การเดินทางของบุลเล็ตเริ่มต้นในปี 1932 กินระยะเวลายาวนานกว่า 87 ปี ซึ่งทำให้รอยัล เอนฟิลด์ บุลเล็ต เป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่โลดแล่นอยู่บนท้องถนนมายาวนานที่สุดในโลก

ความสำเร็จของรอยัล เอนฟิลด์ บุลเล็ตในการแข่งขันไทรอัลส์ แชมเปี้ยนชิพส์ (Trials Championships) และด้วยแรงบันดาลใจจากตำนานการแข่งขันของรอยัล เอนฟิลด์ในรายการ International Six Days Trials (ISDT) และเพื่อสรรเสริญต่อจอห์นนี บริทเทน (Johnny Brittain) พ่อมดแห่งการแข่งขันไทรอัลส์ รอยัล เอนฟิลด์ จึงเปิดตัว บุลเล็ต ไทรอัลส์ เวิร์คส์ เรพริกา 2019 (Bullet Trials Works Replica 2019)

เรามาดูประวัติย่อๆ ที่น่าสนใจ

รอยัล เอนฟิลด์ บุลเล็ตเปิดตัวครั้งแรกในปี 1932  พร้อมกับการได้ชื่อว่าเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่ “สมบูรณ์แบบสำหรับการขับขี่แบบทัวริ่งหรือแข่งขันไทรอัลส์”หลังจากเปิดตัวไม่นาน บุลเล็ตสามารถสร้างความสำเร็จจากการแข่งขันรายการ International Six Days Trial (ISDT) ในปี 1935 โดยที่ทีมรอยัล เอนฟิลด์ เป็นรถมอเตอร์ไซค์สัญชาติอังกฤษหนึ่งเดียวที่ไม่ถูกตัดแต้มแม้แต่คะแนนเดียว จากนั้นในปี 1937  นักขี่เอนฟิลด์ สร้างสถิติคว้าถ้วยรางวัลถึง 37 ใบและเหรียญทองอีก 6 เหรียญในการแข่งขัน ISDT จากนักขี่ในตำนานอย่างชาร์ลี โรเจอร์ส (Charlie Rogers)จอร์จ โฮลด์เวิร์ธ (George Holdworth) และแจ็ค บุ๊คเกอร์ (Jack Booker) ซึ่งขี่บุลเล็ต 250 ซีซี และ 350 ซีซี รวมถึงเวอร์ชั่นคัสตอมพิเศษสำหรับการแข่งขันขนาด 500 ซีซี สู่ชัยชนะ

แต่ความสำเร็จที่แท้จริงเกิดขึ้นในช่วงหลังสงครามโลก รอยัล เอนฟิลด์ กลายเป็นบริษัทแถวหน้าในการแข่งขันไทรอัลส์อย่างแท้จริง ด้วยบุลเล็ตขนาด 350 ซีซี รุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งออกแบบโดยเท็ด พาร์โด (Ted Pardoe) และโทนี่ วิลสัน โจนส์ (Tony Wilson-Jones) ซึ่งปฏิวัติวงการด้วยการผสมผสานช่วงล่างแบบสวิงอาร์มเข้ากับโช้คอัพน้ำมันเป็นครั้งแรกในรถจักรยานยนต์รุ่นผลิตจำหน่ายเชิงพานิชย์ การพัฒนาดังกล่าวพลิกโฉมการออกแบบรถมอเตอร์ไซค์ไปตลอดกาล


โดยบุลเล็ตที่มาพร้อมช่วงล่างแบบสวิงอาร์มของรอยัล เอนฟิลด์ได้ฉีกขนบดั้งเดิมของการเปิดตัวรถด้วยการเผยโฉมที่การแข่งขันไทรอัลส์ด้วยรถต้นแบบ 3 คันในการแข่งขัน Colmore Cup ปี1948 หลังจากนั้น รถมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ได้รับการคัดเลือกให้ร่วมทีม British Trophy ในการแข่งขัน ISDT ปี 1949 จัดขึ้นในเมืองซานเรโม ประเทศอิตาลี ความสำเร็จตามมาพร้อมกับนักขี่บุลเล็ตทั้งสองคน ชาร์ลี โรเจอร์ส (Charlie Rogers) และวิค บริทเทน (Vic Brittain) คว้าเหรียญทองได้สำเร็จและส่งให้ทีมจากอังกฤษคว้าชัยชนะอันดับหนึ่ง บุลเล็ต ไทรอัลส์มาพร้อมช่วงล่างสวิงอาร์มจึงกลายหัวใจสำคัญของรถรุ่นนี้ต่อมาอีกถึง 14 ปี

รถมอเตอร์ไซค์ บุลเล็ต ไทรอัลส์ ปี 2019 คือการอุทิศให้แก่รถบุลเล็ต ไทรอัลส์ ปี 1949 สามารถถ่ายทอดรูปลักษณ์และความรู้สึกของรถในช่วงต้นยุค 1950 ได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมติดตั้งฟีเจอร์ยุคใหม่อย่างระบบดิสก์เบรกคู่พร้อมเอบีเอส และระบบหัวฉีดอิเลคโทรนิค EFI บุลเล็ต ไทรอัลส์ 500 จะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ UCE ขนาด 498 ซีซีและบุลเล็ต ไทรอัลส์ 350 จะใช้เครื่องยนต์ UCE ขนาด 348 ซีซี

บุลเล็ต ไทรอัลส์ มาพร้อมเครื่องยนต์ 500 ซีซี จำหน่ายจำนวนจำกัดเพียง 210 คันในประเทศไทย มีดีไซน์ที่โดดเด่นและฟังก์ชั่นรองรับการใช้งานที่สะท้อนยุคที่รุ่งเรืองของการแข่งไทรอัลส์สุดคลาสสิกระหว่างทศวรรษ 1940 และ 1950 ซึ่ง
รถบุลเล็ต ไทรอัลส์รุ่นใหม่ใช้ยางที่มีลายดอกยางทรงเหลี่ยมเพื่อเพิ่มการยึดเกาะบนทางออฟโรดและแฮนด์เดิลบาร์เสริมแกร่งด้วยคานขวางหรือ Crossbar รถมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ยังมาพร้อมท่อไอเสียที่เฉียงสูงขึ้นเพื่อเพิ่มระยะห่างจากพื้นเพื่อเพิ่มความมั่นใจเมื่อต้องลุยน้ำ และยังติดตั้งระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) แบบดูอัลแชนแนล (Dual Channel) บุลเล็ต ไทรอัลส์ถูกติดตั้งบังโคลนล้อดีไซน์ใหม่ เบาะนั่งเดี่ยว และแรคบรรทุกสัมภาระ นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์ตกแต่ง 5 รายการที่ได้รับการออกแบบสำหรับรถมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้โดยเฉพาะ ได้แก่ การ์ดป้องกันเครื่องยนต์ขนาดเล็ก ตะแกรงครอบไฟหน้า บอร์ดประทับหมายเลขแข่ง การ์ดกันแคร้งใต้เครื่องอลูมิเนียม และปลอกสวมครอสบาร์ โดยบุลเล็ต ไทรอัลส์ 500 มีราคาจำหน่ายรวมอุปกรณ์ตกแต่ง 5 รายการที่ 191,500 บาท