และแล้วการปะทะกันของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล ในศึกแดงเดือด หนแรกของซีซั่นนี้ก็จะระเบิดขึ้นแล้ว ในวันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม เวลา 22.30 น. ตามเวลาประเทศไทย

โซลชา คล็อปป์ แดงเดิอด

การเจอกันของ “ผีแดง” และ “หงส์แดง” หนนี้ บรรดากูรูลูกหนังทั่วโลกต่างฟันธงไปในทิศทางเดียวกันว่า เจอร์เกน คล็อปป์และลูกทีมจะบุกมาฟาด 3 แต้มแบบไม่ระบมหัวแม่เท้า เพราะด้วยฟอร์มการเล่นอันเปล่งปลั่ง ชนะ 8 นัดรวด นำโด่งเป็นจ่าฝูงของตาราง แถมยังได้รับข่าวดีเมื่อบรรดาผู้เล่นที่รับบาดเจ็บไปก่อนหน้านี้ ทั้ง อลิสซอน เบ็คเกอร์ นายด่านชาวแซมบ้า และ โจเอล มาติป กองหลังตัวเก่ง ต่างฟิตสมบูณ์พร้อมลงแล้ว รวมทั้งดาวดังคนอื่นๆ ก็ยังอยู่กันอย่างครบถ้วน ไม่มีบาดเจ็บจากการไปรับใช้ทีมชาติเลย

สวนทางกับสถานการณ์ของทัพ “ผีแดง” แบบฟ้ากับเหว ที่ตอนนี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่ของทีม แทบจะต้องกินยาพาราวันละแผง เพราะมีเรื่องให้ปวดหัวแทบทุกวัน ทั้งฟอร์มการเล่นที่ย่ำแย่แบบสุดๆ เตะมา 8 นัด เก็บไปได้เพียง 9 แต้ม หล่นไปอยู่อันดับที่ 12 มีแต้มห่างจากโซนหล่นชั้นแค่ 2 คะแนนเท่านั้น แถมยังไม่เคยยิงคู่แข่งได้ไม่เกิน 1 ประตูเลย นับตั้งแต่นัดเปิดฤดูกาลที่เอาชนะ เชลซี 4-0 แถมเคราะห์ซ้ำกรรมซัด นักเตะตัวหลักพาเหรดเจ็บยกแผง ตั้งแต่ ผู้รักษาประตูยันกองหน้า ไล่มาตั้งแต่ ดาบิด เด เคอา ,อารอน วาน-บิสซาก้า ,ลุค ชอว์ ,ปอล ป็อกบา ,เจสซี่ ลินการ์ด รวมถึง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

หากดูจากสถานการณ์ล่าสุด ไม่มีมุมไหนเลยที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะหยุดความร้อนแรงของ พลพรรคเครื่องจักรสีแดงได้ และผลน่าจะจบลงด้วยการพ่ายแพ้คาบ้านเมื่อครบ 90 นาที

แต่ๆๆ…ช้าก่อน ถ้ามองกันจริงๆ แล้ว ขุนพล “ผีแดง” ยังมีโอกาสที่จะหยุดความร้อนแรง และสถิติอันยอดเยี่ยมของลิเวอร์พูลลงได้ และนี่คือ 5 เหตุผล ที่จะทำให้ลูกทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ ถึงคราวสะดุดในศึกแดงเดือดหนนี้

1. ผลงานในบ้านผีเป็นต่อ

โอลด์แทรฟฟอร์ด

นัดล่าสุดที่ เเมนฯ ยูไนเต็ด เเพ้ ลิเวอร์พูล คาบ้านในศึกพรีเมียร์ลีก ต้องย้อนกลับไปในปี 2014 เลยทีเดียว โดยนัดนั้นเเพ้ไป 0-3 และนับต้งแต่นั้นมา ผีแดง ไม่เคยแพ้ให้กับหงส์แดงคาถิ่นเลย โดยชนะ 2 นัด เสมอ 2 นัด ขนาดซีซั่นที่แล้ว ทีมเยือนฟอร์มกระฉูดฉุดไม่อยู่ ยังทำได้แค่บุกมาเสมอ 0-0 เท่านั้นเอง และหากจะย้อนกลับไปอีก 3 ซีซั่นหลังปี 2014 คือ ปี 2010-13 ผีแดงก็เอาชนะรวดในบ้านได้ทั้ง 3 ปีติด กันเลยทีเดียว

2. เซร์คิโอ โรเมโร่ จอมหนึบ

เซร์คิโอ โรเมโร่
(Photo by Martin Rickett/PA Images via Getty Images)

