คุณอาจยอมเสียเวลา 3-4 ชั่วโมงขึ้นบันได 100 ชั้น เพื่อไปดูความสวยงามของบ้านเมืองยามค่ำคืน  แต่คุณจะประหยัดเวลาไปได้เยอะพอสมควร ถ้าเปลี่ยนจากการขึ้นบันไดไปเป็นขึ้นลิฟท์แทน มันก็เหมือนกับการได้อยู่กับโค้ชดี ๆ สักคน เค้าอาจทำให้คุณไปสู่ความเป็นนักเตะระดับโลกได้เร็วกว่าที่คุณคิดก็ได้


นักฟุตบอลหนึ่งคนมีความสามารถแตกต่างกันออกไปตามทักษะ การฝึกฝน ทัศนคติ ความมุ่งมั่นของแต่ละคน แต่ผู้ฝึกสอนเองก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ ต่อทุกย่างก้าวของพวกเค้า วันนี้ผมกำลังจะมาพูดถึงพัฒนาการที่ก้าวกระโดดไปจากเดิมมากของนักเตะอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง

สเตอร์ลิง ย้ายจากลิเวอร์พูลมาอยู่กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2015 ด้วยค่าตัวกว่า 50 ล้านปอนด์ ถ้ามองในแง่ของการลงทุนลิเวอร์พูลได้กำไรจากดีลนี้มหาศาล เพราะพวกเค้าจ่ายเงินซื้อสเตอร์ลิงมาจากควีนปาร์ค เรนเจอร์ส ในราคาแค่ 600,000 ปอน์ (สมัยราฟา เบนิเตซ) ส่วนสเตอร์ลิง และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกตั้งคำถามและข้อสงสัยอย่างมากมายว่าเค้าคู่ควรกับค่าตัวระดับนี้เชียวหรือ เค้าคู่ควรกับการเป็นนักเตะอังกฤษที่ค่าตัวแพงที่สุดเลยหรือ (สถิติตอนนี้เป็นของแฮร์รี่ แม็คไกวร์) การลงทุนกับนักเตะคนนี้คุ้มค่าหรือ ค่าตัวของเค้าโอเวอร์เรทไปมากเมื่อเทียบกับผลงาน ฯลฯ อีกหลายคำถามที่วกวนกวนใจทั้งซิตี้และสเตอริ่งอย่างต่อเนื่อง

(Photo by Paul Currie/Manchester City FC via Getty Images)


ในสองฤดูกาลแรกสุดที่แมนเชสเตอร์ แม้เค้าจะสามารถพาทีมคว้าแชมป์ลีกคัพมาครองได้สำเร็จ แต่ผลงานส่วนตัวของเค้าเองก็ไม่ได้ก้าวกระโดดจากตอนอยู่ที่แอนฟิลด์มากนัก ถึงแม้จะลงสนามอย่างต่อเนื่องแต่เค้าทำประตูรวมทั้งสองปีได้แค่
13 ประตูเท่านั้น จึงไม่แปลกถ้าจะมีเครื่องหมายคำถามคำโตจากคนในวงการถึงนักเตะอย่างสเตอร์ลิงว่าเค้าเป็นของจริงหรือไม่ แต่หลังจากนั้นข้อสงสัย และความคลุมเครือเหล่านี้ก็หมดไป

(Photo by Victoria Haydn/Manchester City FC via Getty Images)

ในฤดูกาลถัดมาคือปี 2017-2018 เค้าพังประตูในลีกได้ถึง 18 ประตู มากกว่าสองฤดูกาลก่อนหน้ารวมกันเสียอีก พร้อมกับพาแมนเชสเตอร์ ซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ในปีถัดมายิ่งเจ๋งกว่านั้นแม้ว่าเค้าจะยิงประตูได้น้อยลง 1 ลูก แต่ก็มีส่วนสำคัญกับการคว้าสามแชมป์ในประเทศของต้นสังกัด ติดทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก คว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก สเตอร์ลิงเริ่มพิสูจน์ให้เห็นว่าค่าตัว 50 ล้านปอนด์ของเค้าไม่ใช่สิ่งที่เกินจริงอีกแล้ว

(Photo credit should read PAUL ELLIS/AFP/Getty Images)

สเตอร์ลิงเล่าให้ฟังถึงเคล็ดลับที่ทำให้เค้าฟอร์มพุ่งกระฉูดขนาดนี้ได้ว่าเป็นเพราะคนอย่างเป๊ป กวาร์ดิโอล่า สเตอริ่งบอกว่า เป๊ปต้องการความทุ่มเทจากนักเตะ 100 เปอร์เซ็นต์เสมอ และถ้าเห็นว่าให้เค้าไม่ได้ คุณก็ต้องอธิบายมาว่าทำไม…นอกจากนั้นเป๊ป มักจะท้าทายเค้าตลอดเวลา ในทุกปีเป๊ปจะนำเข้าปีชั้นยอดเพื่อมายกระดับทีมและกระตุ้นให้นักเตะที่เหลือโชว์ฟอร์มให้ดี และพัฒนาตนเองขึ้นมาให้ได้ เพราะการที่มีการแข่งขันในทีมสูงขึ้น ก็เท่ากับว่าคุณก็ต้องหมั่นพัฒนาตนเองตลอดเวลาเช่นกัน แม้นักเตะอย่างแบร์ราโด ซิลวา ซาเน่ มาห์เรซ ถูกดึงเข้ามา แต่สเตอริ่งก็ยังคงได้ลงสนามและสร้างผลงานอย่างต่อเนื่อง และไม่แปลกใจนักที่เค้าจะกลายเป็นตัวเลือกลำดับแรก ๆ ของเป๊ปไปเรียบร้อย ผลงานในสนามเป็นคำตอบได้อย่างชัดเจนกว่าเค้ามีพัฒนาการมากขึ้นเพียงใด

(Photo by Victoria Haydn/Manchester City FC via Getty Images)

ฤดูกาลนี้สเตอร์ลิงเป็นนักเตะคนแรกในรอบ 9 ปีที่ทำแฮททริกได้ตั้งแต่นัดเปิดฤดูกาล ทำแฮททริกได้เป็นครั้งที่สามตลอดชีวิตการค้าแข้ง ทำประตูให้กับซิตี้ได้ครบ 50 ลูก และเชื่อว่ายังมีสถิติอีกมากที่รอบันทึกชื่อของเค้าอยู่ ขอเพียงแค่มียอดกุนซืออย่างเป๊ปอยู่เคียงข้างก็คงเกินพอแล้วสำหรับนักเตะอย่างราฮีม สเตอร์ลิง

 

“ดูบอลมาทั้งชีวิต”