TRUE TALK : ในที่สุด ทีมชาติไทยก็สามารถผงาดคว้าแชมป์การแข่งขันศึกฟุตบอล คิงส์คัพ ครั้งที่ 45 ได้สำเร็จ หลังทัพ “ช้างศึก” สามารถเอาชนะ เบลารุส ในการดวลลูกที่จุดโทษด้วยสกอร์ 5-4 (ครบ 90 นาที เสมอ 0-0) ต่อหน้าแฟนบอลในสนามถึง 22,483 คน

 

True talk

 

วันนี้ Sport.trueid.net จะพาทุกท่านมาติดตาม TRUE TALK : ประกาศผลสอบทัพช้างศึกชุดแชมป์คิงส์คัพ 2017 สดๆ จากขอบสนามราชมังคลากีฬาสถาน มาดูกันว่าแข้งทีมชาติไทยคนไหนจะได้คะแนนเท่าไหร่จากการลงสนามในเกมนี้

 

True talk

 

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ : 9 คะแนน

แสดงความเชื่อมั่นให้กับคนทั้งสนามได้เห็นตั้งแต่ลงมาวอร์มก่อนเกมจะเริ่ม “กัปตันตอง” พยายามที่จะสื่อให้ทุกคนเห็นว่า ทีมชาติไทยชุดนี้เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น การโชว์เซฟจังหวะอันตรายในช่วงไม่ถึง 10 นาทีสุดท้าย คือสิ่งที่นายทวารจาก “กิเลนผยอง” ทำได้อย่างยอดเยี่ยม และแสดงให้เห็นถึงหัวจิตหัวใจอันแน่วแน่ที่ต้องการพาทัพ “ช้างศึก” ป้องกันแชมป์ในรายการนี้ให้ได้

และสุดท้าย กวินทร์ ก็ “ทำได้” จริงๆ หลังโชว์เซฟจุดโทษไปถึง 2 ครั้งด้วยกัน และพาทีมชาติไทยผงาดคว้าแชมป์คิงส์คัพไปครองแบบสะใจแฟนบอลสุดๆ

 

พีรพัฒน์ โน๊ตชัยยา : 7.5 คะแนน

การได้รับโอกาสจาก มิโลวาน ราเยวัช ในฐานะแบ็กซ้ายเบอร์หนึ่งชุดคิงส์คัพ นั่นอาจจะหมายความว่า “เจ้าบาส” อาจจะได้รับสัมปทานในตำแหน่งนี้ต่อ อันเป็นผลตอบแทนจากความทุ่มเท และความพยายามที่จะก้าวขึ้นมาเป็น 11 ตัวจริงของทีมชาติไทย ซึ่งเกมนี้ พีรพัฒน์ มีโอกาสได้ขึ้นไปเติมเกมรุกสวยๆ หลายครั้ง โดยเฉพาะจังหวะสวนกลับก่อนจะเจ้าตัวจะโซโล่เดี่ยวตั้งแต่ในแดนตัวเอง ก่อนจบด้วยการยิงไปติดเซฟนายทวารเบลารุสแบบได้ลุ้น

ลูกครอสเท่านั้น ที่น่าจะเป็นจุดที่ “เจ้าบาส” ยังต้องพัฒนา และหากว่าแข้งจาก เอสซีจี เมืองทองฯ รายนี้สามารถเพิ่มความอันตรายจากลูกเปิดริมเส้น มั่นใจได้เลยว่า ทัพช้างศึก จะมีอีกหนึ่งอาวุธเด็ดจากการเติมเกมของวิงแบ็กอย่างแน่นอน

 

พรรษา เหมวิบูลย์ : 8 คะแนน

เป็นนักเตะที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละนัด ก่อนจะมาพีคที่สุดในนัดชิงชนะเลิศ แนวรับร่างยักษ์จาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สามารถรับมือกับนักเตะรูปร่างสูงใหญ่ของ เบลารุส ได้อยู่หมัด รวมถึงจังหวะล้มตัวบล็อคลูกยิงของคู่แข่งจนทำให้ทีมชาติไทยรอดพ้นจากการเสียประตูอย่างหวุดหวิดในช่วงครึ่งทางของครึ่งเวลาหลัง

นานแล้ว ที่ทีมชาติไทยไม่เคยมีปราการหลังร่างใหญ่ และเล่นลูกกลางอากาศได้ดีแบบนี้อยู่ในทีม หากรักษาเนื้อรักษาตัวดีๆ รับรองได้เลยว่า พรรษา นี่แหละ คือคำตอบที่ทีมชาติไทยต้องการในการต่อกรกับทีมแถวหน้าของเอเชีย !

