ฟุตซอลลีกหญิงในนาทีนี้เบียดลุ้นแชมป์กันสนุก หากจะพูดถึงทีมไฟแรงที่สุดคงหนีไม่พ้น “มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร” เจ้าของเหรียญทองกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย 2 ครั้งล่าสุด ก่อนไต่ขึ้นมาสู่ลีกครั้งแรกและได้ลุ้นแชมป์ทันที

มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร

“เดอะ แชมเปี้ยนชิพ วีเมน ฟุตซอล 2019” เข้าสู่โค้งสุดท้ายของฤดูกาล มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร เกาะหัวตารางอย่างต่อเนื่องคะแนนตามหลัง อเมซอน บลูเวฟ ทีมเต็ง 1 และแชมป์เก่าแบบหายใจรดต้นคอ โดยช่วงต้นของการแข่งขันสามารถขึ้นไปเป็นที่ 1 อยู่พักใหญ่ๆ จนมีคำถามว่าพวกเขาเป็นใคร เพียงปีแรกที่เข้าร่วมลีกก็กลายเป็นบิ๊กทีมได้แล้ว

สถาบันจากภูธรที่จริงจังในการสร้างทีมฟุตซอล

หากย้อนดูผลงานในระดับอุดมศึกษาคงไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะ การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 45 และ 46 (ปี 2560 และ 2561) แข้งสาวของ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร คือแชมป์ 2 ปีซ้อน ทั้งๆที่เพิ่งสร้างทีมหญิงมาในปี 2559 เท่านั้น ดังนั้นการผลักดันและสนับสนุนของสถาบันจึงมีส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมนี้กลายเป็นทีมชั้นนำของไทยอย่างรวดเร็ว

รศ.ดร.สุวิทย์ วงศ์บุญมาก อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร กล่าวถึงปัจจัยที่ทำให้ฟุตซอลหญิงของสถาบันพัฒนาไปไกลเป็นเพราะความเป็นมืออาชีพของโค้ช และความมีวินัยของนักกีฬา

“จริงๆเราก็สนับสนุนหลายกีฬา แต่ละกีฬามีองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น โค้ช หรือ นักกีฬาเอง ที่จะประสบความสำเร็จ นอกจากฟุตซอลก็จะมีวอลเลย์บอล ได้เหรียญทองกลุ่มราชภัฏภาคเหนือ สำหรับฟุตซอลองค์ประกอบที่ได้แชมป์เนี่ย ผมมาวิเคราะห์ดูคือโค้ชและทีมงานเอาจริงเอาจัง และนักกีฬาวินัยตั้งใจฝึกซ้อม”

“จริงๆเนี่ยทีมสต๊าฟมาขอพบ แล้วมาบอกว่าอยากจะเข้าแข่งในระดับลีก เพราะว่ามันก็สูงสุดของประเทศครับ ผมก็ให้ประเมินว่าเราไปไหวมั้ย เขาก็บอกว่าไหวเพราะได้แชมป์กีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย มา 2 ปี แล้วผมไปดูที่โรงยิมเนี่ย เด็กก็พักกันอยู่ที่นั่น ดูแลอย่างดี เก็บตัวซ้อมอย่างจริงจัง ทีมงานจริงจัง เด็กมีวินัย เมื่อก่อนซ้อมสนามปูนไม่มีหลังคา หลังๆโรงยิมเสร็จเด็กก็ได้ซ้อมมากขึ้นนะครับ ”

อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ยังบอกอีกว่าความสำเร็จของฟุตซอลหญิงของสถาบันแห่งนี้ เป็นการสร้างความหวังให้กับนักฟุตซอลจากภูธรทั่วประเทศในการพัฒนาฝีเท้าของตัวเอง

“มันเกิดจากการสร้างของเราก่อน พอมีชื่อเสียงก็ร่ำลือคนก็อยากจะมีเรียนที่นี่ มีนักเตะดีๆจากระดับมัธยมเข้ามาคัดกับเราทำให้เราสู้กับทุกทีมได้ มีทุนฟรีตอนเข้ามาเรียน แล้วถ้ามาเรียนแล้วได้เหรียญทองราชภัฏภาคเหนือ ได้ทุน 1 ปี ถ้าได้เหรียญทองกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ได้ทุนเรียนฟรี 2 ปี ”

“ทีมงาน อาจารย์ สต๊าฟโค้ช บอกว่าเต็มที่ ผมก็ขอบคุณพวกเขา มันเป็นตัวอย่างของทีมภูธร
ว่าถ้าเราเอาจริงเอาจัง เราก็ไประดับประเทศได้ ราชภัฏกำแพงเพชรได้ไปเล่นในลีกอาชีพ
ก็เป็นการจุดประกายความหวังให้นักเตะบ้านนอกได้เติบโตครับ”

จบปริญญาเอกเคมี แต่ไปได้ดีกับโค้ชฟุตซอล

บ้านเราจะคุ้นหูกันดีเวลาเรียกผู้ฝึกสอน “โค้ช” หรือ “อาจารย์” แต่สำหรับหัวหน้าผู้ฝึกสอนของมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร นักกีฬาจะเรียกว่า “ด็อกเตอร์” นั่นเป็นเพราะ รศ.ดร.ปรีชา ปัญญา จบปริญญาเอกนั่นเอง ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนวิชาเคมี โดยสอบบรรจุเป็นข้าราชการครูอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ตั้งแต่ปี 2541 หลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาโท ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จาก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต่อมาเรียนระดับปริญญาเอกมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภาควิชาเคมีเหมือนเดิม ก่อนจะจบเป็นด็อกเตอร์ปี 2547
รศ.ดร.ปรีชา ปัญญา เป็นโค้ชฟุตซอลชายให้ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร มายาวนานถึง 12 ปี และฟุตซอลหญิงเริ่มทำทีมปี 2559 เล่าถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตัวเองมาเป็นโค้ชฟุตซอล ควบคู่ไปกับสอนวิชาเคมี รวมทั้งเคล็ดลับการสร้างทีมหญิงจนเป็นเบอร์ 1 ของประเทศในระดับอุดมศึกษา

รศ.ดร.ปรีชา ปัญญา

“ผมเป็นนักฟุตบอลเก่า ฝ่ายกีฬาก็ถามว่าสนใจงานโค้ชมั้ย ตอนนั้นกีฬาราชภัฏภาคเหนือเพิ่งมีแข่งฟุตซอล ทีนี้ฟุตซอลไม่มีโค้ช ผู้บริหารส่งผมไปอบรมโค้ชฟุตซอล ผมได้โอกาสไปอบรมที่ กกท. 7 วัน นั่นเป็นจุดเริ่มต้นครับ”

“ความโชคดีของเราคือเราได้นักกีฬาดีๆจากมัธยม ครูรังสรรค์ ไพฑูรย์ จาก รร.คลองลานพัฒนาจินดาศักดิ์ เป็นเบอร์ต้นๆของประเทศอยู่แล้ว ก็ส่งเด็กเก่งๆมาเรียนปริญญาตรีที่เราหลายคน ต้องให้เครดิตเขาครับ บวกกับเด็กจากที่อื่น เป็นเด็กที่เก่งเหมือนกัน ในการซ้อมคือผมก็ซ้อมทีมชายอยู่แล้ว ผมก็ใช้ระบบเดียวกับที่ซ้อมผู้ชายมาซ้อมกับทีมหญิง เขาพัฒนาได้เร็ว”

“เคล็ดลับของผมก็คือต้องระบบเดียวกับผู้ชาย ต้องฟิตเหมือนผู้ชาย แล้วต้องเป็นฟุตซอลธรรมชาติ ไม่ใช่เอาตัวฟุตบอลมาเล่นเหมือนเมื่อก่อน”

สำหรับเป้าหมายของ “ด็อกเตอร์ปรีชา” ในการส่งเข้าลีกครั้งแรก หวังเพียงแค่เป็นการเตรียมทีมเพื่อที่จะสร้างประวัติศาสตร์ให้ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร เป็นทีมแรกที่ได้เหรียญทอง 3 สมัย ไม่ได้หวังมาไกลขนาดลุ้นแชมป์เหมือนอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้

 มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร

“ตอนแรกเราจะส่งแข่งตั้งแต่ได้แชมป์กีฬามหาวิทยาลัยครั้งแรกล่ะ แต่ว่าสมาคมยังไม่มีการเปิดคัดเลือก หลังจากนั้นในปีนี้ได้มีการเปิดคัดเลือก เป็นการเพลย์ออฟเข้าสู่ลีก เป้าหมายแรกคือแค่ผ่านเพลย์ออฟเท่านั้นเองนะครับ”

“แชมป์ก็ถือว่าเป็นโบนัสครับ มาได้เท่านี้ถ้าได้ที่ 2 ถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะทีแรกที่ส่งแข่ง ตั้งใจแค่ว่าจะใช้เป็นการเตรียมทีมลงแข่งกีฬามหาลัย เพื่อได้แชมป์ 3 ปีซ้อนให้ได้เป็นทีมแรกของไทย ถึงจะมีลุ้นแชมป์ตามหลัง บลูเวฟ 2 แต้ม แต่ว่าโปรแกรมแข่งในช่วงท้าย บลูเวฟ คงพลาดยาก แต่เราก็ต้องเต็มที่ไว้ก่อน”

