เกมชิงถ้วยซูเปอร์ คัพ ของ ยูฟ่า ต้องเล่นกันกว่า 120 นาทีก่อนมาตัดสินกันด้วยการดวลลูกที่จุดโทษ และเป็น “หงส์แดง” แม่นกว่า เอาชนะไปได้

(Photo by Michael Regan/Getty Images)

เกม ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ที่สนาม โวดาโฟน ปาร์ค ในนคร อิสตัลบูล ประเทศ ตุรกี เป็นการชิงชัยกันระหว่างสองทีมจากพรีเมียร์ลีก อย่าง ลิเวอร์พูล แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ เชลซี แชมป์ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก

(Photo by Matthew Ashton – AMA/Getty Images)

เกมนี้ “หงส์แดง” ไม่มี อลิสซง เบคเกอร์ ที่มีอาการบาดเจ็บ จากเกมพรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาลที่ถล่ม นอริช ซิตี้ 4-1 ทำให้ อาเดรียน ได้รับโอกาสแทน แต่ข่าวดีคือได้ ซาดิโอ มาเน่ ออกสตาร์ตตัวจริง ร่วมกับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ อเล็กซ์ ออกซ์เลด เชมเบอร์เลน

ส่วน เชลซี ที่ออกสตาร์ตพรีเมียร์ลีกนัดแรกไม่สวย หลังพ่ายต่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-4 เกมนี้ ได้ เอ็นโกโล กองเต้ คืนทัพ ประสานงานกับ มัตเตโอ โควาซิช และ จอร์จินโญ โดยมี โอลิวิเยร์ ชิรูด์ เป็นหน้าเป้า แทน แทมมี อับราฮัม

(Photo by TF-Images/ Getty Images)

ต้นครึ่งแรก เชลซีเล่นดีกว่า และป่วนเกมรับลิเวอร์พูลได้หลายครั้ง แต่กว่าจะมาได้ประตูขึ้นนำ ก็ต้องปาเข้าไปนาท ที่ 36 ช่วงเหลือไม่ถึง 10 นาทีในครึ่งแรก โดย คริสเตียน พูลิซิช จ่ายบอลให้ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ หลุดไปยิงเป็นประตู และหมดครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

(Photo by Chris Brunskill/Fantasista/Getty Images)

ครึ่งหลัง เริ่มเกมได้แค่ 3 นาที “หงส์แดง” ก็มาตีเสมอได้อย่างรวดเร็ว เมื่อ ฟาบินโญ่ ยกบอลให้ โรแบร์โต ฟีร์มิโน่ ที่ลงมาเล่นแทน ออกซ์เลด เชมเบอร์เลน ในครึ่งหลัง หลุดไปดีดบอลผ่าน เกปา อาร์ริซาบาลากา ให้ ซาดิโอ มาเน่ ยิงเข้าไปให้ เกมเสมอกันที่ 1-1

(Photo by Matthew Ashton – AMA/Getty Images)

เวลาที่เหลือในครึ่งหลัง ทั้ง 2 ทีมเล่นกันอย่างสนุก แต่ไม่มีประตูเพิ่ม ทำให้จบเกม 90 นาที เสมอกัน 1-1 ต้องต่อเวลาออกไปอีก 30 นาที เพื่อตัดสิน

(Photo by Matthew Ashton – AMA/Getty Images)

ครึ่งแรกของการต่อเวลา นาทีที่ 95 “หงส์แดง” ได้ขึ้นนำครั้งแรกในเกมนี้ เมื่อ ฟีร์มิโน ไหลบอลเข้ากลางให้ มาเน่ วิ่งมายิงเข้าไปอย่างสวยงามให้ ลิเวอร์พูล นำ เชลซี 2-1

(Photo by Chris Brunskill/Fantasista/Getty Images)

แต่ อีกแค่ 3 นาทีต่อมา “สิงห์บลูส์” ก็มาตีเสมอจนได้ เมื่อ แทมมี อับราฮัม ที่ลงมาเป็นสำรองในเกมนี้ ถูก อาเดรียน รวบขาจากด้านหลัง กลายเป็นลูกที่จุดโทษ และ จอร์จินโญ ก็สังหารไม่พลาด ให้เกมกลับมาเสมอกันอีกครั้ง ที่ 2-2

(Photo by Michael Regan/Getty Images)

เวลาที่เหลือในช่วงต่อเวลา ไม่มีใครทำอะไรกันได้ ทำให้ครบ 120 นาที ยังเสมอกันอีก 2-2 ต้องไปดวลลูกจุดโทษตัดสิน

(Photo by Matthew Ashton – AMA/Getty Images)

ผลปรากฏว่า ทั้ง 5 คน ของลิเวอร์พูล อันได้แก่ โรแบร์โต ฟีร์มิโน, ฟาบินโญ, ดิว็อก โอริกี, เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ และ โม ซาลาห์ ยิงเข้าทั้งหมด ส่วนเชลซี ยิงเข้าไปก่อน 4 คน คือ จอร์จินโญ, รอส บาร์คลีย์, เมสัน เมานท์ และ เอเมอร์สัน พัลเมรี ยกเว้นแต่คนสุดท้ายคือ แทมมี อับราฮัม เท่านั้นที่พลาด ทำให้ ลิเวอร์พูล ดาลเอาชนะ ลูกที่จุดโทษ 5-4 คว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