ไมเคิล โอลิเวอร์

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับเกมอภิมหาบิ๊กแมทช์แห่งสงครามแข้งพรีเมียร์ลีก ซึ่งผลจบลงด้วยการฉลองชัยชนะของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ซึ่งเปิดบ้านจม “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 พร้อมกับการนั่งกระดิกเท้าอยู่บนบัลลังก์จ่าฝูงอย่างสบายใจ จากการโกยแต้มทิ้งห่างอันดับสองถึง 8 คะแนน

คลิปไฮไลท์ พรีเมียร์ลีก : ลิเวอร์พูล – แมนฯ ซิตี้

อย่างไรก็ตาม หลังจบเกมยังมีประเด็นอื่นให้พูดถึงนอกเหนือจากความฮอตของแข้งหงส์ นั่นคือการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน “ไมเคิล โอลิเวอร์” ซึ่งโดนวิจารณ์ยับ ถูกถล่มอย่างหนักว่าน่าจะไปเปลี่ยนชื่อเป็น “ไมเคิล โอลิเวอร์พูล” ไปเลยดีมั้ย

ไมเคิล โอลิเวอร์ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน
(Photo by Charlotte Wilson/Offside/Offside via Getty Images )

สาเหตุเพราะเกมดังกล่าวมีจังหวะแฮนด์บอลในเขตโทษของผู้เล่นลิเวอร์พูลถึงสองครั้งสองหน และโอลิเวอร์ปฎิเสธที่จะเป่าฟาวล์เป็นจุดโทษ โดยไม่แม้แต่จะดูภาพช้าจาก VAR ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะมิฉะนั้นแล้ว ผลการแข่งขันอาจจะไม่ออกมาแบบนี้ก็เป็นได้

แน่นอนว่าการชี้ขาดขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ตัดสินในสนาม ซึ่งมีเหตุผลรองรับว่าจังหวะไหนควรเป่าหรือไม่เป่า แต่ด้วยจังหวะคาใจเช่นนี้ก็ทำให้แฟนบอลหลายคนอดคิดไม่ได้ว่า ผู้ตัดสินจะมีอคติหรือความชอบส่วนตัวกับฝั่งใดฝั่งหนึ่งหรือไม่

ว่าแล้ว เรามาทำความรู้จักสิงห์เชิ้ตดำที่ฮอตที่สุดของวงการลูกหนังเมืองผู้ดีรายนี้กันสักเล็กน้อย

ไมเคิล โอลิเวอร์ เป๊ป กวาร์ดิโอลา
(Photo by Laurence Griffiths/Getty Images)

เส้นทางผู้ตัดสิน

ไมเคิล โอลิเวอร์ หนุ่มหน้ามนคนอังกฤษ วัย 34 ปี เข้าสู่เส้นเส้นทางผู้ตัดสินตามรอยคุณพ่อ ไคลฟ์ โอลิเวอร์ ซึ่งเป็นอดีตท่านเปาในสนามฟุตบอลเช่นกัน โดยโอลิเวอร์เริ่มต้นจากการเป็นผู้ตัดสินเกมนอกลีก เมื่อปี 2003 ก่อนจะไต่เต้าขึ้นมาได้ตัดสินเกมลีกในปี 2007

หลังจากนั้นอีก 3 ปี โอลิเวอร์พัฒนาฝีมือจนได้มาเป็นผู้ตัดสินพรีเมียร์ลีก พร้อมกับสร้างสถิติเป็นผู้ตัดสินอายุน้อยที่สุดที่ได้ลงทำหน้าที่ในศึกพรีเมียร์ลีกด้วยวัย 25 ปี 182 วัน ในเกมที่เบอร์มิงแฮม ซิตี้ พบกับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เมือเดือนส.ค. 2010

ไมเคิล โอลิเวอร์ จานลุยจิ บุฟฟ่อน
(Photo by VI Images via Getty Images)

ต่อมาปี 2012 โอลิเวอร์ผ่านเกณฑ์การทดสอบจนได้เป็นผู้ตัดสินระดับฟีฟ่า และได้ลงทำหน้าที่ในแมทช์สำคัญ และสมรภูมิแข้งรายการต่างๆมากมาย ทั้งในระดับสโมสรและนานาชาติ ขาดเพียงศึกฟุตบอลยูโรและฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเท่านั้น ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ที่โอลิเวอร์ยังไม่เคยได้สัมผัส