แน่นอนแล้วว่า ดาบิด เด เคอา จะไม่ได้ลงเฝ้าเสาให้กับ ผีแดง และจะเป็น โรเมโร่ นายด่านชาวอาร์เจนตินา ที่จะลงเป็นมือ 1 แทน ซึ่งสถิติของเจ้าตัวในการลงเล่นที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ถือว่าโหดอย่างมาก เพราะลงเล่นเป็นตัวจริงไป 22 นัด ทีมชนะ 17 นัด เสมอ 5 นัด และยังไม่เคยแพ้เลย แถมยังเป็นการเก็บคลีนชีทในพรีเมียร์ลีกได้ถึง 6 จาก 7 นัดด้วย จากสถิติดังกล่าว ก็เป็นเรื่องยากที่นักเตะหงส์แดงจะส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายได้แบบง่ายๆ

3. ดาเนี่ยล เจมส์ พร้อมแผงฤทธิ์

ดาเนียล เจมส์
(Photo by Jan Kruger/Getty Images)

กลายเป็นความหวังของทีมไปแล้ว สำหรับเด็กหนุ่มวัย 21 ปี ที่ย้ายมาจาก สวอนซี จากนักเตะที่แทบไม่เคยมีใครรู้จัก พุ่งขึ้นมาเป็นขวัญใจคนใหม่ของแฟนๆ ผีแดง ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยฟอร์มการเล่นที่จี๊ดจ๊าด มีอาวุธเด็ดอยู่ที่ความเร็ว และการยิงประตูที่สุดคม ทำให้เจ้าตัวยิงไปได้แล้วถึง 3 ประตู ซึ่งว่ากันว่าในศึกแดงเดือดนี้ หากแผงหลังของ “หงส์แดง” โดยเฉพาะ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาของทีมเกิดพลาดหรือสมาธิหลุด ปล่อยจังหวะให้ ปีกทีมชาติเวลส์หลุดไปส่องประตู หรือเปิดบอลก็อาจจะกลายเป็นประตูชัยให้กับทีมก็เป็นได้

4. แก๊งค์ดาวรุ่งผีแดง

เมสัน กรีนวูด(Photo by Catherine Ivill/Getty Images)

ซีซั่นนี้ ผีแดงดันนักเตะดาวรุ่งขึ้นมาเล่นชุดใหญ่หลายคน และหลายคนก็โชว์ฟอร์มได้ค่อนข้างดี ทั้ง เมสัน กรีนวู้ด ,ตาฮิต ชง ,อังเคล โกเมซ และ เจมส์ การ์เนอร์ โดยเฉพาะ กรีนวู้ด กองหน้าดาวรุ่งชาวอังกฤษ วัย 17 ปี ผลผลิตจากอคาเดมี่ของสโมสรที่ฤดูกาลนี้ฟอร์มร้อนแรงอย่างมาก ยิงประตูสำคัญ และประตูชัยในหลายๆ นัดให้กับ ผีแดง ซึ่งเจ้าตัวน่าจะเป็นไพ่เด็ดอีกใบให้โซลชาส่งลงมาพลิกเกมส์ หรือมาเป็นทีเด็ดในการน็อกลิเวอร์พูล 

5. นัดชี้ชะตา โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

โอเล กุนนาร์ โซลชา
(Photo by Michael Regan/Getty Images)

ว่ากันว่า ศึกแดงเดือดหนนี้ คือนัดชี้ชะตาของกุนซือชาวนอร์เวย์เลยก็ว่าได้ แม้ว่าบอร์ดบริหารผีแดง จะยืนยันว่าไม่มีแผนปลดจากตำแหน่งหากแพ้นัดนี้ แต่ถ้าแพ้แบบหมดสภาพ เจ้าตัวก็มีสิทธิ์โดนเด้งได้เหมือนกัน ดังนั้นเชื่อว่า โซลชา จะงัดทุกสิ่งอย่างออกมาในนัดนี้ เพื่อให้ทีมมีผลการแข่งขันที่น่าพอใจ รูปเกมที่โดนใจแฟนบอลหรือไม่พ่ายคาบ้านแบบหมดรูป เพื่อเป็นการต่อชะตา ของตัวเองออกไป

ดูบอลสดศึกแดงเดือด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูล ได้ฟรีทางช่อง ไอดี สเตชั่น ง่ายๆเพียงแค่ล็อคอิน หรือ ดูวิธีสมัครสมาชิกทรูไอดีได้ที่นี่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

>> ติดตาตรึงใจ! 5 แมทช์แดงเดือดในความทรงจำ

>> โปรแกรมการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก 19-22 ต.ค. พร้อมลิ้งก์ดูบอลสด ผ่าน TrueID

>> คนสร้างตำนาน! พรีเมียร์ลีก เลือก แอตคินสัน เป่า “แดงเดือด” สัปดาห์นี้

– ดูฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่