ช้างศึก U23 : จากสามแต้มที่อยู่ในมือ กลับถูกแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นเพียงผลเสมอจากจุดโทษในช่วงท้ายเกม ส่งผลให้ทีมชาติไทยชุด U23 ภายใต้การนำของ “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ นั้นเก็บได้เพียงแค่ 1 คะแนนจาก มองโกเลีย เท่านั้น ในการประเดินสนามศึกชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก เมื่อช่วงค่ำวานนี้

 

ช้างศึก

 

แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาหลังจบเกมก็คือ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ (ยับ) จากแฟนบอลไทยทั้งประเทศ​ ถึงฟอร์มการเล่นที่ยังไม่เป็นที่ประทับใจสักเท่าไหร่ ตลอดจนผลการแข่งขันที่บางคนถึงกับบอกว่า “รับไม่ได้” เพราะหากเทียบมาตรฐาน หรือชื่อชั้นกันแล้ว ต้องยอมรับว่า ทีมชาติไทยนั้นเหนือกว่าแข้งลูกหลานเจงกีสข่านอยู่มากโข

บางคนอาจจะบอกว่า ที่ไทยเราไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้นั้นเป็นเพราะสภาพสนามที่ชุ่มฉ่ำ และถูกกระหน่ำไปด้วยพิษฝนจนเจิ่งนองเหมือนบึงดีๆ นี่เอง

แต่ประเด็นนี้ก็ได้ตกไป เพราะ “โค้ชโย่ง” เองก็ออกมายอมรับว่า จะโทษสภาพสนามก็ไม่ได้ เพราะทั้งสองทีมต่างลงเล่นบนพื้นสนามที่เหมือนกัน อีกทั้งยังยอมรับว่าตนใส่ใจรายละเอียดน้อยไปหน่อย บวกกับการจบสกอร์ที่ไม่เด็ดขาด จนทำให้ทีมถูกลงโทษในช่วงท้ายเกม

และนี่คือ 5 สิ่งที่เราพอจะมองเห็นหลังจบเกมคู่นี้…

 

1. “โค้ชโย่ง” ต้องมี “แผนสอง” ?

 

ช้างศึก

 

เข้าใจว่าเฮดโค้ชทีมชาติไทยรายนี้พยายามที่จะให้ลูกทีมต่อบอลสั้นสลับบอลยาว แต่บางครั้งทีมก็ควรมีแผนที่ยืดหยุ่นกับบริบทอื่นๆ ด้วย เช่น สภาพสนามที่มีน้ำขังอยู่เป็นจำนวนมาก บางที “บอลยาว” หรือการโจมตีด้วยลูกกลางอากาศ อาจจะเป็นทางเลือกที่เหมาะกว่า เพราะแนวรับของ มองโกเลีย เองก็ไม่ได้มีรูปร่างใหญ่กว่านักเตะไทยแต่อย่างใด อีกทั้งนักเตะในสนามอย่าง สิทธิโชค กันหนู, พิชา อุทรา หรือแม้กระทั่ง เจนรบ สำเภาดี ที่ถูกส่งลงมาในช่วงท้ายเกมก็แสดงให้เราได้เห็นว่า พวกเขาสามารถเอาชนะลูกกลางอากาศได้เกือบทุกจังหวะที่ชิงเล่นลูกโหม่ง

 

2. ความละเอียดของ แทคติก

 

ช้างศึก

 

เข้าใจอารมณ์ “โค้ชโย่ง” ที่ต้องการประตูเพิ่ม หลังนำคู่แข่งเพียงแค่ประตูเดียว นั่นจึงเป็นที่มาของการโหมเกมบุกเข้าใส่ มองโกเลีย อย่างหนัก และปรับทัพในแดนหลังเหลือเพียงแค่สามคน ! และนั่นจึงเป็นช่องว่างในการเล่นเกมโต้กลับของคู่แข่งจนนำมาซึ่งจุดโทษ และประตูตีเสมอในช่วงท้ายเกม เชื่อว่า ความละเอียดของแทคติกนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญจริงๆ ซึ่ง “โค้ชโย่ง” เองก็ยอมรับ ณ จุดนี้ และพร้อมนำไปแก้ไขให้เร็วที่สุด

 

3. ทีมชาติไทยชุดนี้ใจยังสู้ !!!

 

ช้างศึก

 

แม้เราจะไม่สามารถเก็บผลการแข่งขันที่ต้องการได้ แต่ในความผิดหวัง ย่อมมีแสงสว่าง หรือทางออกให้เราเห็นเสมอ และ “สติ” กับ “หัวจิตหัวใจ” ที่เข้มแข็งเท่านั้นที่จะทำให้เราฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปได้ ทั้งทีมสต๊าฟ และตัวนักเตะเอง แสดงให้เราเห็นถึงความไม่ย่อท้อหลังจากโดนตีเสมอ หรือแม้กระทั่งคำสัมภาษณ์ของ “โค้ชโย่ง” หรือนักเตะในทีมที่แสดงให้เห็นว่า พวกเขาน้อมรับความผิดพลาด แต่จะไม่ย่อท้อต่อข้อครหา หรือคำวิจารณ์ต่างๆ และพร้อมจะนำสิ่งเหล่านั้นมาเป็นแรงผลักดันเพื่อนำทัพ “ช้างศึก” U23 กรุยทางไปเล่นในรอบสุดท้ายที่ประเทศจีนให้ได้

 

4. การจัดการสภาพสนาม

 

ช้างศึก

 

เราเข้าใจถึงสภาพฟ้าฝนที่ควบคุมไม่ได้ แต่ปัจจัยเรื่องระบบการระบายน้ำของสนาม หรือแม้กระทั่งการจัดการรีดน้ำที่มาตัดสินใจทำเอาตอนก่อนเกมจะเริ่มแค่ 15 นาที ได้ทำลายอรรถรสในการดูฟุตบอลอย่างรุนแรง เนื่องจากเราแทบจะไม่ได้เห็นศักยภาพที่แท้จริงของทั้งสองทีมเลยด้วยซ้ำ นี่ถือเป็นเรื่องที่น่าขบขันในสายตาของแฟนบอล (ต่างประเทศ) และเป็นตลกร้ายของวงการฟุตบอลไทยอีกครั้งที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์การแข่งขันฟุตบอลบนผืนน้ำ และโคลนตม ในทัวร์นาเมนต์ระดับทวีป !!!

ซึ่งบางทีหลังจากจบทัวร์นาเม้นต์นี้ เราอาจได้เห็นการยกเครื่องเรื่องระบบการระบายน้ำในสนามฟุตบอลทั่วประเทศก็เป็นได้ (ขอให้เป็นจริงเถอะ)

 

5. แฟนบอลไทยในสนาม “สุดยอด” !!!

 

ช้างศึก

 

ฝนจะตกหนักแค่ไหน ลมจะแรงเพียงใด ก็ไม่สามารถพัดพาหัวใจของแฟนบอลไทยที่ตั้งใจยืนปักหลักร้องเพลงเชียร์เป็นผู้เล่นคนที่ 12 ให้กับทัพ “ช้างศึก” ในสนามดังกึกก้อง นี่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะส่งพลัง และยืนหยัดเคียงค้างนักเตะไม่ว่าจะยามดีหรือร้าย

การโยนเพลงเชียร์ให้กันของกลุ่มกองเชียร์แต่ละกลุ่มไม่ว่าจะเป็น “เชียร์ไทย พาวเวอร์” “อุลตร้า ไทยแลนด์” และ “ไทยแลนด์ ฮาร์ดคอร์” เสียงกลอง และเสียงร้องที่ดังกึกก้อง ยังคงยืนยันได้ว่า ฟุตบอลไทย ยังคงอยู่ในหัวใจ และสายเลือดของพวกเขาจริงๆ …

 

ชมสด!! ศึกไทยลีก และคลิปไฮไลท์ พร้อมติดตามข่าวสาร ได้ที่ TrueID App และ เว็บไซต์ sport.trueid.net หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID