เกมพรีเมียร์ลีก คู่คืนวันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชวดเก็บสามคะแนนแบบน่าเสียดาย หลังโดนยิงนำถึง 2 ลูก ก่อนจะฮึดรัวคืน 3 ประตูรวด กลับมาพลิกแซงนำ 3-2 แต่สุดท้ายโดน เชฟฯ ยูไนเต็ด ยิงไล่เจ๊านาที 90 จบเกมเสมอกันไปอย่างดุเดือด 3-3

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
(Photo by Chloe Knott – Danehouse/Getty Images)

และนี่คือ 5 ประเด็น ที่ได้เห็นจากเกมดังกล่าว ต้องบอกว่ามีเรื่องดราม่าให้พูดกันเยอะเลยทีเดียว

1. ระบบ กองหลัง 3 คน ไม่เวิร์ค
เมื่อแดนกลางไม่มี สก๊อตต์ แม็คโทมิเนย์ ที่บาดเจ็บ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่ของทีม เลือกที่จะแก้ปัญหานี้ด้วยการปรับหมากมาเล่น หลังสาม ระบบ 3-4-3 โดยส่ง ฟิล โจนส์ ลงมาเล่นเป็นเซ็นเตอร์แบ็ค อีกคน ซึ่งต้องบอกว่ามันไม่เวิร์คอย่างแรง เพราเมื่อเจอนักเตะเจ้าถิ่นวิ่ง สู้ ฟัด แบบกัดไม่ปล่อย เจอเข้าปะทะหนักๆ กองหลัง “ผีแดง” ก็ไปไม่เป็นเลยทีเดียว ยิ่งสามคนที่ส่งลงมายืนกันห่างด้วย แนวรุกเจ้าถิ่นเลยเล่นกันง่าย ครองบอลกันได้แบบสบายๆ แถมการส่งบอลของทั้งสามคนยังทำได้ไม่ดีเลย จ่ายขาดๆเกินๆ ตลอด เป็นอีกนัดที่ระบบหลัง 3 ตัว ใช้ไม่ได้อย่างแรง

ไฮไลท์ เชฟฯ ยูไนเต็ด VS แมนฯ ยูไนเต็ด

2. ฟิล โจนส์ พอได้แล้วมั้ง
สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ บาดเจ็บ ในแดนกลาง ทำให้ ฟิล โจนส์ ได้ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมพรีเมียร์ลีกครั้งแรกในซีซั่นนี้ ในตำแหน่ง 3 กองหลัง และเมื่อคนเราเมื่อได้รับโอกาสต้องรีบคว้าและทำให้ดี ให้ได้ แต่ โจนส์ ไม่ได้เฉียดไปถึงจุดนั้นเลย แฟนๆ “ผีแดง” ได้เห็นประจักษ์กับตาแล้วว่า กองกางจอมเหวอรายนี้ ไม่ควรที่จะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงเลย เข้าบอลโฉ่งฉ่างมาก ปะทะก็ไม่ดี ดักสกัดก็ผิดพลาด จนโดนเปลี่ยนตัวออก และคงจะไม่ได้ลงสนามเป็นตัวจริงอีกแล้ว

3. เจ้าถิ่นอย่างเจ๋ง ครึ่งแรกบอลคนละเท้า
เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เล่นครึ่งแรกได้สุดยอดมาก เกมในบ้านถือว่าเป็นจุดแข็งอย่างมาก โดย 45 นาทีแรก นักเตะเจ้าถิ่นสามารถกดดัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบโงหัวไม่ขึ้นเลย และหากไม่ได้ ดาบิด เด เคอา นายทวารของทีมช่วยเซฟไว้หลายครั้ง รับรองครึ่งแรกโดนยิงพรุนมากกว่า 1 ลูก แน่นอน และไม่น่าเชื่อว่า ในครึ่งแรกของเกมนี้ “ผีแดง” มีสถิติยิงเข้ากรอบแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ซึ่งน้อยที่สุดที่พวกเขาทำผลงานในครึ่งแรกเกมลีกยุค โซลชา เป็นผู้จัดการทีม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
(Photo by Mike Egerton/EMPICS/PA Images via Getty Images)

4. ระบบ 4-3-3 คือคำตอบที่ใช่
ครึ่งหลัง พอ โซลชา เปลี่ยนมาเล่นหลัง 4 คน ถอด ฟิล โจนส์ ออกแล้ว ส่ง เจสซี่ ลินการ์ด ลงมาเป็นหน้าต่ำ รวมทั้งยังส่ง เมสัน กรีนวู้ด ดางรุ่งของทีมลงมาป่วน ช่วยให้เกมของ “ผีแดง” ดีขึ้นอย่างชัดเจน ทีมสามารถพลิกสถานการณ์ยิงคืน 3 ประตูรวด พลิกนรกขึ้นนำ 3-2 อย่างเหลือเชื่อ นั่นเพราะแดนกลางสามารถตัดเกม และใช้จังหวะโต้กลับเร็วแบบที่ทีมถนัดได้ จนนักเตะเจ้าถิ่นเริ่มรวน และยังปรับทัพไม่ทัน กลายเป็นเสียประตูแบบติดๆ กันเลยทีเดียว

5. พลาดอย่างแรง ที่นำแล้วปรับไปรับ
ขึ้นนำ 3-2 อยู่ดีๆ แต่แทนที่จะเล่นระบบเดิม ไล่บดไล่บี้ เพื่อเอาประตูเพิ่ม แต่อยู่ดีๆ เจ้าตัวก็เปลี่ยน อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล และส่ง อักเซล ตวนเซเบ้ มาเล่นแทนในนาทีที่ 84 พลางปรับระบบกลับมาเป็น 4-2-3-1 ซะอย่างนั้น และนับตั้งแต่นั้น เกมก็ตกเป็นรองอย่างสิ้นเชิง ถูก ดาบคู่ พับสนามบุกแบบเป็นพายุกันเลย แล้วพวกเขาก็ตีเสมอเป็น 3-3 ได้สำเร็จจริงๆ ด้วย เข้าใจว่าทีมนำแล้วเลยอยากจะเล่นแบบระมัดระวัง แต่ ในเมื่อครองเกมเหนือกว่าชัดเจน และทีมก็กำลังดีอยู่แล้ว ก็ไม่น่าจะเปลี่ยนทีม และไม่น่าจะกลัวนักเตะเจ้าถิ่น มากจนเกินไป จนทีมชวดสามแต้ม ไปอย่างน่าเจ็บใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

>> ปั่นโค้งๆ!! Top 10 ลูกยิงฟรีคิกขั้นเทพ “เบ็คแฮม” ในสีเสื้อ “ผีแดง” (มีคลิป)

>> ผลัดกันนำผลัดกันตาม! “ผีแดง” บุกเจ๊า “ดาบคู่” สุดเดือด 3-3 ศึกพรีเมียร์ลีก

– ดูบอลออนไลน์ฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่