“ไอซ์” จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์! ยูนิฟอร์มช้างศึก จากเป้าหมายกลายเป็นความกดดัน

เมื่อวันก่อนได้แวะไปเยี่ยมเยียนสนามทรู แบงคอก นำทีมไปถ่ายทำสกู๊ปการฝึกซ้อมของทีมสำรองที่ ม. ธรรมศาสตร์ น้องๆในทีมนั้นตามสัมภาษณ์เหล่านักเตะที่เพิ่งเตรียมตัวออกมาซ้อมประจำวัน ผมเองที่ตั้งใจไปคุยกับน้อง ‘ไมเคิล’ ชยธร เทพสุวรรณวร ดาวรุ่งซึ่งกำลังเป็นที่ฮือฮาอยู่ ณ ขณะนี้

ระหว่างนั้นเอง กลับมีเสียงเสียงหนึ่งลอยเข้ามากระทบโสตประสาทของผม

“ปีนี้ไม่มีผลงานเลย”

ผมหันตามทางเสียง และพบกับ “ไอซ์” จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ กำลังบ่นกับสตาฟฟ์โค้ช พร้อมๆกับการเทรนนิ่งอย่างหนักหน่วง เพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพให้สามารถกลับมาลงสนามได้หลังจากที่ร้างสนามมาหลายเดือน

จักรกฤษณ์ ‘ไอซ์’ เวชภิรมย์

จากอาการบาดเจ็บหัวเข่าที่คอยตามรังควานอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ ชื่อของ จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ ซึ่งกำลังสร้างชื่อในฐานะดาวรุ่งดวงใหม่ของทีมชาติไทย ก็ค่อยๆเงียบหายออกไปจากสารบบ เนื่องจากอาการเจ็บเข่าดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่จะถูก สมุทรปราการ เอฟซี ยืมตัวไป

“ไม่ว่าจะมีสมาธิขนาดไหน ไม่ว่าจะตั้งใจฝึกขนาดไหน ความผิดพลาดบนสนามมันเสี้ยววินาทีจริงๆพี่ มันเกิดขึ้นได้ถึงแม้จะระมัดระวังยังไงก็พลาดได้อยู่เสมอ” ไอซ์กล่าวเสร็จแล้วก็ส่ายหัว ก้มมองหัวเข่าตัวเองอยู่ครู่นึง ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้กับผม

สำหรับนักฟุตบอล อาการเจ็บเข่าเรื้อรังเปรียบเสมือน “ฝันร้าย” ที่อาจตัดสินอนาคตการค้าแข้งได้เลยทีเดียว และนั่นทำให้ จักรกฤษณ์ เริ่มกังวลถึงเส้นทางในอาชีพนักฟุตบอลของตัวเองขึ้นมาบ้างแล้วแม้เจ้าตัวจะอายุเพิ่ง 22 ปีก็ตาม

ผมเริ่มสนใจในตัวเขามากขึ้นหลังจากที่ได้ฟังคำตอบของเขาถึงอนาคต มันเหมือนกับคำตอบของไมเคิลที่แทบลอกมาจากตำราเล่มเดียวกัน

ทั้งคู่นั้นเคยสวมใส่ยูนิฟอร์มทีมชาติรุ่น U-16 และ U-19 และลงสนามฐานะตัวแทนช้างศึกกันมาแล้ว

ไมเคิลที่เป็นรุ่นน้องนั้นกำลังฉายแววบนสนาม ส่วนไอซ์ที่เป็นรุ่นพี่ต้องฟื้นฟูอาการบาดเจ็บหัวเข่า

เนื้อหาคำตอบทั้งคู่สรุปใจความคร่าวๆ ได้ว่าเคยสวมใส่เสื้อช้างศึกและยังหวังที่จะก้าวขึ้นไปติดทีมชาติชุดใหญ่ในอนาคต แต่ตอนนี้ขอโฟกัสกับผลงานในสโมสรก่อน

ฟังๆดูก็เป็นคำตอบที่ค่อนข้างเบสิก ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด ทว่า สิ่งที่น่าสนใจกลับเป็นคำตอบที่มาจากปากของนักกีฬาที่ยืนอยู่คนละจุด แต่ก็ยังมุ่งเป้าไปหาจุดมุ่งหมายเดียวกัน

ถ้ากระแสโซเชี่ยลเป็นจริง อากิระ นิชิโนะ แม่ทัพทีมชาติไทยชุดใหญ่ ได้ไปดูการแข่งขันของทีมชาติไทยชดเล็กเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน และฝีเท้าน้องไมเคิลนั้นสะดุดตากุนซือเลือดซามูไรด้วย ดูๆแล้ว อนาคตนักเตะ U-16 นั้นดูสดใสไร้กังวล

แต่อีกมุมนึง “เจ้าไอซ์” ซึ่งเคยทำงานร่วมกับ “โค้ชจุ่น” อนุรักษ์ ศรีเกิด กุนซือทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 19 ปี ช่วงปี 2015-2016 และไปเล่นให้กับสโมสรเอฟซี โตเกียว ชุดU-23 ที่ญี่ปุ่น นั้นเหมือนอยู่คนละฟากโลกกับรุ่นน้องของตัวเอง

