ไทย พบ อิรัก

รายการ : ฟุตบอลยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย
วัน / เวลาแข่งขัน : วันอังคารที่ 14 มกราคม 2020 เวลา 20:15 น.
สนาม : ราชมังคลากีฬาสถาน
ถ่ายทอดสด ช่อง 7 HD

ความพร้อมของทีมชาติไทย

ทีมชาติไทย พบ ออสเตรเลีย

นัดที่แล้ว น่าเสียดายที่ทีมชาติไทย โดน ออสเตรเลีย ยิงแซงเอาชนะ 2-1 เพราะในช่วงครึ่งแรก ทัพช้างศึกเดินเกมได้อย่างวูบวาบอันตรายและยิงประตูขึ้นนำได้ก่อนด้วย แต่สุดท้ายก็ถูกแข้งออสซี่อาศัยความแข็งแกร่งของร่างกาย ค่อยๆบดบี้จนทีมชาติไทยต้านไม่ไหว แถมยังมีนักเตะได้รับบาดเจ็บ 2 รายคือ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา และศุภชัย ใจเด็ด

กุนซืออากิระ นิชิโนะ เผยว่ายังต้องเช็กอาการของ ศุภณัฏฐ์ และศุภชัย อีกครั้ง นอกจากนี้อาจจำเป็นต้องปรับทัพผู้เล่นบางตำแหน่ง เพื่อให้ทีมมีความสดและพร้อมที่สุด หลังจาก 2 นัดที่ผ่านมาใช้บริการผู้เล่น 11 คนแรกชุดเดิมทั้ง 2 นัด

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่านิชิโนะจะยังคงใช้บริการแกนหลักชุดเดิมไว้ก่อน อาทิ ชินภัทร์ ลีเอาะ, ศฤงคาร พรมสุภะ, อานนท์ อมรเลิศศักดิ์, สุภโชค สารชาติ ส่วน ศุภณัฏฐ์ ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวน อาจสวมบทซูเปอร์ซับอยู่ที่ม้านั่งสำรอง และเปิดทางให้ เจริญศักดิ์ วงศ์กร ซึ่งกดคนเดียว 2 ลูกในเกมถล่มบาห์เรน 5-0 ลงมาป่วนแนวรับอิรักแทน

ความพร้อมของทีมชาติอิรัก

ทีมชาติอิรัก

อิรักมีอยู่ 2 แต้มจาก 2 นัดที่ผ่านมา โดยนัดที่แล้วพวกเขารอดตายหวุดหวิด หลังจากได้ประตูในช่วงทดเจ็บ ไล่ตามตีเสมอ บาห์เรน แบบใจหายใจคว่ำ 2-2

เกมนี้คาดว่ากุนซืออับดุล กานี่ ชาฮัด จะเปลี่ยนแปลงทีมจากนัดที่ผ่านมา โดย อามีร์ อัล อัมมารี่ และ โมฮัมเหม็ด นาสซีฟ สองตัวสำรอง ซึ่งถูกส่งลงมายิงคนละเม็ดในเกมกับบาห์เรน น่าจะได้รับโอกาสออกสตาร์ทเป็น 11 คนแรก ซึ่งทั้งสองรายถือเป็นแข้งอันตรายของอิรัก โดย โมฮัมเหม็ด นาสซีฟ ซัดช่วยทีมมา 2 นัดติดแล้ว

ขณะที่ อามีร์ อัล อัมมารี่ มิดฟิลด์วัย 22 ปี ถือว่าดีกรีไม่ธรรมดา เนื่องจากเป็นผู้เล่นคนเดียวของอิรักชุดนี้ที่ออกไปค้าแข้งต่างแดน โดยเล่นอยู่กับสโมสรยอนโคปิงส์ ในลีกสวีเดน

รายชื่อ 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ทีมชาติไทย : กรพัฒน์ นารีจันทร์, มีโชค มหาศรานุกูล, ชินภัทร์ ลีเอาะ, ศฤงคาร พรมสุภะ, ทิตาธร อักษรศรี, กฤษดา กาแมน, สรวิทย์ พานทอง, อานนท์ อมรเลิศศักดิ์, สุภโชค สารชาติ,  เจริญศักดิ์ วงศ์กร, ศุภชัย ใจเด็ด

ทีมชาติอิรัก : อาลี คาดิม ฮาดี้, มุสตาฟา เจบูร์, นาจ ชวาน, มุสตาฟา อัล เอไซเรจ์, มุนตาเดอร์ ซาตตาร์, โมฮัมเหม็ด เมเซอร์, อับดุลลาบบาส อายัด, มูรัด ซูเบห์, ซาเด็ค ซามิล, อามีร์ อัล อัมมารี่, โมฮัมเหม็ด นาสซีฟ

บทวิเคราะห์

สถานการณ์ก่อนลงสนามของกลุ่มนี้หลังจากผ่านไปสองนัด ออสเตรเลีย นำเป็นจ่าฝูงมี 4 แต้ม ตามด้วย ไทย 3 อิรัก 2 และบาห์เรน 1 แต้ม โดยในเกมสุดท้าย หากไทยชนะก็จะลอยลำเข้ารอบทันที

ทีมชาติไทย พบ ออสเตรเลีย

ถ้าหากไทยเสมออิรัก และผลอีกคู่บาห์เรนชนะออสเตรเลีย จะทำให้ไทย บาห์เรน ออสเตรเลีย มี 4 แต้มเท่ากัน และต้องมาดูผลงานมินิลีก 3 ทีม ซึ่งทัพช้างศึกก็น่าจะผ่านเข้ารอบ เพราะนัดแรกเราถล่มบาห์เรนมาถึง 5 ลูก แต่ถ้าไทยแพ้ ก็ปิดฉากแยกย้ายกลับบ้านทางใครทางมันไปฮอลิเดย์ได้เลย

สรุปแบบง่ายๆคือ ไทยขอแค่เสมอก็ลอยลำ แต่ก็จะประมาทไม่ได้ เพราะ อิรัก อยู่ในสภาพหลังชนฝา โดยพวกเขาต้องเก็บ 3 แต้มให้ได้สถานเดียว ถึงจะได้ผ่านเข้ารอบ

ทีมชาติไทย พบ ออสเตรเลีย

แน่นอนว่าไทยไม่จำเป็นต้องผลีผลามบุก เพราะสถานการณ์ถือว่าได้เปรียบ ตรงข้ามกับ อิรัก ที่ต้องการประตู อาจทำให้พวกเขาต้องเดินเกมรุกเข้าใส่ ซึ่งนั่นอาจเป็นการเปิดช่องว่างให้ทัพช้างศึกโจมตีได้ง่ายขึ้น โดยอาศัยแนวรุกที่มีความคล่องแคล่วทุกคน ทั้งอานนท์, สุภโชค, ศุภณัฏฐ์ หรือเจริญศักดิ์

ด้วยสถานการณ์ถือไพ่เหนือกว่า บวกกับขวัญและกำลังใจที่เต็มเปี่ยม แถมยังมีเสียงเชียร์ของแฟนบอลในราชมังคลากีฬาสถานหนุนหลัง เชื่อว่าขุนพล “ช้างศึก” จะไม่แพ้ในเกมนี้ พร้อมกับตบเท้าเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้สำเร็จ

สกอร์ที่คาด

ทีมชาติไทย 1-1 ทีมชาติอิรัก

111


ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

>> ยิงเต็มข้อ…!!! by บับเบิ้ล : “ไทย vs อิรัก” นัดชี้ชะตาเข้ารอบ !!!

>> ไทยแลนด์สู้ๆ!! เช็คผลล่าสุด ทีมชาติไทย และโปรแกรมแข่งขันฟุตบอลยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย 2020

– ดูบอลสดฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่