 

เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว : 8 คะแนน

แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวกับรายการคิงส์คัพ 2017 สำหรับเซนเตอร์ฮาล์ฟจาก “สวาทแคท” ผู้เปี่ยมไปด้วยบุคลิกของความเป็นผู้นำ ไม่ว่าจะเป็นการคอยกระตุ้นเพื่อนร่วมทีม การวางบอลยาวสวนกลับ รวมถึงลูกเคลียร์ที่แนวรับรายนี้ทำได้อย่างยอดเยี่ยม หรือถ้าเรียกเป็นภาษาชาวบ้านง่ายๆ ก็คงต้องใช้คำว่า “เคลียร์ขาด” !!!

 

อดิศร พรหมรักษ์ : 7.5 คะแนน

บทจะเติมเกมรุก ก็เติมได้มันส์สะเด่า บทจะต้องเล่นเกมรับ ก็ตามตื๊อแนวรุกคู่แข่งจนเรียกได้ว่ากัดไม่ปล่อยจริงๆ วันนี้ แนวรับมาดเซอร์ยังคงรับผิดชอบในบทบาทการเป็นแบ็กขวาได้อย่างไร้ที่ติ

หาก อดิศร ยังคงรักษามาตรฐานการเล่นแบบนี้เอาไว้ได้เห็นทีแบ็กขวาตัวหลักในทีมชาติก่อนหน้านี้อย่าง ทริสตอง โด คงมีร้อนๆ หนาวๆ บ้าง

 

ธนบูรณ์ เกษารัตน์ : 8 คะแนน

การเล่นที่ง่าย เนียนตา รวมถึงการวางบอลทั้งสั้น และยาวอย่างแม่นยำ ถือเป็นเครื่องหมายการค้าของมิดฟิลด์ตัวพักบอลหมายเลข 1 ของเมืองไทยอย่างแท้จริง แมตช์นี้ “เจ้าตั้ม” ยังทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม และคอยสกรีนลูกยากก่อนจะมาถึงคู่เซนเตอร์ทั้ง เฉลิมพงษ์ และพรรษา

ธนบูรณ์ เกษารัตน์ คือหัวใจที่ทีมชาติไทยจะขาดไปไม่ได้แล้วในยุคนี้ !!!

 

ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ : 8 คะแนน

เริ่มต้นเกมนี้ด้วยการขยับขึ้นมาเล่นสูงกว่า สรรวัชร์ เดชมิตร และดูเหมือนว่า ราเยวัช จะมอบบทบาทการเป็นตัวฟรีให้กับแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมนัดที่แล้ว และ “เจ้านิว” ยังคงรักษาฟอร์มการเล่นที่ดีเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการหาจังหวะพลิกบอลเข้ากดดันทีมคู่แข่งจนเรียกใบเหลือง หรือลูกฟรีคิกระยะอันตรายได้หลายครั้ง กระทั่งซัดจุดโทษเข้าไปแบบให้แฟนบอลได้ลุ้นกันแบบเสียวไส้

แน่นอนว่าหากเจ้าตัวไม่เจอกับอาการบาดเจ็บ มั่นใจได้เลยว่า ฐิติพันธ์ คือตัวเลือกแรกของ ราเยวัช ในแผงมิดฟิลด์อย่างแน่นอน

 

สรรวัชญ์ เดชมิตร : 6.5 คะแนน

บทบาทในการขึ้นเกมรุกยังน้อยเกินไปกับบทบาทเพลย์เมคเกอร์ อาจเป็นเพราะต้องแบกรับความกดดันจากการลงเล่นในตำแหน่งของ ชนาธิป จน ราเยวัช ต้องลองปรับรูปเกมด้วยการให้ สรรวัชญ์ ลงมาล้วงบอลในแดนของตัวเอง จนทำให้ฟอร์มของเจ้าตัวดูกระเตื้องขึ้นมา และนี่เป็นอีกหนึ่งเกมที่ “เจ้าแคมป์” ถูก ราเยวัช ถอดออกจากสนาม

 

มงคล ทศไกร : 6.5 คะแนน

เจ้าของฉายา “มง-คล-ลง-เป็น-ยิง” ซ่าส์ไม่ออกในเกมนี้ หลังโดนคู่เซนเตอร์ของ เบลารุส เข้าชนอยู่ทุกจังหวะ ทำให้ “จ่าเย็น” ออกอาการสะบักสะบอมให้เราได้เห็นอยู่บ้าง และส่งผลต่อการกระชากลากเลี้ยยของเจ้าตัวอย่างเห็นได้ชัด จน ราเยวัช ต้องยอมถอด มงคล ไปพักที่ม้านั่งข้างสนาม

 

True talk

 

