กลายเป็นข่าวใหญ่ของวงการฟุตบอลเอเชีย หลังเกมนัดที่ 7 ของศึก ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย เมื่อ มะห์ดี อาลี ได้ตัดสินลาออกจากตำแหน่งกุนซือ ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังนำทีมบุกพ่าย ทีมชาติออสเตรเลีย 0-2 ในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก รอบ 12 ทีมสุดท้าย โซนเอเชีย นัดที่ 7 กลุ่มบี เมื่อวานนี้

จากผลการพ่ายแพ้เกมดังกล่าว ทำให้ความฝันของ “ยูเออี” ที่หมายมั่นปั้นมืออย่างยิ่งว่า จะผ่านเข้ารอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ให้จงได้ ค่อยๆ มลายหายไปเรื่อยๆ เนื่องจากตามหลัง ออสเตรเลีย ทีมอันดับสามของกลุ่ม ซึ่งเป็นพื้นที่เพลย์ออฟ อยู่ 4 แต้ม และเหลือการแข่งขันอีกเพียง 3 เกมเท่านั้น

ทั้งนี้ แม้จะไม่สามารถสร้างประวัติศาสตร์พาทีมชาติยูเออี ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลก ได้สำเร็จ แต่ผลงานอันเอกอุของ “มะห์ดี อาลี” ตลอด 14 ปีที่ผ่านมากับ ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก็ทำให้เขากลายเป็นเฮ้ดโค้ชที่แฟนบอลต่างก็รัก และเคารพยิ่งในสปิริต

 

Sport.trueid.net ขอพาทุกท่านย้อนกลับไปดูไทม์ไลน์ชีวิตการคุมทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ของ มะห์ดี อาลี ว่า จะสุดยอดแค่ไหนตลอด 14 ปีที่ผ่านมา

ปี 2003
เริ่มต้นเป็นผู้ช่วยโค้ชทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยู-16

ปี 2008
พาทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยู-19 คว้าแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ที่ซาอุดิอาระเบีย ด้วยเด็กที่เขาสร้างขึ้นมา จนถูกเรียกว่า “ยุคทอง (Golden Generation)” โดยที่ อาห์เหม็ด คาลิล ศูนย์หน้าตัวจริงของทีมชาติชุดใหญ่ในปัจจุบัน คือเจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยม และดาวซัลโวร่วมในทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว

ปี 2009
พาทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยู-20 ลุยศึก ฟุตบอลโลก รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ที่ประเทศอียิปต์ โดยในรอบแรก มี 4 แต้ม จบอันดับที่ 2 ของกลุ่ม เอฟ (เสมอ แอฟริกาใต้ 2-2, ชนะ ฮอนดูรัส 1-0 และ แพ้ ฮังการี 0-2) ทำให้ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย

รอบต่อมา ชนะ เวเนซูเอล่า 2-1 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย และพลาดท่าพ่ายให้กับ คอสตาริกา 1-2 แต่นั่นก็ได้รับการชื่นชมจากแฟนบอลทั่วเอเชียว่าเป็นทีมชาติที่มีอนาคตไกล

ปี 2010
พาทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยู-23 คว้าแชมป์ กัลฟ์ คัพ ออฟ เนชั่นส์ 2010 (ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติตะวันออกกลาง รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี)

ปี 2010
พาทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยู-23 คว้าเหรียญเงิน เอเชี่ยนเกมส์ 2010 ที่กว่างโจว ประเทศจีน โดยรอบ 16 ทีมสุดท้าย ชนะคูเวต 2-0 และผ่านเกาหลีเหนือ ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายจากการดวลลูกโทษถึง 9-8 หลังจากเสมอกันที่สกอร์ 0-0

ส่วนในรอบรองชนะเลิศนั้น สามารถหักปากกาเซียน เอาชนะ เกาหลีใต้ ได้ในช่วงต่อเวลา 1-0 ก่อนพ่ายให้กับ ทีมชาติญี่ปุ่น 0-1 ในรอบชิงชนะเลิศ อย่างน่าเสียดาย 

