TRUE TALK : “ไม่มีความภูมิใจใดๆ จะยิ่งใหญ่ไปกว่าการได้เป็นตัวแทนของชาติ” วลีนี้ยังคงอมตะ และคลาสสิคเสมอ และยิ่งถ้าได้เป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทยด้วยแล้ว เชื่อเลยว่านี่คงเป็นอีกหนึ่งความฝันอันยิ่งใหญ่ของเด็กผู้ชายบ้านเราแทบทุกคน

 

True talk

 

ผม และทีมงานได้มีโอกาสไปติดตามกิจกรรม “ฟุตบอลคลินิก” ในโครงการ “The West Bromwich Albion Hua Hin Tournament 2017” ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ ทรู อารีน่า สปอร์ตคอมเพล็กซ์ระดับพรีเมียร์ใจกลางเมืองหัวหิน ร่วมกับโรงเรียนแทร็ลล์ อินเตอร์เนชั่นแนล สคูล, ทรู คอร์ปอเรชั่น, โครงการพาร์ค24, และบริษัท ไทย เบฟเวอเรจ จำกัด

โดยกิจกรรมนี้แบ่งออกเป็นสองช่วง คือ ในช่วงแรกเป็นกิจกรรมฟุตบอลคลินิกให้แก่เยาวชนจากโครงการ “ทรูปลูกปัญญา” และในช่วงที่สองเป็นการฝึกซ้อม “ฟุตบอลคลินิก” แบบเข้มข้นกว่า 3 ชั่วโมง แก่เยาวชนที่มีใจรักกีฬาฟุตบอลที่ได้รับเลือกจากโครงการของทรูฯ จำนวน 20 คน

ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนี้ เป็นการมอบโอกาสให้เยาวชนไทย ได้เรียนรู้เทคนิคจากทีมสต๊าฟระดับโลกของ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ท่ามกลางสภาพอากาศค่อนข้างครึ้ม ประกอบกับสายฝนที่โปรยลงมาเล็กน้อย

เราพยายามใช้สายตาสอดส่องกวาดไปทั่วสนาม เพื่อเฟ้นหานักเตะที่ดูเข้าตาที่สุดตามแบบฉบับสเก๊าท์ลูกทุ่ง ก่อนจะไปสะดุดที่ฟอร์มของเจ้าหนุ่มร่างผอมบาง ที่โชว์เบสิคแบบเนียนตาให้เราเห็นหลายจังหวะ จนเราอดไม่ได้ที่จะต้องเดินเข้าไปพูดคุยกับทีมงานว่า เด็กคนนี้คือใคร… Alright ?

 

True talk

 

“นะ” ธนบดี ทองสุข เพลย์เมคเกอร์วัยเพียงแค่ 13 ปี จากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน หนึ่งในแข้งจากโครงการของทรูฯ ที่ค่อยๆ ฉายแววจากดินสู่ดาว คือนักเตะที่เราได้มีโอกาสพูดคุยแบบสุด Exclusive ในวันนี้

“ผมเริ่มเล่นฟุตบอลตอน 10 ขวบครับ โดยมีแรงบันดาลใจมาจากคุณพ่อ โชคดีที่ครอบครัวผมนั้นให้การสนับสนุนมาโดยตลอด ก็เลยทำให้ตัวเองได้มีโอกาสสัมผัสกับกีฬาฟุตบอล จนกระทั่งก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมที่ จ.อุดรธานี ได้สำเร็จ”

น้องนะ เล่าให้เราฟังต่อจากนั้นว่า หลังจากนั้นไม่นาน คุณพ่อก็ได้ยินชื่อของโครงการคัดเลือกนักเตะเยาวชนฝีเท้าดีจากทั่วประเทศ เพื่อมาเป็นหนึ่งในแข้งฝึกหัดฟุตบอลอาชีพของสโมสรชั้นนำของไทยลีกอย่าง แบงค็อก ยูไนเต็ด

 

True talk

 