ธีราทร บุญมาทัน : 8 คะแนน

เป็นอีกหนึ่งเกมที่ “เจ้าอุ้ม” ถูกจับมายืนปั้นเกมริมเส้นทางกราบซ้าย แต่ทว่านัดนี้ไม่ง่ายเหมือนแมตช์ที่พบกับเกาหลีเหนือ เนื่องจากฟูลแบ็กของเบลารุส พยายามเข้ามาตามเพรสซิ่งดาวเตะหมายเลข 3 อยู่ตลอดเวลา จนทำให้ ธีราทร แทบไม่สามารถพลิกบอลหาจังหวะเปิดเข้าไปในกรอบเขตโทษได้ กระทั่ง ราเยวัช ลองปรับให้เจ้าตัววิ่งส่ายไปทั้งฝั่งซ้าย และขวา จน “เจ้าอุ้ม” เริ่มกล้าครองบอล และวางคิลเลอร์พาสแบบกล้าได้กล้าเสียป่วนแนวรับของ เบลารุส ได้หลายจังหวะเลยทีเดียว

การปลุกเร้าแฟนบอลหลังซัดจุดโทษตุงตาข่าย เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สะท้อนออกมาจากใจของ “เจ้าอุ้ม” ว่า เขาพร้อมที่จะรับใช้ทีมชาติไทย และลงเล่นเกินร้อยในทุกๆ เกม ขอเพียงแค่แฟนบอลยังคงหนุนหลังเขาอยู่

 

อดิศักดิ์ ไกรษร : 6.5 คะแนน

มีอาการบาดเจ็บที่บริเวณข้อศอกตั้งแต่ช่วงต้นเกม จนไม่สามารถรีดฟอร์มเก่งออกมาได้ ถือเป็นทัวร์นาเม้นต์ที่น่าเห็นใจสำหรับหัวหอกจากค่าย “กิเลนผยอง” เนื่องจากต้องเผชิญกับจังหวะเล่นหนักจากแนวรับคู่แข่งทั้งสองเกม ก่อนโดนเปลี่ยนตัวออกในท้ายที่สุด

 

ตัวสำรอง

 

true talk

 

สิโรจน์ ฉัตรทอง : 8 คะแนน

ถูกส่งลงสนามในฐานะตัวสำรองอีกหนึ่งนัด โดยเกมนี้ “ปีโป้” พยายามวิ่งไล่ในทุกจังหวะไม่ว่าจะเป็นเกมรุก หรือเกมรับ จนได้รับเสียงปรบมือจากแฟนๆ ในสนามหลายจังหวะ

แม้เบสิคของหัวหอกร่างยักษ์รายนี้อาจจะดูไม่เนียนตา แต่ความมุ่งมั่นต่างหากที่ทำให้ สิโรจน์ ซื้อใจแฟนบอลชาวไทย ก่อนจะขโมยซีนทุกคนในสนาม ด้วยการรับหน้าที่สังหารจุดโทษคนสุดท้าย พาทีมชาติไทยป้องกันแชมป์คิงส์คัพได้สำเร็จ

 

True talk

 

ธีรเทพ วิโนทัย : 8 คะแนน

“ลีซอ” ชื่อนี้ยังคงการันตีถึงความทุ่มเท และพยายาม กระทั่งดาวเตะจอมเก๋าของ “แข้งเทพ” เกิดปัญหาอาการบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าขวา แต่ ธีรเทพ ก็ยังกัดฟันสู้ และกดดันแนวรับ เบลารุส ได้ตลอดช่วงที่เจ้าตัวอยู่ในสนาม

การรับหน้าที่คนยิงจุดโทษลูกแรกให้กับทีมชาติไทย ก่อนซัดเข้าไปอย่างเด็ดขาด ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เราเห็นว่า “ลีซอ” ยังกระหายในการรับใช้ชาติในฐานะนักเตะอยู่เช่นเคย

 

ฟิลิป โรลเลอร์ : 7.5 คะแนน

หากถามว่ามีนักเตะคนไหนที่เร็วพอๆ มอเตอร์ไซค์ เราคงต้องยกให้ ฟิลิป โรลเลอร์ แล้วหล่ะ หลังเจ้าตัวโชว์สเต็ปกระชากหลบสามก่อนโดนดับเครื่องชน แมตช์นี้ โรลเลอร์ ถูกขยับหมากขึ้นมาจากแบ็กขวา สู่การเป็นปีกแทน “จ่าเย็น”

ความนิ่งเกินวัยของเจ้าตัว แสดงให้ทุกคนได้เห็นแล้วจากการยิงจุดโทษเข้าไปอย่างเหนือชั้น และหากแข้งลูกครึ่งรายนี้สามารถเสริมความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ บวกกับสั่งสมประสบการณ์ไปเรื่อยๆ มั่นใจได้เลยว่า โรลเลอร์ จะสามารถก้าวขึ้นมาท้าชิงตำแหน่งปีกขวาตัวจริงของทีมชาติไทยได้อย่างแน่นอน

 

ชมสด!! ศึกไทยลีก และคลิปไฮไลท์ พร้อมติดตามข่าวสาร ได้ที่ TrueID App และ เว็บไซต์ sport.trueid.net หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID