เรียกได้ว่าฮือฮาไม่น้อยเลยทีเดียว หลัง สิโรจน์ ฉัตรทอง ย้ายจาก อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด มาซบอก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด แบบเป็นทางการเมื่อไม่นานมานี้ โดยเจ้าตัวเตรียมเข้ามาผนึกกำลังร่วมกับดาวซัลโวประจำทีมอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา และอดีตดาวยิงผู้เป็นตำนานของ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี อย่าง เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส ที่พร้อมแล้วสำหรับการลงล่าตาข่ายในเลกที่ 2

แค่นึกถึงการได้เห็นทั้งสามคนลงสนามพร้อมกันก็น่าตื่นเต้นไม่น้อยเลยนะครับ แต่ถ้าใครยังกังขาอยู่ว่าการมาของอดีตหัวหอก เทพอินทรี จะสามารถตอบโจทย์ให้กับทีมได้จริงไหม ผมก็จะพาทุกท่านมาดูกันว่าเหตุใด เจ้าปีโป้ จึงน่าจะไปได้สวยบนถิ่น เอสซีจี สเตเดี้ยม

 

 

  1. เล่นได้ทุกตำแหน่งในแดนหน้า

เจ้าปีโป้ จัดเป็นแข้งสารพัดประโยชน์ที่สามารถเล่นได้หลากหลายตำแหน่ง ทั้งกองหน้าตัวเป้า กองหน้าตัวริมเส้น และกองหน้าตัวต่ำ นั่นทำให้ผู้เป็นกุนซืออย่าง ธชตวัน ศรีปาน สามารถหย่อนเขาลงประจำการตรงไหนก็ได้ในแดนหน้า ไม่ว่าจะเป็นระบบหน้าสามโดยมี เฮแบร์ตี้ ยืนค้ำเป็นตัวเป้า แล้วให้ ธีรศิลป์ กับ สิโรจน์ ถ่างออกไปตะลุยทางด้านข้าง หรือจะจับทั้ง เฮแบร์ตี้ และ สิโรจน์ ลงซัพพอร์ตกันทะลวงประตูในระบบหน้าคู่ โดยมี ธีรศิลป์ ถอยลงมาเชื่อมเกมในตำแหน่งจอมทัพหมายเลข 10 ก็ดูไม่เลวเช่นเดียวกัน

 

  1. เพิ่มความหลากหลายในเกมรุก

ก่อนหน้านี้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เคยมี ซิสโก้ ฆิเมเนซ ที่รูปร่างสูงใหญ่ไว้คอยพักบอลในแดนหน้า รวมถึงสามารถใช้ลูกกลางอากาศจู่โจมฝ่ายตรงข้ามได้ แต่หลังการจากไปของดาวยิงชาวสแปนิช ทำให้ทัพ กิเลนผยอง ขาดอาวุธในส่วนนี้ไป ซึ่งการเข้ามาของ สิโรจน์ นั้น นอกจากจะสามารถทดแทนเขาได้แล้ว ยังมีทีเด็ดในเรื่องของความเร็วที่เจ้าของเสื้อเบอร์ 9 คนก่อนไม่มีอีกด้วย ถึงแม้ เจ้าปีโป้ จะไม่ใช่ศูนย์หน้าที่ยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าด้วยสรีระอันกำยำล่ำสัน บวกกับความเร็วที่ไม่เป็นสองรองใคร น่าจะทำให้แนวรับคู่ต่อสู้ต้องกุมขมับไม่น้อยเลยทีเดียว

 

  1. ช่วยดึงศักยภาพของ เจ้ามุ้ย

ทุกท่านคงทราบกันดีว่า ธีรศิลป์ แดงดา เป็นผู้เล่นที่ง้างเท้าจบสกอร์ได้อย่างคมกริบ รวมทั้งยังมีทักษะความสามารถเฉพาะตัวที่เป็นเลิศ แต่หลายครั้งเมื่อ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ต้องเจอกับทีมที่แข็งกว่า เรามักจะเห็นเจ้าตัวต้องคอยชนคอยปะทะกับเซนเตอร์ฮาล์ฟของคู่แข่งอย่างโดดเดี่ยวในแดนหน้า และนั่นย่อมไม่ใช่คำตอบที่เหมาะสมกับการใช้งานยอดหัวหอกแห่งแดนสยามผู้นี้แน่นอน ซึ่งการมีเจ้ายักษ์ สิโรจน์ ไว้จัดการในจุดนั้น ก็จะทำให้ เจ้ามุ้ย สามารถปล่อยของแบบที่ตัวเองถนัดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

  1. ไม่จำเป็นต้องปรับตัวมากมาย

การที่ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด มีนักเตะทีมชาติไทยหลายรายนั้น ทำให้ สิโรจน์ ที่ถือเป็นขาประจำของทัพ ช้างศึก ในช่วงหลังคุ้นเคยกับผู้เล่นของต้นสังกัดใหม่ตัวเองเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เจ้าปีโป้ จึงสามารถเข้ามาต่อยอดผลงานได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้เวลาในการปรับตัวมากนัก และไม่ใช่เพียงแค่เรื่องในสนามเท่านั้น แต่นอกสนามเจ้าตัวยังสนิทสนมกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆอีกด้วย ซึ่งความขี้เล่นของเขา น่าจะส่งผลดีต่อบรรยากาศภายในห้องแต่งตัวไม่น้อยเลยเหมือนกัน

 

  1. อายุการใช้งานยังอีกนาน

สิโรจน์ ฉัตรทอง เพิ่งจะมีอายุเพียงแค่ 24 ปี ดังนั้นเจ้าตัวจึงยังสามารถลงสนามเป็นกำลังหลักให้กับสโมสรได้อีกหลายซีซั่น ซึ่งการที่ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด มีผู้เล่นที่อายุยังน้อยหลายราย นั่นทำให้พวกเขาสามารถสร้างทีมเพื่ออนาคต โดยไม่จำเป็นต้องมาปรับจูนขุนพลหน้าใหม่บ่อยๆ ความเข้าขารู้ใจในการเล่นก็จะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่ใช่แค่ทัพ กิเลนผยอง เท่านั้นที่ได้ประโยชน์จากสิ่งนี้ แต่มันยังส่งผลดีต่อทีมชาติไทยในอนาคตด้วยเช่นกัน

 

ชมสด!! ศึกไทยลีก และคลิปไฮไลท์ พร้อมติดตามข่าวสาร ได้ที่ Trueid App และ เว็บไซต์ Sport Trueid หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @Trueid