หากหลายคนบอกว่าระบบ VAR คือ การคืนถูกต้องกลับสู่วงการฟุตบอล VAR คือการยกระดับความโปร่งใสในการแข่งขัน VAR คือความยุติธรรมที่มีอยู่จริง แต่ในมุมของยอดผู้จัดการทีมอย่างเป๊ป กวาร์ดิโอล่านั้นเค้ากลับมองว่า VAR คือ ความโหดร้าย โดยเฉพาะค่ำคืนวันที่ 17 เมษายน ซึ่งจะอยู่ในความทรงจำตลอดกาลของเค้าอย่างแน่นอน

คืนวันนั้น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านที่เอติฮัต สเตเดี้ยม ลงสนามทำศึกยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีกในรอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดที่สองพบกับ สเปอร์ส ทีมคู่แข่งร่วมลีก โดยในนัดแรกพวกเค้าบุกไปแพ้สเปอร์สมาก่อนด้วยสกอร์ 0-1 ดังนั้นทางเลือกเดียวในวันนี้หากต้องการเข้าสู่รอบรองชนะเลิศอีกครั้งเพื่อสานความฝันในการครองเจ้ายุโรป คือ ต้องชนะทีมไก่เดือยทองให้ได้

(Photo by Rich Linley – CameraSport via Getty Images)


เริ่มเกมมาแค่
4 นาทีพวกเค้าก็มาได้ประตูที่ต้องการ ราฮีม สเตอร์ลิง ไม่ทำให้สาวกเรือใบสีฟ้าต้องผิดหวัง เค้ารับบอลจากเควิน เดอ บรอยน์ และเลี้ยงบอลตัดเข้ากลาง ก่อนยิงผ่านมือฮูโก้ ยอริส เข้าไปอย่างสวยงาม ซิตี้ขึ้นนำ 1-0 ไม่มีการเริ่มต้นครั้งไหนจะสวยงามเท่ากับครั้งนี้อีกแล้ว

ทว่าให้หลังเพียงแค่ห้าถึงหกนาที ซอน เฮือง มิน เพชฌฆาตจากแดนโสมก็จัดการยิงทีเดียว 2 ลูก พาไก่เดือยทองแซงนำซิตี้ไป 2-1 สถานการณ์ตอนนี้พวกเค้าเป็นรองแบบสุดกู่ เพราะหากต้องการเข้ารอบต้องยิงคู่แข่งอีกถึง 3 ลูก ซึ่งเป็นโจทย์ที่ยากมากสำหรับลูกทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า

แต่ซิตี้ ก็คือ ซิตี้ ยอดทีมก็คือยอดทีม ถ้าคุณอยากได้แชมป์ คุณต้องกลับมาให้ในสถานการณ์แบบนี้ หลังจากซอน ยิงให้สเปอร์สขึ้นนำเพียงแค่นาทีเดียว แบร์นาร์โด ซิลวา ทำประตูตีเสมอได้สำเร็จ จากนั้นสิบนาทีถัดมาเป็นสเตอร์ลิงที่ยิงประตูที่สองให้กับตนเอง และเป็นประตูที่ 3 ให้กับซิตี้ ทำให้พวกเค้าพลิกสถานการณ์กลับมาแซงนำไก่เดือยทองไปแล้ว ด้วยสกอร์ 3-2 เท่ากับว่าเวลาที่เหลืออีก 70 นาที พวกเค้าต้องการอีกเพียงแค่ประตูเดียวก็จะเข้าสู่รองรองชนะเลิศได้สำเร็จ โจทย์ที่มองว่ามันยากเหลือเกินแต่เป๊ปและลูกทีมก็แก้มันได้จนจะสำเร็จแล้ว

(Photo by Rich Linley – CameraSport via Getty Images)


