้ตัดสิน เป่าเป็นลูกที่จุดโทษทันที โดย เขาลุกขึ้นมาสังหารเอง และ ยิงเข้าไปอย่างเฉียบขาด ให้ เจ้าบ้านออกนำก่อน 1-0

(AP Photo/Dave Thompson)

ท้ายครึ่งแรกนาที 39 รอส บาร์กลีย์ ได้โอกาสสับไกจ่อ ๆ ด้วยซ้าย แต่ต้องชม เด เกอา ที่เซฟไว้ได้อีกครั้ง นาทีต่อมา เชลซี ก็มีโอกาส จะ ๆ ที่จะได้ประตูตีเสมอ จาก เอเมอร์สัน พัลเมรี ที่ยิงจ่อ ๆ อีกครั้ง คราวนี้ บอลผ่านมือ เด เกอา ไปแล้ว แต่บอลไปชนกรอบประตูกระดอนออกไปอีกครั้ง ทำให้จบครี่งแรก เป็นเจ้าบ้านนำ 1-0

(AP Photo/Dave Thompson)

ครึ่งหลัง ทรงเกมยังคงเหมือนเดิม คือ เชลซี บุกใส่ และ ยูไนเต็ด รอสวนกลับ จน นาที 65 “ปีศาจแดง” ที่บุกน้อยกว่า โอกาสก็น้อยกว่า กลับมาได้ประตูนำห่าง 2-0 จากจังหวะโต้กลับ อันเดอร์ส เปเรย์รา เปิดบอลจากกราบขวาเข้าในให้ อองโตนี มาร์กซิยาล ชาร์จจ่อ ๆ เข้าไป ให้ เจ้าบ้านหนีห่าง 2 สกอร์

(AP Photo/Dave Thompson)

นาทีต่อมา ยูไนเต็ด ทิ้งห่าง 3-0 อย่างรวดเร็ว จากจังหวะโต้กลับ ปอล ป็อกบา โยนยาวจากแนวรับ มาให้ แรชฟอร์ด หลุดเดี่ยวไปดวลกับ เกปา ก่อนยิงเข้าไปสำเร็จ

(AP Photo/Dave Thompson)

เท่านั้นยังไม่พอ ยูไนเต็ดมาได้ประตูที่ 4 ในนาทีที่ 82จากจังหวะโต้กลับอีกครั้ง มาร์กซิยาล คืนบอลให้ ปอล ป็อกบา แถวกลางสนาม ก่อนที่จะพาบอลมาหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนที่ไหนให้ แดเรียล เจมส์ ขยับหลอก1 จังหวะ ก่อนยิงเข้าไปให้ ยูไนเต็ด นำห่าง 4-0

(AP Photo/Dave Thompson)

เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านถล่ม เชลซี 4-0 โดยเป็นชัยชนะเหนือทีม Big 6 ครั้งแรกในรอบ 2 ปี่สนามแห่งนี้ และยังทำให้พวกเขา ขึ้นไปรั้งรองจ่าฝูงของตารางคะแนน เป็นรองเพียงแค่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมเดียวเท่านั้นด้วย