“แอม” ณัฐมล อาจกล้า ทีมชาติคนแรกของ มรภ.กำแพงเพชร ไอดอลของนักเตะสาวในมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร คงหนีไม่พ้น “แอม” ณัฐมล อาจกล้า ปัจจุบันอายุ 22 ปี เป็นนักฟุตซอลหญิงคนแรกของสถาบันที่ติดทีมชาติไทย อยู่ในชุดคว้าแชมป์เอเชี่ยน อินดอร์ เกมส์ 2017 ที่ประเทศเติร์กเมนิสถาน แชมป์ซีเกมส์ 2017 ที่ประเทศมาเลเซีย และ อันดับที่ 3 ชิงแชมป์เอเชีย 2018 ที่ประเทศไทย เรียกได้ว่าเก่งตั้งแต่เด็ก “แอม” เริ่มเล่นกีฬาเพราะสุขภาพไม่ดี แต่ฝีเท้าก้าวไปติดทีมชาติไทยตั้งแต่เรียนประถมศึกษา

“ตอนแรกสุขภาพร่างกายไม่ดีก็เลยหันมาเล่นกีฬาแล้ว คุณครูเห็นหนูเล่นได้ก็เลยเอามาปั้นต่อ
ตอนแรกเล่นฟุตบอลก่อนค่ะ ตอนนั้นอยู่ ป.6 อายุ 12 ปี เรียนอยู่ที่โรงเรียนบ้านใหม่ธงชัย ไปคัดแล้วก็ติดทีมชาติรุ่น ยู14 ไปแข่งที่เวียดนาม”

 ณัฐมล อาจกล้า

“หลังจากนั้นมาเข้า ม.1 ที่โรงเรียนคลองลานพัฒนาจินดาศักดิ์ หันมาเล่นฟุตซอลเพราะว่านักฟุตซอลคนน้อย ตอนนั้นเริ่มมีฟุตซอลหญิง แล้วก็มาเล่นฟุตซอลมาตลอด ตอนเรียนที่นี่ได้เหรียญตลอดค่ะ แชมป์กีฬาเยาวชนแห่งชาติ แชมป์กีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งประเทศไทย”

ส่วนการติดทีมชาติฟุตซอลก็เป็นเพราะทำผลงานได้ดีในการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ได้เหรียญทองแดงปี 2559 จนไปสะดุดตารุ่นพี่ในทีมชาติอย่าง “จูน” ศศิชา โพธิ์วงษ์ หลังจากนั้น “แอม” และมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ประสบความสำเร็จได้เหรียญทอง 2 ครั้งรวด ปี 2560 , 2561 “แอม” เชื่อว่ารุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร จะขึ้นมาติดทีมชาติไทยอีกหลายคนในเร็วๆนี้

“พอมาเรียนที่ มรภ.กำแพงเพชร ได้ลงเล่นกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ที่โคราช ได้ที่ 3 แล้วก็พี่จูน เห็นแวว ก็เลยมาถาม แล้วบอกว่าจะลองให้โค้ชเรียกไปคัด ก็ได้ไปเก็บตัวกับทีมชาติไทย ตอนแรกไม่คิดว่าจะไปถึงขนาดนั้น แต่พอมีโอกาสก็ทำเต็มที่ ดีใจมากๆค่ะที่ติดทีมชาติไทยและได้แชมป์”

“อนาคตคิดว่าน้องชุดต่อๆไปน่าจะมีนักเตะของ ราชภัฏกำแพงเพชร ได้ติดทีมชาติอีก เพราะยังอายุน้อยกันอยู่อายุ 20 ต้นๆ ก็คิดว่าจะมาแทนพี่ๆได้ เจอกันในกีฬามหาวิทยาลัย หรือในลีก มาตรฐานก็สู้กันได้ค่ะ”

และที่จะขาดไม่ได้คือการสนับสนุนจากสถาบัน เป็นปัจจัยที่ทำให้นักกีฬาประสบความสำเร็จ

“มหาวิทยาลัยให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี จากที่เมื่อก่อนไม่มีอะไร ตอนนี้ก็มีเข้ามาเรื่อยๆ
ค่าเบี้ยเลี้ยง การสนับสนุนทุนเรียน สถานที่พักก็ดูแลอย่างดีค่ะ”

ผลงานของ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ไม่ว่าจะได้แชมป์ลีกหรือไม่ แต่มาถึงขนาดนี้ต้องยอมรับว่าสถาบันแห่งนี้มีดีจริง และเชื่อว่าจะสร้างนักกีฬาฝีเท้าดีสู่วงการต่อยอดไปจนถึงทีมชาติไทยอีกหลายคนในอนาคตอันใกล้นี้