แต่ดูจากวัยที่ยังหนุ่มและมีเวลาเก็บประสบการณ์อีกเยอะ เชื่อมั่นว่าโอลิเวอร์จะได้ไปทำหน้าที่ในสุดยอดทัวร์นาเมนต์ทั้ง 2 รายการดังกล่าวในอนาคตแน่นอน

จอมชี้ขาดหงส์แดง

ตลอดการเป็นผู้ตัดสินกว่าทศวรรษที่ผ่านมา เว็บไซต์ Transfermarkt บันทึกไว้ว่าโอลิเวอร์ลงทำหน้าที่ในทุกรายการรวมแล้วทั้งสิ้น 492 นัด แจกใบเหลืองไป 1,529 ใบ ใบเหลือง-แดง 32 และใบแดง 43 ใบ เป่าจุดโทษไป 158 ครั้ง

ในจำนวนนี้ “ลิเวอร์พูล” เป็นสโมสรที่โอลิเวอร์ลงตัดสินมากที่สุด 41 นัด ตามด้วยเอฟเวอร์ตันกับเชลซี 36 นัด และอาร์เซนอลกับสเปอร์ส 34 นัด (ข้อมูล ณ วันที่ 11 พ.ย. 2019)

ไมเคิล โอลิเวอร์ ราฮีม สเตอร์ลิง
(Photo by Simon Stacpoole/Offside/Getty Images)

และจาก 41 นัดที่เขาลงเป่าเกมของลิเวอร์พูล ผลปรากฏว่า ทีมหงส์แดงชนะถึง 21 นัด เสมอ 13 และแพ้ 7 นัด แจกใบเหลืองให้แข้งเดอะค็อป 65 ใบ ใบเหลือง-แดง 1 ครั้ง และยังไม่เคยแจกใบแดง พร้อมกับเป่าจุดโทษให้ลิเวอร์พูล 8 ครั้ง ขณะเดียวกัน โอลิเวอร์แจกใบแดงให้ทีมคู่แข่ง 2 ใบ และเป่าให้ลิเวอร์พูลเสียจุดโทษ 5 ครั้ง

โอลิเวอร์พูล…จริงเหรอ?

จากสถิติที่กล่าวมาทั้งหมด ซึ่งลิเวอร์พูลดูเหมือนจะทำผลงานได้ดีเมื่อยามที่มีโอลิเวอร์ลงเป่านกหวีดในสนาม ทำให้มีแฟนบอลจำนวนไม่น้อยสงสัยว่าเขามีจิตวิญญาณ “เดอะค็อป” แอบแฝงอยู่ในดีเอ็นเอหรือไม่

คีธ แฮคเกตต์ อดีตหัวหน้าของหน่วยงานที่เลือกผู้ตัดสินลงทำหน้าที่ในเกมพรีเมียร์ลีกแต่ละนัด เปิดเผยกับสำนักข่าว บีบีซี ว่าพวกเขาจะตรวจสอบและบันทึกไว้ว่าผู้ตัดสินแต่ละคนเป็นสาวกของทีมอะไร และจะไม่ถูกส่งไปตัดสินเกมของทีมนั้นๆ

ไมเคิล โอลิเวอร์ เจอร์เกน คล็อปป์
(Photo by Clive Brunskill/Getty Images)

“ผู้ตัดสินจะต้องกรอกแบบฟอร์มระบุให้ครบถ้วนว่าคุณเชียร์ทีมไหน รวมไปจนถึงที่พักที่คุณอาศัยอยู่ ตัวอย่างเช่นถ้าคุณอยู่เมืองเชฟฟิลด์ คุณก็จะไม่ถูกเลือกให้ไปทำหน้าที่แมทช์ของทีมที่มาจากเชฟฟิลด์”

สำหรับโอลิเวอร์ เป็นคนเมืองนอร์ธัมเบอร์แลนด์ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษ โดยภูมิภาคนี้มีสโมสรชื่อดังตั้งอยู่ และโอลิเวอร์ก็มอบตัวและหัวใจให้กับสโมสรแห่งนี้…

“สาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

ไมเคิล โอลิเวอร์ คือ “ทูนอาร์มี่” ตัวยงเลยครับ

111

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

>> จุดโทษหรือเปล่า? ดูชัดๆ สองจังหวะปัญหาบอลโดนมือ นักเตะหงส์แดง (มีคลิป)

>> ที่นี่แอนฟิลด์! ลิเวอร์พูล เปิดบ้านชนะ แมนฯ ซิตี้ 3-1 นำ 8 แต้ม ในตารางพรีเมียร์ลีก

– ดูฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่