เริ่มเกมในครึ่งหลังก็ยังคงเป็นซิตี้ที่ต้องการประตูบุกเข้าใส่สเปอร์สอย่างต่อเนื่อง และในนาทีที่
59 พวกเค้าก็ได้ประตูที่ต้องการจริง ๆ เซร์คิโอ กุน อเกวโร่ คือผู้ที่มอบความสุขให้กับแฟนบอลเรือใบสีฟ้า ลูกยิงของเค้าผ่านมือยอริสเข้าไปอย่างเด็ดขาด ซิตี้ขึ้นนำ 4-2 และถ้าจบลงด้วยสกอร์นี้พวกเค้าจะเข้าสู่รอบรองชนะเลิศทันที แต่ฟุตบอลก็คือฟุตบอล ตราบใดที่ยังไม่มีเสียงนกหวีดคุณห้ามหยุดคิดเด็ดขาดว่าคุณทำสำเร็จแล้ว เพราะเฟร์นันโด ญอเรนเต้ โขกพังประตูตีตื้นให้สเปอร์สได้สำเร็จในนาทีที่ 73 แต่เดี๋ยวก่อนครับ ผู้ตัดสินได้รับสัญญาณว่ามีบางอย่างผิดปกติขึ้น ให้ใช้ VAR ในการตัดสินว่าลูกโหม่งนี้ควรเป็นประตูหรือไม่

(Photo by Mike Egerton/EMPICS/PA Images via Getty Images)

คูเนท ชาเคียร์ ผู้ตัดสินชาวตุรกีได้รับสัญญาณจากทีมงานว่าลูกนี้อาจจะเป็นแฮนด์บอลของญอเรนเต้ ถ้าเค้าเห็นด้วยกับสิ่งนั้น ประตูของญอเรนเต้จะโดนริบคืนทันที และสถานการณ์ของซิตี้จะยังได้เปรียบอยู่ ชาเคียร์เดินเข้าไปดู VAR เค้าดูอย่างละเอียด เค้าขอดูหลายมุมมาก ทั้งซูมเข้า ซูมออก เค้าใช้เวลาสักครู่ ก่อนเดินกลับมาในสนาม และชี้ไปที่จุดกลางสนาม แน่นอนครับ เค้าเห็นว่าลูกโหม่งของญอเรนเต้นั้นไม่มีปัญหา เค้ามองว่ามันโดนต้นขามากกว่าโดนมือ ดังนั้นมันเป็นประตูอย่างแน่นอน VAR เล่นงานเป๊ปอย่างจัง สถานการณ์ตอนนี้เท่ากับว่าซิตี้ นำท็อตแน่ม 4-3 แต่พวกเค้าจะตกรอบเพราะกฎประตูทีมเยือน โจทย์ของเป๊ปและลูกทีมกลับมายากอีกครั้ง

ไม่เป็นเรื่องแปลกถ้าเราจะเห็นพวกเค้าโหมบุกกระหน่ำในช่วงเวลาที่เหลืออีกสิบกว่านาที พวกเค้าต้องการเข้าสู่รองรองฯ แต่ต้องยิงให้ได้อย่างน้อย 1 ลูก และห้ามเสียประตูเด็ดขาด แม้ยากแค่ไหนคุณก็ต้องลองทำดู ซิตี้โหมบุกอย่างหนัก โอกาสครั้งแล้วครั้งเล่าผ่านไป พวกเค้าก็ยังทำไม่สำเร็จ จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ผู้ตัดสินชูป้ายเพิ่มเวลาให้พวกเค้าอีก 5 นาที นี่คือ 5 นาทีแห่งชีวิตของทั้งสองทีม แค่ประตูเดียวถ้ามันเกิดขึ้นจะเปลี่ยนทุกอย่างจากหน้ามือไปเป็นหลังมือในทันที

(Photo by Laurence Griffiths/Getty Images)

เข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 2 สเปอร์สได้จังหวะสวนกลับ แต่ คริสเตียน เอริคเซ่น จอมทัพของทีม โดนนักเตะซิตี้เข้ารุมบีบ จนเค้าเลือกที่จะจ่ายบอลคืนหลัง บอลไปเข้าทางของกุน อเกวโร่ กุนจ่ายบอลเข้ากลาง สเตอริ่งจับบอลหนึ่งจังหวะ ก่อนล็อคหลบกองหลังสเปอร์ส และยิงผ่านมือยอริสเข้าไปได้สำเร็จ ซิตี้ขึ้นนำ 5-3 พวกเค้าทำสำเร็จ นักเตะซิตี้ทุกคนสติแตก แฟนบอลซิตี้ทุกคนส่งเสียงกรีดร้องทั่วทั้งสนาม เป๊ป กวาร์ดิโอล่า วิ่งดีใจแบบไม่คิดชีวิต ตรงข้ามกับทางฝั่งของสเปอร์ส โปเช็ตติโน่เดินหันหลังให้กับสนาม นักเตะทุกคนเข่าทรุดลงสู่ผืนหญ้า กองเชียร์ที่ตามมาจากลอนดอนช็อคแบบไม่ทันตั้งตัว สิ่งที่พวกเค้าทำดีมาตลอด 180 นาทีในสองนัด สูญสิ้นไปเพราะเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น แต่เดี๋ยวก่อน…ทุกอย่างมันยังไม่จบ ผู้ตัดสินชาวตุรกีได้รับสัญญาณจากทีมงาน VAR อีกครั้ง มันเกิดอะไรขึ้น นี่เรายังต้องลุ้น ต้องเครียดกับสิ่งใดอีกหรือ

