ชื่อของ สิโรจน์ ฉัตรทอง กลายเป็น (TRUE) Talk of the town อีกหนึ่งประเด็นร้อนของแฟนบอลไทยทั้งประเทศ ภายหลังจากการประกาศ 25 นักเตะทีมชาติไทย ชุดลงทำศึกชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 45 ของ “โค้ชมิโล” มิโลวาน ราเยวัช กุนซือเลือดเซิร์บ เมื่อช่วงวานนี้

 

สิโรจน์ ฉัตรทอง

 

เนื่องจากมีกลุ่มแฟนบอลจำนวนหนึ่งที่มองว่าฟอร์มของ “ปีโป้” นั้นดรอปลงไปอย่างน่าใจหาย โดยเฉพาะกับผลงานในสีเสื้อทีมชาติกับแมตช์ล่าสุดที่ทีมชาติไทย แบ่งแต้มกับ ยูเออี ไปแบบสุดมันส์ 1-1 ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบที่ 3

แม้ว่า ราเยวัช จะแสดงให้เห็นถึงความกล้าที่จะให้โอกาสกับแข้งหน้าใหม่หลายๆ คน จนสามารถแจ้งเกิดไปเต็มๆ ทั้ง เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว, พรรษา เหมวิบูลย์ รวมถึงแข้งใหม่หน้าเก่าจาก “กว่างโซ้งมหาภัย” อย่าง ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์

 

สิโรจน์ ฉัตรทอง

 

แต่ทว่า นักเตะที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นปรากฎการณ์ของวงการฟุตบอลไทย โดยเฉพาะการพาทัพ “ช้างศึก” ผงาดคว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ หนล่าสุดอย่าง สิโรจน์ ฉัตรทอง กลับกลายเป็นเป้าโจมตีจากแฟนบอล เนื่องจากฟอร์มที่ต่ำกว่ามาตรฐานของเจ้าตัวนั่นเอง

ความได้เปรียบในเรื่องของสรีระ ดูเหมือนจะเป็นเพียงสิ่งเดียวที่แฟนบอลมองว่า เป็นข้อได้เปรียบของ ปีโป้ แต่ถ้าเป็นทักษะการเลี้ยง-จ่าย  หรือแม้กระทั่งสัญชาตญาณความเป็นเพชรฆาตในกรอบเขตโทษ ดูเหมือน ปีโป้ อาจจะยังสอบไม่ผ่าน

บางคนอาจจะเถียงว่า ก็ ปีโป้ โชว์ฟอร์มไม่ออก เพราะเจ้าตัวถูกจับไปเล่นริมเส้น ตามแทคติกของ ราเยวัช แต่นั่นก็อาจไม่ใช่ข้อแก้ตัวที่ดี เพราะในแมตช์ที่พบกับ ยูเออี ดาวเตะตัวใหม่จากค่าย “กิเลนผยอง” แทบจะไม่สามารถฝ่าแนวรับของทีมจากตะวันออกกลางได้เลย โดยเฉพาะจังหวะดวลตัวต่อตัวที่ สิโรจน์ มักจะพาบอลไปเจอทางตันเสียมากกว่าการสร้างโอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีม

ขณะที่ผลงานของศูนย์หน้าในไทยลีกอย่าง อัครวินท์ สวัสดี ของ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่กำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรง อีกทั้งหน่วยก้านยังดี กลับหลุดโผจากทีมชุดนี้ไป ยิ่งเกิดข้อสงสัยจากแฟนบอลไทยว่า เหตุไฉน ปีโป้ ถึงยังได้รับโอกาสในทีมชุดนี้ต่อ เพราะเมื่อเปรียบเทียบฟอร์มในลีกกันแล้ว ศูนย์หน้าวัย 24 ปีรายนี้ก็ใช่ว่าจะทำผลงานได้เหนือกว่า อัครวินท์ แต่อย่างใด อีกทั้งเจ้าตัวเองก็ยังต้องเบียดตำแหน่งตัวจริงในถิ่น เอสซีจี สเตเดี้ยม อยู่

เมื่อเราลองมาดูโผกองหน้าชุดลุย คิงส์คัพ ครั้งนี้ จะเห็นว่า ราเยวัช ยังเลือกที่จะใช้นักเตะที่คุ้นเคย และมีประสบการณ์ในเกมทีมชาติทั้ง “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา, อดิศักดิ์ ไกรษร รวมถึง “จ่าเย็น” มงคล ทศไกร ฉะนั้นไม่แปลกใจว่า ทำไม ปีโป้ ถึงยังมีชื่ออยู่ในทีมชุดนี้

 

หรืออาจเป็นเพราะ ราเยวัช อาจจะยังต้องการให้โอกาสศูนย์หน้าร่างยักษ์รายนี้อีกสักครั้ง ?

 

หากแต่โอกาสของคนเรานั้นไม่ได้มีมาบ่อยๆ ยิ่งบวกกับมาตรฐานการทำงานของโค้ชระดับ ราเยวัช เชื่อได้เลยว่า หากคิงส์คัพครั้งนี้ ปีโป้ ยังไม่สามารถรีดฟอร์มเก่งกลับมาได้ บางทีตำแหน่งศูนย์หน้า หรือตัวริมเส้นของทีมชาติไทยอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง…

ไม่มีแฟนบอลไทยคนไหนสงสัยในความมุ่งมั่นของ ปีโป้ หากแต่สิ่งที่อดีตแข้งของ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด นั้นต้องทำทุกอย่างเพื่อซื้อใจแฟนบอลนั่นก็คือ “ประสิทธิภาพ” เพราะการทำประตู และฟอร์มการเล่นโดยรวมเท่านั้น ที่จะเป็นตัวตัดสินความเป็นกองหน้าดีกรีทีมชาติไทยของเขา

 

สิโรจน์ ฉัตรทอง

 

ฉะนั้น นี่คือโอกาสอันดีของ สิโรจน์ ฉัตรทอง ที่จะงัดเอาฟอร์มที่ดีที่สุดมาฝากแฟนบอลชาวไทย เพื่อเรียกความศรัทธา และความเชื่อมั่นกลับมาอีกครั้ง ซึ่งเราเองก็หวังว่า ทีมชาติไทย จะได้ “ปีโป้” ที่ลงสนามด้วยความทุ่มเท และความมั่นใจกลับมาอีกครั้งในคิงส์คัพ หนนี้…

 

หวังว่านายจะพลิก “วิกฤต” ให้เป็น “โอกาส” ได้

 

Keep Fighting… สิโรจน์ ฉัตรทอง

 

สำหรับการแข่งขันศึกฟุตบอล คิงส์คัพ ครั้งที่ 45 นัดแรกนั้นจะมีขึ้นวันที่ 14 กรกฏาคมนี้ โดยคู่แรก ทีมชาติเบลารุส พบกับ ทีมชาติบูร์กินาฟาโซ เวลา 16.30 น. ส่วนคู่ที่สอง ทีมชาติไทย พบกับ ทีมชาติเกาหลีเหนือ เวลา 19.30 น. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ทั้ง 2 คู่ ก่อนหาทีมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ วันที่ 16 กรกฎาคมต่อไป

ทั้งนี้ บัตรเข้าชมการแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 45 ได้เปิดจำหน่ายทาง ไทย ทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา ทุกช่องทางแล้ว http://www.thaiticketmajor.com/sport/king-cup45-2017-th.html และสามารถติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02-262-3456

 

ชมสด!! ศึกไทยลีก และคลิปไฮไลท์ พร้อมติดตามข่าวสาร ได้ที่ Trueid App และ เว็บไซต์ Sport Trueid หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @Trueid