ปัจจุบัน โค้ชจุ่นเป็นหนึ่งในทีมงานของนิชิโนะ และนักเตะรุ่น U-19 ปีชุดนั้นมีผู้เล่นชื่อดังหลายคนที่ก้าวขึ้นไปติดทีมชาติชุดใหญ่ทั้ง ศุภชัย ใจเด็ด, สุภโชค สารชาติ ส่วนอีกหลายคนที่ติดโผชุด U-23 ทั้งอานนท์ อมรเลิศศักดิ์ , วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ , ศฤงคาร พรหมสุภะ

ในขณะที่ “เจ้าไอซ์” มีอาการเจ็บเข่าเรื้อรังเป็นเพื่อนสนิท และมีเป้าหมายเบื้องต้นเพียงแค่การพยายามหายกลับคืนสู่สังเวียนผืนหญ้าให้ได้ก่อนเท่านั้น

เวลาที่สูญหายไป

ชีวิตนักกีฬาอาชีพนั้นมันแสนสั้น และยิ่งต้องมาเสียเวลาเกือบปีตอนช่วงวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ ทำให้ช่วงเวลาในการฝึกฝน และสะสมประสบการณ์ ต้องหายไปในช่วงเวลาที่ถือว่าสำคัญที่สุดในชีวิตการเล่นฟุตบอล นั้นกระทบถึงอนาคตเขาแน่นอน และตัวเขาก็ตระหนักถึงเรื่องเป็นอย่างดี
ยิ่งต้องมาเห็นเพื่อนๆ ที่เคยสวมยูนิฟอร์มรับใช้ชาติมาด้วยกัน ก้าวหนีเขาไปในระดับที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ย่อมเป็นความกดดันที่มากมายมหาศาลให้กับเจ้าตัวเป็นแน่

ผมยิงคำถามว่ารู้สึกอย่างไรเมื่อเห็นเพื่อนร่วมทีมยกระดับฝีเท้าแซงตัวเองไปแล้ว อดีตดาวเตะ U-19 รายนี้ถอนหายใจ และได้แต่ยิ้มไม่ออกความเห็นใดๆ

อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มีคำพูดหลุดออกมาจากปาก แต่คำตอบทุกอย่างถูกเผยออกมาทางสีหน้า มันแฝงถึงอารมณ์เศร้า หงุดหงิด และสับสน ผสมปนเปกันไป เหมือนกับอารมณ์ของคนที่มองภาพอนาคตตัวเองไม่เห็น ผมเชื่อว่าเราทุกคนเคยมีช่วงเวลาแบบนี้และเข้าใจกันดีว่ามันอึดอัดและน่าหดหู่แค่ไหน

พอดีหมดเวลาพักของไอซ์และเขาได้ขอตัวไปฝึกซ้อมต่อ พร้อมกับฝากข้อความทิ้งท้าย “ขอบคุณนะครับพี่ที่เขียนเรื่องผมยังไงเขียนดีหน่อยนะ ฮ่าๆ” ปล่อยให้ผมยืนมองเขาหันหลังกลับและวิ่งไปหาโค้ชที่ส่งเสียงเรียกเขา

ระหว่างที่ดูแผ่นหลังเขาเพิ่มระยะห่างจากตัวผมไปที่ละก้าว ผมก็ตระหนักขึ้นมาว่า เขาเองก็อาจจะมีภาพคล้ายๆกันในหัวของเขาก็เป็นได้ ภาพที่เขายืนมองเพื่อนๆจากด้านหลัง เห็นหมายเลขเสื้อทีมชาติกำลังแซงหน้าและทิ้งห่างเค้าไปเรื่อยๆ ทิ้งไว้ให้เขาได้แต่ยืนมอง

การได้มีโอกาสใส่ชุดยูนิฟอร์มช้างศึก แม้จะน่าภาคภูมิใจ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องแบกรับความหวังของคนรอบข้าง และที่สำคัญแบกรับความกดดันของตัวเองที่ต้องการจะได้มีโอกาสใส่ยูนิฟอร์มนี้ต่อไป คิดๆดูแล้วมันคงเป็นภาระที่หนักพอสมควรสำหรับชายหนุ่มวัย 20 เศษ

วิญญาณช้างศึก

แม้ตัวเขาจะดูไม่มั่นใจ แต่ผมเชื่อว่า “ไอซ์” น่าจะผ่านไปได้ ด้วยทัศนคติที่พร้อมสู้และแก้ปัญหา แม้กดดันแต่ก็ไม่ท้อถอย

ภาพรอยยิ้มของน้องเขากับสายตาที่ดูโศกเศร้านั้นค้างคาใจผมจนอยากมาแชร์อารมณ์นี้ให้ผู้อ่านลองสัมผัสดู

ที่สำคัญ พวกเราอยากส่งกำลังใจให้ไอซ์ แม้วินาทีนี้อาจจะต้องเผชิญกับมรสุมอาการบาดเจ็บ แต่เชื่อว่าด้วยทัศนคติที่ดีและจิตใจความเป็นนักสู้ จะทำให้ไอซ์กลับมาโลดแล่นบนสังเวียนลูกหนังและเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของทัพช้างศึกได้อีกครั้งในอนาคต

พวกเราทุกคนเชื่อเช่นนั้น…“ไอซ์” จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์

 

– ดูบอลออนไลน์ ฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่
– คำถามเกี่ยวกับการสมัครแพ็กเกจ คลิกที่นี่