ถือเป็นดีลที่สั่นสะเทือนวงการลูกหนังไทยอีกครั้ง หลังมีการแถลงข่าวเมื่อช่วงบ่าย (12 กรกฎาคม) ที่ผ่านมา ณ อาคารทรู ทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก ว่า จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ หรือ “เจ้าไอซ์” แข้งดาวรุ่งของ แบงค็อก ยูไนเต็ด กำลังจะเป็นนักเตะไทยคนที่สามที่จะได้ค้าแข้งในเจลีกในฤดูกาลนี้ ต่อจาก ชนาธิป สรงกระสินธ์ และสิทธิโชค ภาโส !!!

 

จักรกฤษณ์

 

และสถานีต่อไปของ “เจ้าไอซ์” นั้นได้แก่ เอฟซี โตเกียว ทีมระดับแถวหน้าของวงการลูกหนังเมืองปลาดิบ…

วันนี้ทีมงาน Sport.trueid.net มีบทสัมภาษณ์สุด EXCLUSIVE ถึงเส้นทาง และเป้าหมายการไปค้าแข้งในเจลีก พร้อมกับอีกหลายแง่มุมที่คุณยังไม่รู้ของ จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ นำมาฝากแฟนๆ ทุกท่าน รับรองได้ว่า EXCLUSIVE แบบนี้ มีที่ ทรูไอดี ที่เดียว แน่นอน

“เจ้าไอซ์” ในสีเสื้อ เอฟซี โตเกียว กับท่าทางที่ชวนเคอะเขินไม่น้อย นั่นอาจจะเป็นเพราะเจ้าตัวอาจจะยังไม่คุ้นชินกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกองทัพสื่อ เราจึงตัดสินใจหามุมชิลล์ๆ พูดคุยกับน้องอย่างเป็นกันเอง

 

จักรกฤษณ์

 

“จริงๆ ผมก็เตรียมตัวมาในระดับหนึ่งนะ แต่ไม่คิดว่าวันนี้พี่ๆ สื่อมวลชนจะมาเยอะขนาดนี้ ก็ยอมรับว่าตื่นเต้นครับ” ไอซ์ เปิดฉากคุยกับเราด้วยท่าทางที่ดูผ่อนคลายลง

แน่นอนว่าสิ่งที่แฟนบอลไทยอยากจะรู้เป็นอย่างแรก ก็คงจะหนีไม่พ้นถึงความพร้อมของสภาพร่างกาย ความฟิต บวกกับความกังวลในการปรับตัวให้เข้ากับบรรยากาศที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นทีมใหม่ เพื่อนใหม่ อาการการกินใหม่ และสำคัญที่สุดคือ ภาษา ซึ่งแข้งรายนี้ ได้เผยกับเราว่า ได้มีการเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี ด้วยความร่วมมือจากทั้งสโมสร รวมถึงพี่ๆ น้องๆ ในทีมที่เป็นทั้งคู่เทรน และกำลังใจชั้นเยี่ยม

“ผมโฟกัสไปที่เรื่องความฟิต และพละกำลังเป็นหลักเลยครับ ต้องขอบคุณทุกๆ คนในทีม (แบงค็อก ยูไนเต็ด) ที่ช่วยเทรน เคี่ยวเข็นผมในการฝึกซ้อมอย่างหนักจนรู้สึกมั่นใจในระดับหนึ่งว่าน่าจะปรับตัวเข้ากับระบบการฝึกซ้อมที่ เอฟซี โตเกียว ได้ครับ” น้ำเสียงบวกกับแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เริ่มทำให้เรารู้สึกว่า เอ่อ เด็กคนนี้มีความมุ่งมั่นนะ

เพราะโอกาสดีๆ แบบนี้ไม่ได้สิ่งมาหาใครได้ง่ายๆ และแน่นอนว่า “ฝีเท้า” บวกกับ “ทัศนคติ” ของ “เจ้าไอซ์” เท่านั้น ที่เป็นคำตอบว่า ทำไมทีมระดับ เอฟซี โตเกียว ถึงให้ความสนใจเด็กคนนี้มากเป็นพิเศษ จนกระทั่งตัดสินใจเซ็นสัญญาดึงตัว วันเดอร์คิด รายนี้ไปลุยศึกเจลีกในเลกที่สอง ซึ่ง จักรกฤษณ์ ได้พูดถึงมุมมองหลังจากเคยไปสัมผัส และทดสอบฝีเท้าเป็นระยะเวลา 10 วัน

“ฟุตบอลที่ญี่ปุ่นนั้นเล่นกันเร็ว ให้บอลเท้าสู่เท้าได้แม่น และที่สำคัญคือพวกเขารักษาตำแหน่งการยืนได้ดีมากๆ ครับ ไม่ว่าจะทั้งคนที่มีบอล หรือไม่มีบอล ตรงนี้เองผมก็พยายามเอามาปรับปรุง และแก้ไข เพื่อโอกาสในการลงเล่นให้กับทีม”

“ผมไม่ซีเรียสนะว่าตัวเองจะต้องได้ลงเล่นในเจลีก1 เท่านั้น เพราะไม่ว่าจะเป็นลีกสูงสุด หรือเจลีก3 ฟุตบอลญี่ปุ่นก็ยังมีมาตรฐานที่ดีที่สุดในเอเชีย ผมพร้อมลุยเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นทั้งการฝึกซ้อม หรือในแมตช์การแข่งขัน”

 

จักรกฤษณ์

 