จากนักเตะฝีเท้าดีกว่า 5,000 คนทั่วประเทศ น้องนะได้ใช้ทักษะ และความสามารถที่มีอยู่ทั้งหมด ฝ่าด่านอรหันต์ ก่อนจะผลักดันตัวเองให้เข้ามาเป็น 1 ใน 20 คนสุดท้ายของโครงการ ได้อย่างสุดยอด

“น้องนะ” ยังเผยต่อว่า วินาทีที่โครงการฯ ประกาศรายชื่อ ด.ช ธนบดี ออกมาว่าได้รับการคัดเลือกนั้นเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่เอามากๆ ทำเอาคุณพ่อของน้องนะถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ด้วยความตื้นตัน และภาคภูมิใจในตัวลูกชายคนนี้

“มันยากมากครับ กว่าจะมาเป็น 20 คนสุดท้าย เพราะต้องเจอกับบททดสอบที่โหดเอามากๆ บางครั้งก็มีแอบท้อนะครับ แต่พอได้ยินชื่อตัวเองปุ๊ป ความกดดันทุกอย่างมันหายไปหมดเลย และกลับกลายเป็นความมุ่งมั่นกับเส้นทางข้างหน้าแทน ผมดีใจครับที่สามารถทำให้พ่อแม่ภูมิใจ”

 

จากเด็กหนุ่มภูธร ชีวิตของ “น้องนะ” ถึงคราต้องเดินทางเข้าสู่เมืองกรุง ดินแดนที่เต็มไปด้วยโอกาส ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย สิ่งเดียวที่จะทำให้จิตใจของแข้งรายนี้สงบนิ่งได้นั่นก็คือ… “ฟุตบอล”

 

True talk

 

การก้าวเข้าสู่สถาบันลูกหนังที่เก่าแก่ และเปี่ยมไปด้วยนักเตะชั้นยอดอย่าง กรงเทพคริสเตียน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการฉายแววควางเก่งกาจของ วันเดอร์คิด จาก อุดรธานี ที่ “น้องนะ” ได้เปิดใจกับเราว่า การปรับตัวเพื่อเข้ากับทีมให้ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น คือสิ่งที่สำคัญไม่น้อยกับการร่ายมนต์ฟุตบอลในเมืองหลวง

“โค้ชที่โรงเรียนพยายามย้ำกับผมเสมอว่า ต้องปรับตัวให้เข้ากับทีมให้เร็วที่สุด เพราะถ้าคุณปรับตัวได้เร็ว คุณก็จะสามารถพัฒนาฝีเท้าได้เร็ว และนั่นคือโอกาสที่คุณจะทำให้โรงเรียน และทุกคนในวงการได้เห็นว่า ตัวคุณนั้นมีดีพอที่จะก้าวต่อไปในระดับที่สูงขึ้น”

คำแนะนำของผู้ใหญ่หลายๆ ท่าน คือสิ่งที่ ด.ช ธนบดี ต่างน้อมรับเอามาปรับใช้กับชีวิต และด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจฝึกซ้อมอย่างหนักของเจ้าตัว ได้ส่งผลอย่างชัดเจนในยามแข่งขันจริง นั่นคือ ฟอร์มการเล่นที่ดี…

“จริงๆ แล้ว ตำแหน่งถนัดของผมคือ เพลย์เมคเกอร์ ครับ แต่ในช่วงหลังๆ โค้ชเองก็มีการโยกผมไปเล่นศูนย์หน้าเหมือนกัน อาจจะด้วยการจบสกอร์ที่ดีครับ ที่ทำให้ผมได้รับโอกาส”

“ผมเชื่อมาตลอดว่าการฝึกซ้อม คือหัวในสำคัญที่สุดของนักฟุตบอลครับ เพราะต่อให้คุณจะเก่งแค่ไหน แต่ถ้าเราไม่ตั้งใจฝึกซ้อม ไม่เชื่อฟังโค้ช ผมว่าความเก่งนั้นก็คงไม่มีความหมาย