ปี 2011
พาทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยู-23 คว้าตั๋วลุยโอลิมปิก เกมส์ 2012 ที่สหราชอาณาจักร โดยในรอบคัดเลือกโซนเอเชีย เป็นแชมป์กลุ่ม บี ในกลุ่มมี อุซเบกิสถาน, อิรัก และ ออสเตรเลีย

ปี 2012
พาทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยู-23 ลุยโอลิมปิก เกมส์ 2012 ที่สหราชอาณาจักร แต่ตกรอบแรกในกลุ่มที่มี สหราชอาณาจักร (เจ้าภาพ), เซเนกัล และ อุรุกวัย

ปี 2012
เริ่มต้นคุม ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ชุดใหญ่

ปี 2013-14
คว้าแชมป์กลุ่ม อี ในรอบคัดเลือก โดยอยู่ร่วมสายกับ อุซเบกิสถาน, ฮ่องกง และเวียดนาม ทำให้ได้ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย ศึกเอเชี่ยนคัพ 2015

ปี 2013
พาทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คว้าแชมป์รายการชิงแชมป์แห่งชาติตะวันออกกลาง “กัลฟ์ คัพ ออฟ เนชั่นส์ 2013” ที่ประเทศบาห์เรน 

ปี 2015
พาทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ลุยศึกชิงแชมป์เอเชีย “เอเชี่ยนคัพ 2015” ที่ประเทศออสเตรเลีย โดยรอบแรก เก็บได้ 6 แต้ม จากชัยชนะเหนือ กาตาร์ 4-1 และ บาห์เรน 2-1 ทำให้ผ่านเข้ารอบสองตามทีมชาติอิหร่าน ที่คว้าแชมป์กลุ่ม

ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย สร้างความฮือฮาได้อย่างกระหึ่มดินแดนเอเชีย เมื่อเอาชนะ ทีมชาติญี่ปุ่น ได้จากการยิงลูกโทษที่จุดโทษ 5-4 หลังเสมอกันใน 120 นาที ที่สกอร์ 1-1 และผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ แม้ในรอบตัดเชือกจะแพ้ออสเตรเลีย เจ้าภาพ 0-2 แต่ก็แก้ตัวได้สำเร็จในรอบชิงที่สาม โดยเอาชนะ อิรัก 3-2 คว้าอันดับที่สามของเอเชียไปครองได้สำเร็จ

ปี 2016
พาทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ผ่านเข้าสู่รอบ 12 ทีมสุดท้าย ศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย โดยในรอบแบ่งกลุ่ม รอบที่สอง มีเกมที่ถล่มเอาชนะ มาเลเซีย 10-0 และ ชนะ ติมอร์-เลสเต้ 8-0 สร้างความฮือฮาไปทั่วเอเชีย จากเกมรุกที่สุดคมกริบ

ทั้งนี้ ในรอบ 12 ทีมสุดท้าย จับสลากได้อยู่ร่วมสาย บี กับทีมชาติไทย, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, อิรัก และ ซาอุดิอาระเบีย

1 กันยายน 2016
พาทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บุกชนะ ทีมชาติญี่ปุ่น 2-1 เก็บสามแต้มแรกเป็นประเดิม ศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย

28 มีนาคม 2017
ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง เฮ้ดโค้ช ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังเก็บได้เพียง 9 แต้มจาก 7 เกมแรก โดยตามหลังออสเตรเลีย ทีมอันดับ 3 อยู่ถึง 4 แต้ม ในขณะที่เหลือเพียง 3 เกม

ผมว่าถึงเวลาที่ต้องหลีกทางให้กับคนที่เหมาะสม แม้ว่าสมาคมฟุตบอลของเราจะต้องการให้ผมทำงานต่อไป ทว่าหลังผ่านมา 5 ปี ผมเชื่อว่าทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว

ทั้งนี้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีโปรแกรมฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย นัดต่อไปด้วยการนำทีมบุกเยือนราชมังคลากีฬาสถาน พบกับทีมชาติไทย ในวันที่ 13 มิถุนายน 2560

 

ชมสด!! ศึกไทยลีก พร้อมติดตามข่าวสาร ได้ที่ TrueID App และ เว็บไซต์ Sport TrueID