“แดงเดือด” มันส์สมศักดิ์ศรี หลัง “ปีศาจแดง” เปิดบ้านเสม “หงส์แดง” 1-1 กลายเป็นทีมแรกที่หยุดให้ ลิเวอร์พูล ไม่ชนะได้สำเร็จ ในศึกพรีเมียร์ลีก

แมนยู ลิเวอร์พูล

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ “ซูเปอร์ ซันเดย์” เกม “วันแดงเดือด” ที่สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด เจ้าบ้าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทีมอันดับ 14 ก่อนแข่ง ต้อนรับการมาเยือน ลิเวอร์พูล จ่าฝูง

(Photo by Alex Livesey/Getty Images)

เกมนี้ เจ้าบ้าน มีปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นงานหลายตำแหน่ง โดยมาในระบบ 3-4-3 ใช้ มาร์กอส โรโฆ แทนที่ อักแซล ตวนเซเบ ที่เจ็บตอนวอร์ม และใช้ เฟร็ด ลงแทน ปอล ป็อกบา ส่วนหน้าสามประสานใช้ อันเดรียส เปเรย์รา, แดเนียล เจมส์ และ มาร์คัส แรชฟอร์ด

(Photo by Alex Livesey/Getty Images)

ขณะที่ทีมเยือน เกมนี้พัก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และให้โอกาส ดิว็อก โอริกิ และได้โจเอล มาติป คืนทัพในตำแหน่ง เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ส่วนตำแหน่งอื่น ๆ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

(Photo by Matthew Peters/Manchester United via Getty Images)

เริ่มเกมครึ่งแรกได้นาที 13 โอการแรกของเกมเป็นของ ทีมเยือน เมื่อ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ได้ส่องไกลนอกกรอบเขตโทษ แต่บอลก็ไม่ยากเกินกว่าที่ ดาบิด เด เกอา จะรับไว้ได้

(Photo by Tom Purslow/Manchester United via Getty Images)

นาทีที่ 25 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้รับโอกาสบ้าง เมื่อ สก็อตต์ แมคโทมิเนย์ เลี้ยงบอลจี้เข้าหากรอบเขตโทษก่อนยิงแถวหัวกระโหลก แต่บอลเรียดพื้นและเบาเกินไป ทำให้ อลิสซอน เบคเกอร์ รับไว้ได้ไม่ยาก

(Photo by Andrew Powell/Liverpool FC via Getty Images)

นาที 33 จากจังหวะสวนกลับของ ลิเวอร์พูล ซาดิโอ มาเน ใช้จังหวะโต้กลับเลี้ยงบอลไปถึงกรอบเขตโทษ ก่อนหักกลับให้ โรแบร์โต ฟีร์มิโน ยิง แต่ ดาบิด เด เกอา พุ่งตัวป้องกันไว้ได้

(Photo by Alex Livesey/Getty Images)

นาที 37 ยูไนเต็ด มาขึ้นนำก่อนจนได้ จากจังหวะตัดบอลจาก ดิว็อก โอริกิ แล้วโต้กลับ แดเรียล เจมส์ เปิดบอลโค้ง ๆ ไปที่หน้าประตู ก่อน มาร์คัส แรชฟอร์ด จะชาร์ตเข้าไปให้ เจ้าบ้านออกนำ 1-0 โดยที่มีการประท้วงเล็กน้อยจากนักเตะ “หงส์แดง” ว่าจังหวะที่ โอริกิ เสียบอล เป็นจังหวะฟาวล์ไปก่อน แต่วีเออาร์ ก็ยืนยันประตูอยู่ดี

(Photo by Matthew Peters/Manchester United via Getty Images)

ท้ายครึ่งแรก นาที 45 มาเน มายิงให้ทีมเยือน จากจังหวะที่ประกบไม่ดีของ วิคตอร์ ลินเดเลิฟ แต่ภาพช้าแสดงให้เห็นว่ามีการแฮนด์บอลของกองหน้าลิเวอร์พูลก่อน และวีเออาร์ ก็ปฏิเสธลูกนี้ในจังหวะต่อไป ทำให้จบครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด นำก่อน 1-0

(Photo by Matthew Peters/Manchester United via Getty Images)

ครึ่งหลัง นาที 64 ลิเวอร์พูล ได้ทักทายก่อนในครึ่งนี้ เมื่อ อเล็กซ์ อ็อกเลด เชมเบอร์เลน ได้โอกาสยิง หน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลหลุดเสาออกไป

(Photo by John Peters/Manchester United via Getty Images)

นาที 67 ยูไนเต็ด เกือบนำห่าง 2-0 เมื่อ แรชฟอร์ด ได้ยิงหักข้อหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลก็หลุดกรอบออกไปเช่นกัน

(Photo by John Powell/Liverpool FC via Getty Images)

นาที 82 แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ลุ้นอีกครั้ง จากการยิงไกลของ เฟร็ด บอลพุ่งผ่านปากประตูออกไปแบบได้ลุ้น

(Photo by Alex Livesey/Getty Images)

นาที 85 ลิเวอร์พูล ที่เงียบ ๆ มาในช่วงหลายนาทีหลัง ก็มาได้ประตูตีเสมอ เมื่อแอนดี โรเบิร์ตสัน ผ่านบอลเข้ากรอบเขตโทษ ฟีร์มิโน ปล่อยบอลผ่านมาถึง อดัม ลัลลานา ที่ลงมาเป็นสำรอง และเขาก็แปเข้าไปง่าย กลายเป็นประตูตีเสมอเกม 1-1 และเป็นประตูแรกในรอบ 2 ปี ครึ่งของอดัม ลัลลานา ด้วย

(Photo by OLI SCARFF/AFP via Getty Images)

เวลาที่เหลือ ไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-1 หยุดสถิติชนะ 100% ไว้ได้ แต่ก็ยังนำจ่าฝูงต่อไปโดยมี 25 คะแนน ขณะที่ ยูไนเต็ด เก็บเพิ่มเป็น 10 คะแนน ขึ้นมารั้งอันดับ 13

รับชมไฮไลท์ >> คลิก <<

ชมภาพและเรื่องราวอันน่าประทับใจในกิจกรรมศึกแดงเดือด  ณ ลาน อสมท. จาก In Trend writer >> คลิก <<

กิจกรรมดูบอล มิตรภาพกลมเกลียวผ่านลูกหนังในศึกแดงเดือด  ณ ลาน อสมท. จาก In Trend writer >> คลิก <<

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

>>ต้องคมขึ้น! เป๊ป รับ ทีมใช้โอกาสมากเกินไปในเกมที่ แมนฯ ซิตี้ ชนะ คริสตัล พาเลซ

>>คนนี้เด่นสุด! แลมพาร์ด พอใจฟอร์ม โควาซิช หลังช่วยเชลซี เฉือน นิวคาสเซิล

– ดูฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่