แว่วๆ มาว่า “52” คือหมายเลขเสื้อที่ “ไอซ์” จะสวมใส่ตลอดเวลา 1 เลกที่ ญี่ปุ่น ก็ยังมีแอบๆ แซวกันว่า นี่ไอซ์เลือกเองใช่มั๊ย ทำไมเลือกเบอร์เยอะขนาดนี้ ทำเอาทีมงานครื้นเครงกันยกใหญ่

เนื่องจาก เอฟซี โตเกียว เองเป็นสโมสรที่ใหญ่ และมีนักเตะทีมชาติญี่ปุ่นชุดใหญ่อยู่ในทีม 3 คนด้วยกัน ประกอบไปด้วย อากิฮิโร ฮายาชิ, มาซาโตะ โมริชิเงะ และโยจิโร ทาคาฮางิ นอกจากนั้นแล้วยังมี โยชิโตะ โอคุโบะ ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของเจลีกอยู่ในทีมด้วย ตรงนี้ ไอซ์ ยืนยันกับเราเลยว่า ไม่ได้รู้สึกเกร็ง หรือกังวลแต่อย่างใด แต่กลับมองว่าเป็นเรื่องที่ดีเอามากๆ ที่จะได้สัมผัสการทำงานกับนักเตะฝีเท้าระดับแถวหน้าของเอเชีย

แน่นอนว่าอาการ “โฮมซิก” หรือโรคคิดถึงบ้านนั้นเป็นของคู่กับนักเตะไทยยามที่ไปเล่นในต่างแดนอยู่เสมอ จนส่งผลกระทบต่อฟอร์มการเล่น ตรงนี้ “เจ้าไอซ์” เผยว่า มีพี่ๆ ในทีม “แข้งเทพ” เกือบทุกคนที่คอยให้คำปรึกษา บ้างก็มีพูดเร้า พูดกระตุ้นให้เจ้าตัวมุ่งมั่น และโฟกัสไปที่ฟุตบอลเท่านั้น

“แกต้องรักษาเนื้อรักษาตัวดีๆ อย่าทำตัวเถลไถล ตั้งใจซ้อมนะ เรามีโอกาสก็ต้องทำให้เต็มที่ มีอะไรก็โทรมาปรึกษากันได้ตลอด” นี่คือสิ่งที่รุ่นพี่ใน แบงค็อก ยูไนเต็ด ได้กำชับ และย้ำกับเจ้าตัวเสมอก่อนออกเดินทาง

กับประเด็นที่ว่า หาก จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ ได้มีโอกาสดวลแข้งกับรุ่นพี่อย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ ในฐานะคู่แข่งคนละฝั่งในสนาม เจ้าตัวจะตัดสินใจยังไง หาก “เมสซี่เจ” กำลังกระชากบอลหนีเจ้าตัวไปด้วยความพลิ้ว…

“หากได้มีโอกาสเจอกันจริง ก็คงจะเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากๆ ครับ เพราะพี่เจเป็นไอดอลของนักเตะทุกคนอยู่แล้ว”

“แต่ถามว่าถ้ามีจังหวะที่พี่เค้ากำลังกระชากบอลหนีผมในสนาม แล้วผมจะทำยังไง ผมก็คงต้องตัดสินใจหวดพี่เจอยู่แล้ว เพราะในสนามไม่มีคำว่าพี่ ไม่มีคำว่าน้องอยู่แล้วครับ ฮ่าๆ” ประโยคนี้ทำเอาพวกเราหัวเราะกันยกใหญ่ ถึงความน่ารักปนความแก่นในตัวของ “เจ้าไอซ์”

 

จักรกฤษณ์

 

ได้มีโอกาสพูดคุยกันพอหอมปากหอมคอ และก่อนจะจากกันไป จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ ได้ฝากความในใจที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นให้กับแฟนบอลชาวไทยทุกคน กับโอกาส เส้นทางชีวิต และก้าวต่อไปที่ยิ่งใหญ่ ของเด็กหนุ่มที่หลงใหลฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจคนนี้…

“ผมจะทำทุกอย่างให้เต็มที่ จะทำให้ดีที่สุด ให้สมกับการได้ไปเล่นถึงญี่ปุ่น ตอนนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวผมแล้วว่าผมจะเต็มที่ จะพยายาม จะอดทนมากน้อยแค่ไหน ผมจะทำให้เต็มที่ เป็นกำลังใจให้กับผมด้วยนะครับ”

ไม่ว่าสุดท้ายบทสรุปของการไปค้าแข้งในแดนปลาดิบของ “เจ้าไอซ์” จะเป็นอย่างไร… จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ จะไปได้ไกลถึงขั้นแจ้งเกิดในศึกเจลีกได้มากน้อยแค่ไหน คงไม่สำคัญเท่ากับความตั้งใจ และความมุ่งมั่นที่เจ้าตัวจะใส่ลงไปในทุกๆ ลมหายใจที่ญี่ปุ่น เราคงไม่มีอะไรเป็นของขวัญให้กับเจ้าตัวได้ดีกว่าการอวยพรขอให้น้องไอซ์โชคดี และหวังว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ทีมชาติไทยจะมีอาวุธชิ้นใหม่ เป็นจรวดทางไกลที่ส่งตรงมาจากแดนอาทิตย์อุทัย ที่มีชื่อว่า…

 

กัมบัตเตะ !!! … จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์

 

ชมสด!! ศึกไทยลีก และคลิปไฮไลท์ พร้อมติดตามข่าวสาร ได้ที่ Trueid App และ เว็บไซต์ Sport.Trueid.net หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @Trueid