ไทย พบ บาห์เรน

รายการ : ฟุตบอลยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย
วัน / เวลาทำการแข่งขัน : วันพุธที่ 8 มกราคม 2563 เวลา 20.15 น.
สนาม : ราชมังคลากีฬาสถาน
ถ่ายทอดสด : ช่อง 7 HD

ความพร้อมของทีมชาติไทย

จากผลงานตกรอบแรกซีเกมส์ 2019 ทำให้ทัพช้างศึก ยู-23 หวังที่จะแก้ตัวในทัวร์นาเมนท์นี้ แต่ก็ไม่ใช่งานง่ายแน่นอน เพราะคู่แข่งล้วนเป็นทีมแกร่งของเอเชีย ไม่มีหมูมาให้เชือดง่ายๆแน่นอน

สำหรับขุมกำลังชุดนี้ กุนซืออากิระ นิชิโนะ ยังคงใช้ผู้เล่นส่วนใหญ่เป็นตัวหลักจากชุดซีเกมส์ ไม่ว่าจะเป็นศฤงคาร พรมสุภะ, ชินภัทร์ ลีเอาะ, กฤษดา กาแมน, อานนท์ อมรเลิศศักดิ์, สุภโชค สารชาติ และศุภชัย ใจเด็ด พร้อมกับมี เบนจามิน เจมส์ เดวิส มิดฟิลด์ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ เข้ามาเสริม แต่น่าเสียดายที่ “เจ้าบุ๊ค” เอกนิษฐ์ ปัญญา ปีกฟอร์มแรงจากสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด หายเจ็บไม่ทัน หลังจากเข้ารับการผ่าตัดหัวเข่าขวาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้ว

ส่วนการเตรียมทีมก่อนนี้ แข้งไทยยู-23 ได้ลงอุ่นเครื่องกับทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด และซาอุดิอาระเบีย โดยเป็นเกมอุ่นเครื่องแบบปิดทั้งสองนัด ทำให้ไม่มีใครทราบเรื่องผลการแข่งขันหรือฟอร์มของนักเตะไทยในเกมลับแข้งเลย ขณะที่ความพร้อมของทีม นิชิโนะเผยว่าลูกทีมพร้อมลงสนามเต็มที่ทุกคน ยกเว้น อิรฟาน ดอเลาะ ที่เจ็บมาจากเกมอุ่นเครื่อง และไม่น่าจะหันทายเกมนี้

ความพร้อมของทีมชาติบาห์เรน

โมฮาเหม็ด อัล ฮาร์ดาน บาห์เรน
(Photo by Yu Chun Christopher Wong/Eurasia Sport Images/Getty Images)

บาห์เรนคว้าตั๋วเข้ามาเล่นรอบสุดท้ายของรายการนี้เป็นครั้งแรก หลังจากรอบคัดเลือก พวกเขาครองแชมป์กลุ่มบี จากผลงานชนะ 3 นัดรวด เก็บ 9 คะแนนเต็ม ไล่ยิงคู่แข่งไปถึง 12 ประตู และไม่โดนเจาะตาข่ายเลยแม้แต่ลูกเดียว

บาห์เรนชุดนี้อยู่ภายใต้การคุมทัพของ ซามีร์ ชัมมาน กุนซือชาวตูนีเซีย ส่วนผู้เล่นตัวหลักเป็น 2 แข้งที่ก้าวขึ้นไปติดทีมชาติชุดใหญ่ ซึ่งช่วยให้บาห์เรนคว้าแชมป์กัลฟ์ คัพ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ได้แก่ อาห์เหม็ด บูแกมมาร์ กองหลังวัย 21 ปี และโมฮัมเหม็ด อัล ฮาร์ดาน มิดฟิลด์วัย 22 ปี ซึ่งเคยลุยลีกยุโรปกับสโมสรอย่าง เวจเล่ (เดนมาร์ก) และไอกิเนียกอส (กรีซ) นอกจากนี้ยังมี โมฮาเหม็ด มาร์ฮูน ปีกซ้ายตัวอันตราย วัย 21 ปี ที่แนวรับไทยจะปล่อยให้คลาดสายตาไม่ได้

รายชื่อ 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ทีมชาติไทย : กรพัฒน์ นารีจันทร์, ชาติชาย แสงดาว, ศฤงคาร พรมสุภะ, ชินภัทร์ ลีเอาะ, ทิตาธร อักษรศรี, กฤษดา กาแมน, กานต์นรินทร์ ถาวรศักดิ์, เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์, อานนท์ อมรเลิศศักดิ์, สุภโชค สารชาติ, ศุภชัย ใจเด็ด

บทวิเคราะห์

ทีมชาติไทย

บาห์เรนดูจะเป็นคู่แข่งที่อ่อนที่สุดเมื่อเทียบกับอีกสองทีมที่เหลือในกลุ่มเดียวกันนี้ นั่นคืออิรัก และออสเตรเลีย ดังนั้นหากต้องการลุ้นเข้ารอบ ทีมชาติไทยต้องพยายามเก็บ 3 แต้มจากเกมนี้ให้ได้ จากนั้นค่อยไปลุ้นยันเสมอกับอีกสองนัดที่เหลือ ซึ่งจะทำให้แข้งไทยมี 5 แต้ม และพอมีลุ้นเข้ารอบเป็นอันดับสองของกลุ่ม

อย่างไรก็ตาม มาตรฐานของฟุตบอลบาห์เรนถือว่าไม่ธรรมดาเช่นกัน ขณะที่ฟอร์มของทีมชาติไทยยังคงเป็นคำถาม เพราะหลังจากกระเด็นตกรอบแรกซีเกมส์ นิชิโนะปล่อยตัวนักเตะกลับไปพักผ่อนและเพิ่งเรียกตัวเข้าแคมป์ฝึกซ้อมเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมานี่เอง ยิ่งคราวนี้เป็นสังเวียนระดับ “เอเชีย” ไม่ใช่แค่เกมระดับ “อาเซียน” บอกเลยว่าแข้งไทยกระอักแน่ๆ

เกมนี้ ทัพช้างศึกอาจจะได้เปรียบตรงที่ได้เล่นในบ้าน รวมถึงสภาพอากาศที่คุ้นชินกว่าเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นก็ไม่ได้เหนือกว่าบาห์เรนเท่าใดนัก อาจจะไม่ถึงขั้นแพ้คาบ้าน แต่ก็ไม่ง่ายที่จะคว้าชัยเหนืออาคันตุกะ

สกอร์ที่คาด

ทีมชาติไทย 1 – 1 ทีมชาติบาห์เรน

111


ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

>> เป้าหมายสำคัญ! “นิชิโนะ”หวังพาทัพช้างศึกยู-23 คว้าตั๋วลุยโอลิมปิก 2020

>> ยิงเต็มข้อ…!!! by บับเบิ้ล : เลือกตั้งสมาคมกีฬาฟุตบอลฯระอุ..จริงหรือ ?

– ดูบอลสดฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่