ผมพยายามโฟกัสไปที่เรื่องของ เบสิค เพราะนี่คือพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้เราสามารถลงไปเล่นในแต่ละแมตช์ด้วยความมั่นใจ และเกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุด”

“ผมชอบ อิเนียสต้า ครับ พี่เค้ามีสไตล์การเล่นที่ผมเองก็พยายามศึกษาอยู่ โดยเฉพาะการคอนโทรลบอล การจ่ายบอล และการยิงไกล เป็นสิ่งที่ผมเองหยิบมาปรับปรุงให้เข้ากับสไตล์การเล่นของตัวเอง โดยมีโค้ชที่โรงเรียนเป็นคนที่คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด” น้องนะ พูดถึงนักเตะในดวงใจของตัวเอง

 

True talk

 

แน่นอนว่านักฟุตบอลทุกคนย่อมมีเป้าหมายของตัวเองไว้ และ “น้องนะ” ก็เป็นอีกคนที่วาดฝันเส้นทางลูกหนังของตัวเองเอาไว้ว่าสักวันหนึ่ง ตนคงมีโอกาสได้สวมเสื้อที่มีตรา “ช้างศึก” ติดอยู่ตรงหน้าอกข้างซ้าย ท่ามกลางบรรยากาศการยืนร้องเพลงชาติไทยต่อหน้าแฟนบอลเรือนหมื่นในสนาม และนับล้านใจจากแฟนบอลชาวไทยทั้งประเทศในฐานะ “นักเตะทีมชาติ”

“เป้าหมายแรกของผมก็คือ การประสบความสำเร็จกับการรับใช้กรุงเทพคริสเตียน และก้าวไปสู่การติดทีมเยาวชนทีมชาติไทย และไต่ไปเรื่อยๆ จนได้เป็นนักเตะอาชีพ และติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ครับ” นะ บอกกับเราด้วยน้ำเสียงที่มุ่งมั่น แสดงให้เห็นถึงเป้าหมายที่ชัดเจนของเด็กคนนี้ว่า เอาจริง กับเส้นทางการค้าแข้งนับตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวมาอยู่ในรั้ว “ชงโคสีม่วง” !!!

และก่อนจะจากกันในวันนี้ “น้องนะ” ยังได้ฝากไปถึงน้องๆ ที่กำลังมีเป้าหมายอยากจะก้าวมาอยู่ในเส้นทางการเล่นฟุตบอลว่า ขอให้มุ่งมั่นกับการเล่นฟุตบอล การฝึกซ้อม แต่ที่สำคัญคือห้ามทิ้งการเรียน

 

True talk

 

“ขอให้ตั้งใจฝึกซ้อม เชื่อฟังโค้ช ลงเล่นด้วยความมุ่งมั่น แต่ที่สำคัญต้องไม่ทิ้งการเรียนครับ หากตัวเรามีระเบียบวินัย เราจะสามารถจัดการทั้งการเล่นฟุตบอล และการเรียนไปพร้อมๆ กันได้อย่างไม่มีปัญหาครับ”

สุทธินันท์ พุกหอม, อดิศักดิ์ ไกรษร หรือแม้กระทั่ง “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย ที่เพิ่งจะพาทีมชาติไทยคว้าแชมป์คิงส์คัพ ครั้งที่ 45 ก็ล้วนแต่เป็นแข้งศิษย์เก่าจากรั้วชงโคสีม่วงแทบทั้งสิ้น ไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ เราอาจจะได้เห็นเพชรเม็ดงามดวงใหม่สายเลือดอุดรธานีมาประดับเฉิดฉายอยู่ในวงการฟุตบอลไทยก็เป็นได้ ในฐานะ “ว่าที่” จอมทัพคนต่อไปของทัพ “ช้างศึก”

 

จำชื่อนี้ไว้ให้ดีครับ… “นะ” ธนบดี ทองสุข

 

ชมสด!! ศึกไทยลีก และคลิปไฮไลท์ พร้อมติดตามข่าวสาร ได้ที่ TrueID App และ เว็บไซต์ sport.trueid.net หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID