หลังจากเมื่อคืนวันพุธ 15 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้อีก 2 ทีม ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ หรือ รอบ 8 ทีมสุดท้าย ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นที่เรียบร้อย

โดยเป็นทีมจากประเทศสเปน 3 ทีม ได้แก่ เรอัล มาดริด, บาร์เซโลน่า และ แอตเลติโก้ มาดริด ทีมจากประเทศเยอรมนี 2 ทีม ได้แก่ บาเยิร์น มิวนิค และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และอีก 3 ทีมเป็นตัวแทนหนึ่งเดียวของแต่ละประเทศ ยูเวนตุส (อิตาลี), เลสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ) และ โมนาโก (ฝรั่งเศส)

วันนี้ทางทีมงาน sport.trueid.net จะมา วิเคราะห์ 8 ทีมสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาได้ ดังนี้

 

 

1. เรอัล มาดริด

ราชันชุดขาว ในรอบแรกนั้นอยู่ในสาย F ร่วมกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, ลิเกีย วอร์ซอว์ และ สปอร์ติ้ง ลิสบอน โดยในรอบนี้ มาดริด ถือว่าทำผลงานได้ดี ไม่แพ้ใครเลย โดยทั้ง 6 นัด ชนะ 3 เสมอ 3 รวมแล้วมี 12 แต้ม ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายมาได้ด้วยการเป็นอันดับ 2 ของสาย เข้ามาเจอกับ นาโปลี(อิตาลี) และก็เป็น ราชันชุดขาว ที่สามารถเอาชนะทั้งเหย้าและเยือนด้วยสกอร์เดิม 3-1 รวมผล 2 นัด มาดริด ชนะไป 6-2 ผ่านเข้ามารอบ 8 ทีมได้อย่างราบรื่น

สำหรับผลงานในลีก ราชันชุดขาว ขึ้นนำเป็นจ่าฝูง ลา ลีกา ในขณะนี้ และเครื่องจักรสังหารประตูประจำทีมอย่าง คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ ถึงแม้จะไม่ค่อยได้ทำประตูแต่ก็มีส่วนช่วยให้ทีมชนะอยู่เป็นประจำ บวกกับ แกเร็ธ เบล ปีกความเร็วสูง ที่คอยสนับสนุนอยู่ เชื่อว่า คู่แข่งต้องมีเสียวเวลาเจอกับ ราชันชุดขาว

 

 

2. บาร์เซโลน่า

เจ้าบุญทุ่ม ในรอบแรกอยู่ในสาย C ร่วมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้,โบรุสเซีย กลัดบัค และ เซลติก โดยในรอบนี้ บาร์ซ่า ถือว่าทำผลงานได้ยอดเยี่ยม โดย 6 นัด ชนะ 5 แพ้ 1 รวมแล้วมี 15 แต้ม ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายมาได้ด้วยการเป็นอันดับ 1 ของสาย เข้ามาเจอกับงานช้างอย่าง ปารีส แซงแชร์กแมง โดยในนัดแรก บาร์ซ่า พลาดท่าไปก่อน บุกไปพ่ายเละถึง 4-0 โดยในนัดที่สองพวกเขาจะต้องยิงอย่างน้อย 5-0 จึงจะได้เข้ารอบ และสิ่งมหัศจรรย์ก็ได้เกิดขึ้น นัดที่สอง พวกเขายองได้ 6-1 รวมสกอร์ 2 นัด 6-5 บาร์เซโลน่า คัมแบ็คกลับมาเข้ารอบได้ท่ามกลางความสะใจของแฟนบอลในถิ่น คัมป์ นู

สำหรับผลงานในลีก บาร์ซ่า เป็นรองจ่าฝูง ลา ลีกา ในขณะนี้ โดยผลงานของ MSN ในบางนัดพวกเขาไม่ได้ลงเล่นด้วยกัน จึงทำให้มีสะดุดไปบ้าง แต่โดยรวมแล้ว บาร์ซ่า ยังไงก็คือบาร์ซ่า พวกเขามักจะทำให้คู่แข่งหนักใจอยู่ตลอดเวลาแน่นอน เวลาเจอกัน

 

 

3. แอตเลติโก้ มาดริด

ตราหมี ในรอบแรกอยู่ในสาย D ร่วมกับ บาเยิร์น มิวนิค,รอสตอฟ และ พีเอสวี ไฮโอเฟน โดยในรอบนี้ ตราหมี ถือว่าทำผลงานได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้ บาร์เซโลน่า โดย 6 นัด ชนะ 5 แพ้ 1 รวมแล้วมี 15 แต้ม ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายมาได้ด้วยการเป็นอันดับ 1 ของสาย เข้ามาพบกับยอดทีมจากเมืองเบียร์ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ในเกมแรกก็เป็น ตราหมี ที่บุกไปชนะ ห้างยา ได้ถึงถิ่น 2-4 โดยได้ประตูอเวย์โกลมามากมายมหาศาล ทำให้นัดที่สองกลับมาเล่นในบ้านตัวเอง อย่างไม่กดดันซักเท่าไรและก็เป็น ตราหมี ที่ยันเสมอ 0-0 ไว้ได้ในเกมเมื่อคืน ทำให้ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปอย่างสบายสบาย

สำหรับผลงานในลีก ตราหมี อยู่อันดับที่ 4 ของตาราง ฟอร์มการเล่นของสตาร์ประจำทีมอย่าง อองตวน กรีซมันน์ ก็มักจะสร้างลูกยิงสุดเซอร์ไพรส์ได้อย่างสม่ำเสมอ รวมไปถึงกองหน้า เควิน กาเมโร่ ก็มีบทบาทมากมายในการทำเกมรุก เชื่อว่าทีมตราหมี มักจะมีเซอร์ไพรส์ให้คู่แข่งอยู่เสมอแน่นอน

 

 

4. บาเยิร์น มิวนิค

เสือใต้ ในรอบแรกอยู่ในสาย D ร่วมกับ แอตเลติโก้ มาดริด,รอสตอฟ และ พีเอสวี ไฮโอเฟน โดยในรอบนี้ เสือใต้ ถือว่าทำผลงานอาจจะมีสะดุดบ้าง โดย 6 นัด ชนะ 4 แพ้ 2 รวมแล้วมี 12 แต้ม ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายมาได้ด้วยการเป็นอันดับ 2 ของสาย เข้ามาพบกับ คู่ปรับคู่รักคู่แค้นตลอดกาลในศึกรอบนี้อย่าง อาร์เซน่อล และก็เป็นเสือใต้ที่ตบปืนแตกเละเทะ โดยทั้งสองนัดเหย้าและเยือน ยิงไปทั้งสิ้น 5-1 สกอร์รวม 2 นัด 10-2 เขี่ยไอ้ปืนใหญ่ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นครั้งที่ 3 อย่างไม่ไหวหน้ากันเลย

สำหรับผลงานในลีก เสือใต้ ภายใต้การคุมทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ ถือว่าทำผลงานได้ดีโดยการพาทีม นำเป็นจ่าฝูง ห่างจากอันดับ 2,3 อยู่ประมาณ 10 แต้ม เรียกได้ว่า แชมป์ในฤดูกาลนี้ ก็อาจจะไม่เปลี่ยนมือไปไหน หากเหล่าสตาร์ชื่อดังยังคงรักษาฟอร์มการเล่นเอาไว้ให้สม่ำเสมอ โดยเฉพาะ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ที่ตอนนี้เบียดแย่งดาวซัลโวในลีกกับ โอบาเมยอง อยู่อย่างสนุก

 

 

5. โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

เสือเหลือง ในรอบแรกนั้นอยู่ในสาย F ร่วมกับ เรอัล มาดริด, ลิเกีย วอร์ซอว์ และ สปอร์ติ้ง ลิสบอน โดยในรอบนี้ เสือเหลือง ถือว่าทำผลงานได้ดีเยี่ยม ไม่แพ้ใครเลย โดยทั้ง 6 นัด ชนะ 4 เสมอ 2 รวมแล้วมี 14 แต้ม ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายมาได้ด้วยการเป็นอันดับ 1 ของสาย โคจรมาพบกับ เบนฟิก้า ทีมดังจากโปรตุเกส ในนัดแรก เบนฟิก้า เป็นฝ่ายเอาชนะไปก่อน 1-0 นัดที่สองกลับมาเล่นในบ้าน ทางด้าน เสือเหลือง รัวไม่ยั้งยิงไป 4-0 สกอร์รวม 2 นัด 4-1 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

สำหรับผลงานในลีก เสือเหลือง อยู่ในอันดับ 3 ของตาราง โดยในปีนี้ ยังฝากความหวังไว้ที่ศูนย์หน้าตัวจี๊ดอย่าง โอบาเมยอง ที่ตอนนี้เป็นดาวซัลโวบุนเดสลีกาอยู่ และด้วยการเล่นเป็นทีมเวิร์ค เสือเหลือง เป็นอีกทีมที่น่ากลัวในเรื่องของเล่นฟุตบอลเป็นทีม ไม่เน้นที่ใครคนใดคนหนึ่ง เป็นทีมที่เล่นตามระบบของตัวเอง ถือว่าเป็นอีกทีมที่แข็งแกร่งไม่น้อย

 

 

6. ยูเวนตุส

ม้าลาย ในรอบแรกนั้นอยู่ในสาย H ร่วมกับ เซบีญ่า, ลียง และ ดินาโม ซาเกรบ โดยในรอบนี้ ม้าลาย ถือว่าทำผลงานได้ดีเยี่ยม ไม่แพ้ใครเลย โดยทั้ง 6 นัด ชนะ 4 เสมอ 2 รวมแล้วมี 14 แต้ม ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายมาได้ด้วยการเป็นอันดับ 1 ของสาย มาพบกับ ปอร์โต้ โดยก็เป็นทาง ยูเวนตุส ได้เอาชนะได้ทั้งไปกลับ นัดแรกบุกไปชนะได้ 0-2 และนัดที่สองในบ้านชนะไป 1-0 สกอร์รวม 2 นัด 3-0 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีม

สำหรับผลงานในลีก ม้าลาย ถือว่าทำผลงานได้อย่างคงเส้นคงวา โดยขึ้นนำเป็น จ่าฝูงของกัลโช่ เซเรีย อา ในขณะนี้ โดยทิ้งห่างจากทีมอันดับ 2,3 พอสมควร ในปีนี้มีศูนย์หน้าตัวความหวังอย่าง กอนซาโล่ อิกวาอิน และ ศูนย์หน้าเนื้อหอมอย่าง เปาโล ดิบาล่า ผนึกกำลังกันช่วยทีมประสบความสำเร็จ ทั้งในลีกและบอลถ้วย

 

 

7. เลสเตอร์ ซิตี้

จิ้งจอกสยาม ในรอบแรกนั้นอยู่ในสาย G ร่วมกับ ปอร์โต้, โคเปนเฮนเก้น และ คลับบรูซ โดยในรอบนี้ จิ้งจอกสยาม ถือว่าทำผลงานได้ยอดเยี่ยม โดยทั้ง 6 นัด ชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 1 รวมแล้วมี 13 แต้ม ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายมาได้ด้วยการเป็นอันดับ 1 ของสาย เข้ามาพบกับ เซบีญ่า โดยในนัดแรกบุกไปพ่ายมาก่อน 2-1 และในนัดที่สองเล่นในบ้านสามารถเอาชนะไป 2-0 สกอร์รวม 3-2 เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย และถูกขนานนามให้เป็น ม้ามืด ประจำรอบนี้อีกด้วย

สำหรับผลงานในลีก จิ้งจอกสยาม มีการเปลี่ยนกุนซือโดยทาง เคร็ก เชกสเปียร์ เข้ามาทำหน้าที่แทน เคลาดิโอ รานิเอรี่ ก็ถือว่าทำผลงานได้ดี โดยผ่านเลสเตอร์ ซิตี้ ฝ่าวิกฤตในลีกมาได้ ตอนนี้อยู่อันดับที่ 15 ของตาราง และก็ประกาศพร้อมเจอทุกทีมในรอบ 8 ทีมสุดท้ายนี้ เราต้องช่วยกันลุ้นว่า จิ้งจอกสยามสวมบทบาทแจ๊คผู้ฆ่าในเวทีแชมเปี้ยนส์ลีก จะเป็นอย่างไร

 

 

8. โมนาโก

โมนาโก ในรอบแรกนั้นอยู่ในสาย E ร่วมกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น, ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ และ ซีเอสเคเอ มอสโก โดยในรอบนี้ โมนาโก ถือว่าทำผลงานได้ดี โดยทั้ง 6 นัด ชนะ 3 เสมอ 2 แพ้ 1 รวมแล้วมี 11 แต้ม ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายมาได้ด้วยการเป็นอันดับ 1 ของสาย เข้ามาเจอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยในนัดแรก โมนาโก บุกไปพ่าย ซิตี้ ถึงถิ่น 5-3 แต่ทว่าการพ่ายแพ้ก็มีความโชคดีที่ได้ อเวย์โกล มาเยอะ และนัดที่สองผลของ อเวย์โกล ก็แสดงอิทธิฤทธิ์ เมื่อ โมนาโก เปิดบ้านชนะ ซิตี้ไปได้ 3-1 ผลรวม 2 นัด 6-6 เข้ารอบโดยกฏอเวย์โกล

สำหรับผลงานในลีก โมนาโก รั้งตำแหน่งจ่าฝูงของลีกเอิง ในขณะนี้ โดย โมนาโก ได้ศูนย์หน้าคนเดิม(ฟอร์มเดิม) กลับมาอย่าง ราดาเมล ฟัลเกา ที่กลับมาโชว์ฟอร์มได้ดุดันเหมือนเดิม หลังจากหายเข้าป่าไปนาน(เสือคืนถิ่น) โมนาโก สามารถสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับ ซิตี้ ได้ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย สำหรับรอบต่อๆไป ก็อาจจะเช่นกัน

 

ชมทีวีออนไลน์ช่องทรูสปอร์ต และ ช่อง True4U ได้ที่แอพ TrueID