“กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา”ร่วมกับ “การกีฬาแห่งประเทศไทย” ผนึกกำลังหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน แถลงความร่วมมือครั้งใหญ่ของวงการมอเตอร์สปอร์ต พร้อมระเบิดกิจกรรมสุดยิ่งใหญ่ “SAT Presents Road to PTT Thailand Grand Prix 2019” ปลุกกระแสศึกโมโตจีพี รายการ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019 พร้อมเผยความยิ่งใหญ่ของกิจกรรมในปีนี้ ประกาศยกระดับมาตรฐานการจัดงานแบบรอบด้าน เพื่อรักษา “กรังด์ปรีซ์”เบอร์หนึ่งของโลกให้อยู่กับเมืองไทยต่อไป 

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย และผู้สนับสนุนหลักอย่าง บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ พีทีทีโออาร์, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด, บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, กรมการขนส่งทางบก และสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ได้จัดงานแถลงข่าวความคืบหน้าความพร้อมของการจัดการแข่งขัน รวมถึงรายละเอียดความยิ่งใหญ่ของกิจกรรมต่างๆ ของ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019 และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เตรียมไว้รองรับแฟนความเร็วจากทั่วโลก

 

สถิติและเป้าหมายที่ถูกวางไว้


มียอดผู้เข้าชมทั้งหมด 222,535 คน ซึ่งสูงที่สุดเมื่อเทียบกับตัวเลขผู้ชมทั้งหมด 19 สนามจากทั่วโลก

มีนักท่องเที่ยวต่างชาติถึงประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์และมีมูลค่าทางเศรษฐกิจเป็นรายได้หมุนเวียนในประเทศกว่า 3,053 ล้านบาท ทั้งในส่วนจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดใกล้เคียงในงานตลอด 3 วัน

ประชาสัมพันธ์ประเทศไทยไปยังผู้ชมที่ติดตามอยู่ทั่วโลกผ่านการถ่ายทอดสด 207 ประเทศ ผู้ชมกว่า 800 ล้านคน

 

PTT กับ กิจกรรมและการอำนวยความสะดวกให้กับผู้เดินทางไปชม PTT Thailand Grand Prix 2019

จุดแวะพักในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station  บนเส้นทางหลักที่มุ่งสู่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

จะตกแต่งสถานที่ให้เข้ากับบรรยากาศของ MotoGP เพื่อต้อนรับแฟน ๆ  MotoGP 2019 ที่เดินทางมาร่วมงานทุกท่าน

บูธ PTT Motorsport จะมีกิจกรรมให้ร่วมสนุก และลุ้นรับของที่ระลึก Limited edition พร้อมโชว์สุดพิเศษจาก PTT Motorsport

จัดเตรียม OR Pavilion ที่จัดขึ้นเพื่อต้อนรับสื่อมวลชนและลูกค้า PTT Blue Card สามารถเข้ามาพักผ่อน เติมความสดชื่น พร้อมบูธจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น PTT Lubricants ในราคาพิเศษ

รอบ ๆ งานยังมีจุดจำหน่ายเครื่องดื่ม Café Amazon ให้บริการ และยังมี OR Camp ซึ่งเป็น Tent ที่พักเพื่อรองรับชาว PTT Blue Cardและแฟนมอเตอร์สปอร์ตที่มาร่วมชมงาน

 

THAIBEV
ไฮไลต์อยู่ที่มหกรรมคอนเสิร์ต ช้าง มิวสิค คอนเน็คชั่น พบกับศิลปินชื่อดัง อย่าง โปเตโต้, วงมายด์ และ ฟักกลิ้ง ฮีโร่ รวมทั้งศึกยอดมวยไทย นายขนมต้ม ศิลปะการต่อสู้ของไทยอันโด่งดังไปทั่วโลก ด้วยคู่มวยที่ดีที่สุดมาให้ได้ชมกันถึง สนามช้างฯ

 

กรมการขนส่งทางบก

รณรงค์เรื่องความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ตั้งแต่ปีที่ผ่านมาจนถึงปีนี้

การทำโฆษณา โดยใช้การแข่งขันโมโตจีพีเป็นแรงบันดาลใจให้กับกลุ่มเป้าหมายที่ชื่นชอบการขับขี่รถจักรยานยนต์

จัดทำแคมเปญ “ความเร็วใช้ในสนามแข่งเท่านั้น”เพื่อเน้นย้ำกับกลุ่มผู้เดินทางที่ใช้รถใช้ถนนให้ใช้ความเร็วให้ถูกสถานที่

 

GRAB TAXI

เตรียมประสานกับพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่ ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ ในจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดใกล้เคียงเพื่อรองรับความต้องการการเดินทางของนักท่องเที่ยวและผู้ที่จะไปเยือนจังหวัดบุรีรัมย์ในช่วงการจัดงานระหว่างวันที่ 4 – 6 ตุลาคม

CHANG INTERNATIONAL CIRCUIT
เพิ่มจุดจอดรถยนต์รอบเมืองบุรีรัมย์ สามารถรับรองรถยนต์ได้ กว่า 15,000 คัน

มีจุดบริการจอดจักรยานยนต์ ทั้งในและนอกสนามแข่งขันได้มากถึงกว่า 25,000 คัน

เปลี่ยนแปลงรูปแบบไซด์แสตนด์ ทุกจุดของสนามให้เป็นรูปแบบใหม่ทั้งหมด ทำการติดตั้งให้นั่งสบายยิ่งขึ้นและเสริมความปลอดภัยให้โซนที่นั่งชมทุกจุด

แฟนความเร็วสามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ในส่วนของไซด์สแตนด์ รวมถึงโซนเชียร์นักบิดอย่าง วาเลนติโน รอสซี่ และ มาร์ค มาร์เกซ สองดาวดังของโมโตจีพี ซึ่งยังมีเหลืออีกไม่มาก ผ่านทาง เคาน์เตอร์เซอร์วิส ออลล์ทิคเก็ต ในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น และร้านค้าที่มีสัญลักษณ์เคาน์เตอร์เซอร์วิส กว่า12,000 สาขาทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่ www.allticket.com