พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เผยชื่อ 3 ชาติ ที่ตอบรับเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ครั้งที่ 45

 

 

การแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ครั้งที่ 45 กำหนดจัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 14 และ 16 กรกฎาคม 2560 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน สำหรับทีมที่ร่วมแข่งขันประกอบไปด้วย ทีมชาติไทย (127), ทีมชาติเกาหลีเหนือ (114), บูร์กินา ฟาโซ (41) และ เบลารุส (83)
*** ในวงเล็บคือลำดับฟีฟ่า แรงกิ้ง ในเดือนมิถุนายน

พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ กล่าวว่า “ผมได้รับรายงานเมื่อเช้านี้ทีมที่ 4 ลงตัวเรียบร้อยแล้ว คงเป็นฝ่ายจัดการแข่งขันได้แถลงให้ทราบว่ามีทีมไหนบ้าง ที่สามารถสรุปได้เรียบร้อยแล้วนะครับ ทางสมาคมฯต้องทำหนังสือกราบบังคมทูลฯเพื่อทรงทราบ อาจจะเสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรการแข่งขันคิงส์คัพหรือไม่ ก็ต้องรอติดตามต่อไป”

“ต้องทำความเข้าใจที่มีข่าวว่า ทำไมสมาคมฯ ถึงเลือกจัดฟุตบอลคิงส์คัพที่ไม่ตรงกับฟีฟ่าเดย์ ก็ต้องเรียนว่าเนื่องจาก ฟีฟ่าเดย์ทั้งหมดได้ถูกล็อคไว้ด้วยการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบ 12 ทีมสุดท้าย ทั้งอิรัก ออสเตรเลีย และพม่า ซึ่งทุกอย่างถูกล็อคไว้หมดแล้ว เราไม่สามารถจัดการแข่งขันให้ตรงกับปฏิทินของฟีฟ่าเดย์ได้ นี่คือเหตุผลที่เราต้องจัดการแข่งขันในช่วงอื่นนะครับ เลยเป็นเหตุที่จะหาทีมมาร่วมการแข่งขันค่อนข้างยาก แต่ในตอนนี้ก็ถือว่าลงตัวแล้ว คือ 4 ทีม มีประเทศไทยเป็นหลัก ส่วนอีก 3 ทีม มี เกาหลีเหนือ บูร์กินาฟาโซ และ เบลารุส

“ส่วนอีกเรื่องหนึ่งเหมือนกันนะครับ ที่การแข่งขันคิงส์คัพในครั้งนี้ไม่ได้ตัวนักเตะหลักๆที่ติดการแข่งขันกับสโมสร โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ไปอยู่ในสโมสรต่างประเทศ อย่าง ชนาธิป ทรงกระสินธิ์ เราคงต้องใช้ความพยายาม ที่จะขอตัว ชนาธิป มาเล่นในคิงส์คัพ ถ้ามันเป็นความจำเป็นที่ทางสโมสรจะปฏิเสธ เราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ เราก็ต้องหานักเตะมาทดแทน ผมเชื่อว่านักเตะหลายคนในประเทศไทยมีการพัฒนามาตรฐานที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนมีโอกาสที่เข้ามาร่วมในตำแหน่งสำคัญๆ ก็เป็นเรื่องที่สถานการณ์บังคับ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะว่าเราก็อยากจะจัดให้ตรงกับช่วงของฟีฟ่าเดย์แต่เราติดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกนะครับ”

โดยทางด้าน มิโลวาน ราเยวัช จะเรียกตัวนักเตะทีมชาติไทยเข้ามาเก็บตัวฝึกซ้อมในวันที่ 10 ก.ค.นี้ และจะยังใช้ เกียรติธานี คันทรี คลับ เป็นที่เก็บตัวอีกด้วย

 

ชมสด!! ศึกไทยลีก และคลิปไฮไลท์ พร้อมติดตามข่าวสาร ได้ที่ Trueid App และ เว็บไซต์ Sport Trueid หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @Trueid