“เจ้าอาร์ม”ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง นักฟุตซอลทีมชาติไทย สังกัดสโมสรชลบุรี บลูเวฟ ออกมาให้สัมภาษณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ กับ Sport.trueid.net ถึงราวเรื่องที่ไปค้าแข้งที่ต่างแดน รวมไปถึงอนาคตของฟุตซอลไทย ในมุมมองของเขา

ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง หรือเจ้าของฉายา พ่อมดแห่งวงการฟุตซอล กลายเป็นแข้งโต๊ะเล็กที่สร้างรายได้ต่อเดือนมากที่สุดหลังเซ็นสัญญาอาชีพกับทีมในลีกอิหร่าน พร้อมเงินเดือนสามแสนบาท บวกกับประสบการณ์อันล่ำค่า เป็นเวลา 4 เดือนครึ่ง

 

 

โดย “เจ้าอาร์ม” ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวของเรา หลังจากกลับมาจากการไปเล่นในลีกอิหร่าน ว่า “การไปเล่นที่อิหร่าน ผมได้รับประโยชน์อย่างมากครับ ลีกอิหร่านเป็นลีกที่ต่างจากประเทศไทย ลีกที่นี่แข็งแกร่ง เป็นลีกที่เน้นความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่นเป็นหลัก ซึ่งมันทำให้ผมได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ สภาพแวดล้อมใหม่ ๆ จากผู้เล่นที่นี่ และจะนำประสบการณ์ที่ได้จากที่นี่มาปรับใช้และพัฒนาตัวเองให้เกิดประโยชน์ ทั้งในการเล่นในทีมชาติและ การเล่นในสโมสรต่อไปครับ”

 

 

พร้อมกันนี้ “เจ้าอาร์ม” ยังได้แนะนำในส่วนของลีกในประเทศ ด้วยว่า “ฟุตซอลลีกในประเทศไทยต้องปรับปรุงเรื่องของผู้ตัดสินครับ บางจังหวะยังมีให้เห็นในข้อผิดพลาดอยู่บ้างครับ ทำให้เกมไม่ไหลลื่น และทำให้ความเข้มข้นของเกมลดน้อยลงครับ ในบางจังหวะที่ผู้ตัดสิน ตัดสินใจผิดพลาด อาจเป็นเกมที่สามารถ ตัดสินอนาคตของทีมนั่น ๆ ได้เลยครับ”

 

 

ต่อมา “เจ้าอาร์ม” ได้พูดถึงนักเตะไทย ว่า “นักเตะไทยต้องเพิ่มในเรื่องของความแข็งแกร่งของร่างกาย ควรเน้นเล่น เวท เทรนนิ่ง ครับ เมื่อเทียบกับชาติอื่น ๆ แล้ว เรายังมีข้อเสียเปรียบในเรื่องของร่างกายครับ และ นักเตะไทยต้องเปลี่ยนแนวความคิดใหม่ ๆ ทัศนคติใหม่ ๆ ครับ แบบเวลาเจอทีมใหญ่ ๆ ก็ไม่ใช่คิดตั้งแต่แรกว่าสู้ไม่ได้ ควรเปลี่ยนทัศนคติกันใหม่ว่า ตัวเรานั้นสามารถสู้ได้ทุกทีม

 

 

“เจ้าอาร์ม” ได้กล่าวถึงรุ่นน้องในทีมชาติไทย ที่น่าจับตามอง คือ “เหม็ด” มูฮัมหมัด อุสมานมูซา เป็นนักฟุตซอลที่น่าจับตามองมากที่สุดครับ ด้วยทักษะที่สูงและความแข็งแกร่งด้านร่างกาย ที่เกินกว่าเด็กอายุ 19 ปี เขาอายุยังน้อย ผมเชื่อว่าเขาจะพัฒนาทักษะให้ดีขึ้นไปกว่านี้ได้ และจะเป็นกำลังหลักให้ฟุตซอลทีมชาติไทยในยุคต่อไปครับ”

 

 

สุดท้าย “เจ้าอาร์ม” กล่าวทิ้งท้ายกับทางทีมงานว่า  “ผมหวังที่จะคว้าแชมป์ทุกแชมป์ในปีนี้ให้ครบหมดทั้งสโมสรและทีมชาติ ซึ่งปีนี้ในสโมสรก็มี 2 รายการ ทั้งแชมป์ลีก และแชมป์สโมสรเอเชีย ซึ่งหวังจะคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 2 ให้ได้ ส่วนในทีมชาตินั้นปีนี้มีอยู่ 3 รายการหลักๆก็คือ ซีเกมส์ เอเชี่ยน อินดอร์เกมส์ ชิงแชมป์อาเซียน ซึ่งในตอนนี้นั้นทีมของเราได้ “ช้าง” กฤษดา วงษ์แก้ว กลับมาจากอาการบาดเจ็บแล้วและด้วยประสบการณ์ของผู้เล่นของเรานั้นซึ่งเล่นด้วยกันมาหลายปี ทำให้ตอนนี้ผมมั่นใจและหวังที่จะคว้าแชมป์ทุกแชมป์ในปีนี้ครับ”

 

ขอบคุณภาพ : PTT Bluewave Chonburi Futsal Club , suphawut_9
ชมสด!! ศึกไทยลีก และคลิปไฮไลท์ พร้อมติดตามข่าวสาร ได้ที่ Trueid App และ เว็บไซต์ Sport Trueid หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @Trueid