คูเนท ชาเคียร์ ผู้ตัดสินชาวตุรกี ได้รับข้อมูลจากทีมงาน VAR ว่าลูกนี้ล้ำหน้า เพราะบอลจากเอริคเซ่นไปโดนขาของแบร์นาร์โด ซิลวา ก่อนที่จะไปถึงกุน อเกวโร่ ซึ่งกุนอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า ชาเคียร์ทำมือทันทีโดยไม่ต้องไปดูวิดีโอว่าลูกนี้ล้ำหน้า ลูกนี้ไม่เป็นประตู  เป๊ปทำได้แค่เอามือกุมหัว VAR ไม่เพียงทำร้ายเค้า แต่มันคือการฆ่าเค้าทั้งเป็น

(Photo by Mike Egerton/EMPICS/PA Images via Getty Images)

ทั่วทั้งสนามเงียบกริบ แต่บางครั้งความเงียบก็คือการสื่อสารที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งเหมือนกัน เพราะนี่คือสัญลักษณ์แห่งความสิ้นหวัง แฟนฟุตบอลบางส่วนทำใจไม่ได้เดินออกจากสนามทันที เมื่อหมดเวลาแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะสเปอร์สไปได้สุดมัน 4-3 แต่ต้องตกรอบแปดทีมสุดท้ายของยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีกด้วยกฎประตูทีมเยือน และนี่คือโมเมนท์สุดท้ายของฟุตบอลที่เรียกว่าดราม่าที่สุดนัดหนึ่งตั้งแต่มีระบบ VAR เข้ามาเลยก็ว่าได้

หลังเกมนั้น เป๊ปกล่าวเพียงแค่ว่า VAR นั้นมันโหดร้ายกับเค้าเหลือเกิน เค้าเฉลิมฉลองกับการเข้ารอบไปแล้ว สุดท้ายมันกลับไม่เป็นเช่นนั้น แม้ว่านัดถัดมาพวกเค้าจะเจอกันอีกครั้งในพรีเมียร์ลีก (ยังไม่ได้ใช้ VAR) และเป็นซิตี้ชนะไปได้สำเร็จ แต่ชัยชนะนัดดังกล่าว คงไม่อาจถูกกล่าวถึงได้เท่ากับการห้ำหั่นกันระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับสเปอร์ส และ VAR ได้เท่ากับค่ำคืนวันที่ 17 เมษายนอีกแล้ว

(Photo by Visionhaus/Getty Images)

ทว่าฟุตบอลก็คือฟุตบอล อะไรที่คุณคิดว่ามันมากพอแล้ว มันอาจมีบางอย่างที่เหนือกว่านั้นอีกก็ได้ อย่างน้อย ๆ ค่ำคืนวันเสาร์นี้ในศึกพรีเมียร์ลีกก็เป็นอะไรที่น่าสนใจเหลือเกิน ต้องมาคอยดูกันว่าความโหดร้ายของ VAR มันจะตามกลับมาหลอกหลอนเป๊ป กวาร์ดิโอล่า และสาวกเรือใบสีฟ้าอีกหรือไม่ เพราะนี่คือการกลับมาพบกันระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สเปอร์ส และระบบ Video Assistant Referee อีกครั้ง!!!

 

อ่านต่อ :

พรีวิว พรีเมียร์ลีก : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ … by “Mr.BOSTON”

 

“ดูบอลมาทั้งชีวิต”