สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จัดงานแถลงข่าวเพื่อสรุปเกี่ยวกับการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย กลุ่มบี นัดที่แปด ที่ทีมชาติไทย เสมอกับ ทีมชาติสหรัฐ อาหรับ เอมิเรตส์ 1-1 ในเกมล่าสุด

การแถลงข่าวครั้งนี้ ประกอบไปด้วย พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ และ มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอน พร้อมด้วยทีมสต๊าฟฟ์โค้ช

โดย ทาง พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง กล่าวว่า “วันนี้เราก็ได้จัดการประชุมกัน ระหว่างสมาคมฯกับโค้ช เพื่อรายงาน และสรุปประเมินผลการแข่งขันที่เกิดขึ้นในเกมเมื่อวานนี้ของทีมชาติไทย ทั้งปัญหา ข้อบกพร่อง สิ่งที่พบเห็น และได้บอกกล่าวถึงแผนพัฒนาในอนาคต ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ซักถามเกี่ยวกับข้อสงสัยที่อยากรู้ ผมในฐานะ นายกสมาคมฯ ก็ต้องขอขอบคุณ น้องๆนักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทยทุกคน ทั้งที่ได้ลงทำหน้าที่ และไม่ได้ลงทำหน้าที่รวมถึงน้องๆ ที่มีอาการบาดเจ็บไม่สมบูรณ์และไม่ได้ลงการแข่งขัน ก็คิดว่าแมตช์ต่อๆไปจะได้ทำงานด้วยกัน ขอบคุณโค้ชมิโลวาน ราเยวัช และ ทีมงานทุกท่าน รวมถึงเจ้าหน้าที่สมาคมฯ ผู้เกี่ยวข้องที่จัดการแข่งขัน ที่ได้ร่วมกันทำ และสร้างรอยยิ้มเล็กๆให้กับแฟนบอลชาวไทย ขอบคุณสโมสรต้นสังกัด ของนักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทย ขอบคุณแฟนบอล ขอบคุณสื่อมวลชน ขอบคุณสปอนเซอร์ และผู้สนับสนุนทั้งหลาย และทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในการแข่งขัน”

“วันต่อๆไปที่ทีมชาติไทยมีภารกิจในแมตช์สำคัญทั้งในคิงส์ คัพ และแมตช์ที่เราเป็นเจ้าบ้านในการเจอกับ อิรัก และ ต้องไปเยือนทีมชาติออสเตรเลีย ก็เป็นเรื่องที่ทางสมาคมฯต้องได้รับความร่วมมือจากสโมสรและต้นสังกัดของนักกีฬา ทีมโค้ชและผู้ฝึกสอนและทีมงาน และก็แฟนบอลชาวไทย เสียงเชียร์ กำลังใจจะทำให้พวกเรา สมาคมฯ และ นักกีฬาและโค้ช, ทีมงานมีกำลังใจที่จะสร้างผลงานที่เป็นสิ่งที่ทำให้ประชาชนคนไทยมีความสุข หวังว่าในเกมต่อๆไป สิ่งหนึ่งที่จะนำไปสู่ความสำเร็จก็คือการร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ผมเอ่ยมา โดยเฉพาะแฟนบอลที่เปรียบเสมือนผู้เล่นคนที่สิบสอง หากขาดซึ่งแฟนบอล เราคงยืนอยู่ไม่ได้ ก็ต้องฝากบอกแฟนบอลนะครับ แรงเชียร์ทั้งที่สนามหรือหน้าจอทีวี ที่ส่งกำลังใจให้ทีมงาน มันคือน้ำทิพย์ คือสิ่งที่เราต้องการมากที่สุด หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยจะอยู่ในการสนับสนุนของแฟนบอลชาวไทยยิ่งๆขึ้นไป และตลอดไป”

“ก่อนการแถลงข่าวผมก็ได้คุยกับโค้ช เพื่อสรุปรายงานการแข่งขัน ปัญหาและอุปสรรค รวมถึงข้อบกพร่องต่างๆ สิ่งที่ผมถามคือมาตรฐานของนักฟุตบอลทีมชาติไทยนั้นสามารถพัฒนาขึ้นได้อีกหรือไม่ ซึ่งโค้ชและทีมงานก็บอกว่ามีโอกาสดี เพราะว่าโค้ชก็ไม่คาดคิดว่านักกีฬาจะมีมาตรฐานขนาดนี้ หากเตรียมทีมถูกวิธี และนำเทคนิคมาใช้ ทีมชาติไทยจะเล่นได้อย่างมีศักยภาพที่สูงกว่าที่ผ่านมา”

“ส่วนเรื่องปัญหาที่เขาบอกก็คือเรื่องเวลา เพราะเขาอยู่ที่นี่แค่หนึ่งเดือน และมีเวลาเก็บตัวเพียงหนึ่งสัปดาห์ และนักกีฬาเมืองทอง ยูไนเต็ด ก็มีโปรแกรมการแข่งขัน ทีมชาติไทยยังไม่สมบูรณ์ เพราะมีนักเตะที่ได้รับบาดเจ็บหลายราย ทั้งธีรศิลป์, ชนาธิป, ทริสตอง โด และ ธีราทร ถ้าเขามีเวลามากกว่านี้ และโอกาสที่มากกว่านี้ โค้ชมั่นใจว่าจะสร้างทีมชาติไทยที่ดีกว่าทีผ่่านมาได้แน่นอน นั่นคือสิ่งที่โค้ชบอกกับผม”

“สิ่งที่โค้ชบอกว่าสำคัญมากก็คือเขาต้องดูเกมการแข่งขันด้วยตาของเขาเอง ว่านักเตะคนไหนมีศักยภาพและความสามารถพิเศษ และต่อยอดได้ และคิดว่านักเตะคนไหนจะมาเติมเต็มให้ทีมชาติไทยแข็งแกร่งขึ้น และเหมือนเป็นการเปิดโอกาสให้กับนักเตะหน้าใหม่ เขาไม่ได้มองว่ารุ่นนี้หรือรุ่นเก่าไม่สำคัญ แต่เราต้องคิดถึงอนาคตด้วย ถ้าเกิดมีใครได้รับบาดเจ็บ หรือ เลิกเล่น เราก็มีตัวตายตัวแทน นั่นคือสิ่งที่โค้ชคิด พอโค้ชได้ลงไปดูที่สนามด้วยตัวเอง มันก็เกิดการแข่งขัน ทุกคนอยากติดทีมชาติ รับใช้ชาติ การแข่งขันในนักเตะมันนำไปสู่การพัฒนา เพื่อที่จะแข่งขันไปถึงจุดหมายปลายทางทั้งการเป็นตัวจริงในทีมสโมสร และได้เป็นตัวแทนของทีมชาติ แฟนบอลและสื่อน่าจะเห็นว่าเกมกับยูเออี ได้เกิดนักเตะหน้าใหม่ๆหลายคน และเป็นบททดสอบว่าบางตำแหน่งยังมีคนที่ทำหน้าที่ได้ดีกว่าที่ผ่านมา เป็นมุมมองของโค้ชแต่ละท่านที่แตกต่างกัน หากโค้ชได้มีเวลาไปดูการแข่งขันมากขึ้น ผมเชื่อว่าเขาจะสร้างทีมชาติไทย ที่แข็งแกร่งและมีศักยภาพ นี่คือสิ่งที่เราพูดคุยกัน ทางสมาคมเมื่อมอบหมายให้เขาทำแล้ว เราให้เกียรติ เราจะให้การสนับสนุนเต็มที่ ทั้งเรื่องกิน อยู่ หลับ นอน ส่วนเรื่องในสนามเป็นของโค้ช เราไม่มีการก้าวก่ายกัน เราเชื่อมั่นว่าถ้าผม สภากรรมการ ช่วยกันวางกรอบการพัฒนาฟุตบอลของไทย เป็นไปตามทิศทางที่เราคิดและมันส่งผลดี ผมเชื่อว่าอนาคตทีมฟุตบอลทีมชาติไทยคงไม่เป็นรองใครในเอเชีย และมั่นใจว่าในเวลาอันใกล้ขึ้น เราอาจจะไม่ต้องรอถึงปี 2026 เราอาจจะได้ไปฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายได้”

“ถ้าจะให้คะแนนกับโค้ช ผมบอกว่าผมพึงพอใจ แต่ต้องขอโทษแฟนบอลด้วย เราผิดหวัง เราไม่น่าเสมอ เราน่าจะชนะในเกมนี้ แต่นี่คือบทเรียน ซึ่งบอกว่าทีมชาติไทยจะต้องพัฒนาอีก หลุดจากอดีตที่แพ้มาเสมอ มันก็ถือว่าชนะแล้ว เพราะฉะนั้นมันเป็นเครื่องบอกเหตุว่าทีมชาติไทยสามารถพัฒนาได้ จากทีมที่เคยแพ้ มาเป็นผลเสมอ ถ้าเรามุ่งมั่น ตั้งใจ ร่วมใจกัน มันไม่เกินฝันที่เราจะทำได้ จากเสมอวันนี้เราอาจจะชนะได้ในอนาคต ผลเสมอนัดนี้บอกโค้ชและนักกีฬาว่า ทีมชาติไทยยังต้องพัฒนาขึ้นไปอีกเพื่อชัยชนะ เราต้องดูกันต่อไป”

“จริงๆแล้วโค้ชพูดตลอดเวลา นักเตะทุกคนต้องรักษามาตรฐานไว้ การเล่นกีฬาไม่ใช่เล่นไปเรื่อยๆต้องมีมาตรฐาน กีฬาไม่ใช่ว่าจะเล่นดีตลอด ทุกคนก็มีความหวัง คุณมีโอกาสเป็นทีมชาติ คุณอาจจะต้องถูกดร็อปถ้ารักษามาตรฐานไม่ได้ ต่อไปนี้ทุกคนต้องแข่งขัน แข่งขันกับตัวเอง ให้สุขภาพแข็งแรง ทุกวันนี้โอกาสเปิดกว้าง โค้ชไปดูที่สนามด้วยตัวเอง ใครทำดีโค้ชก็เห็น วันนี้ติดวันหน้าอาจจะไม่ติด วันนี้ไม่ติดวันหน้าอาจจะติดก็เป็นได้”

“กีฬาไม่มีสูตรสำเร็จ เราบอกไม่ได้ว่า เราเก่งแล้วคนอื่นเก่งหรือไม่ สิ่งสำคัญคือเราต้องพัฒนาตัวเอง แข่งกับตัวเองก่อนแข่งกับเขา ถ้าเราเจอทีมที่แข็งแกร่งกว่าในระดับเอเชีย เราต้องยกระดับมาตรฐานไปสู้กับเขา ในทุกเรื่องๆ เราต้องพร้อมกว่าคนที่เก่งกว่า เราคิดว่าถ้าโค้ชได้อยู่เมืองไทย ได้ศึกษามากขึ้น มันน่าจะดีกว่านี้ เพราะที่ผ่านมาแค่สิบกว่าวันทำได้ขนาดนี้”

“ส่วนเรื่องคิงส์ คัพ ตอนนี้เราก็กำลังเจรจา มันมีการตกลง ยกเลิก ตลอดเวลา เราอยากได้ทีมที่มีศักยภาพ และเราดูฟุตบอลได้สนุก คนไทยได้เห็นทีมเก่งๆ เราก็จะพยายามแต่เนื่องจาก คิงส์ คัพ ไม่ใช่ช่วงฟีฟ่า เดย์ ทีมที่ถูกเชิญมาแข่งขันก็ค่อนข้างจะยาก ผมขอเวลาอีกเล็กน้อย น่าจะไม่นานกว่านี้น่าจะได้ข้อสรุป เราไม่อยากเจอกับปัญหา เราอยากได้ทีมดีๆ เพื่อคู่ควรกับถ้วยพระราชทาน ผลจะออกมาเป็นอย่างไร ประกาศชื่อทีมที่มาแข่งต้องเหมาะสมกับเกียรติของถ้วยพระราชทาน”

 

ชมสด!! ศึกไทยลีก และคลิปไฮไลท์ พร้อมติดตามข่าวสาร ได้ที่ Trueid App และ เว็บไซต์ Sport Trueid หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @Trueid