TRUE TALK : กลับมาเรียกศรัทธาจากแฟนบอลชาวไทยได้ในระดับหนึ่ง หลังทัพ “ช้างศึก” ภายใต้การนำของ “โค้ชโย่ง” วรวุฒิ ศรีมะฆะ คืนฟอร์มเก่ง (ครั้งแรก) ใน ซีเกมส์ 2017 ด้วยการไล่ถล่ม กัมพูชา ที่ขนผู้เล่นดาวรุ่งแต่พกดีกรีติดทัพ “อังกอร์ วอร์ริเออร์” ชุดใหญ่มาหลายคน

 

True talk

 

วันนี้ Sport.trueid.net จะพาทุกท่านมาติดตาม TRUE TALK : ผลสอบ “โค้ชโย่ง-แข้งช้างศึก” คืนฟอร์มถล่มกัมพูชา ซีเกมส์ 2017 มาดูกันว่าแข้งทีมชาติไทยชุดนี้ รวมถึง “โค้ชโย่ง” จะได้คะแนนมากน้อยแค่ไหนจากการเอาชนะ กัมพูชา ไป 3-0 ในแมตช์ที่สามของศึกลูกหนังซีเกมส์หนนี้

 

ระบบ : 4-2-3-1

นนท์ ม่วงงาม (เชียงราย ยูไนเต็ด) : 6.5 คะแนน 

ป้องกันลูกยิงของแนวรุกกัมพูชาได้อย่างยอดเยี่ยม ถือเป็นจังหวะสำคัญที่สร้างความมั่นใจให้กับเพื่อนร่วมทีมได้เป็นอย่างมาก โดยรวมยังถือเป็นคนที่ทำผลงานได้อย่างคงเส้นคงวา และรักษามาตรฐานของตัวเองเอาไว้ได้

 

True talk

 

สุริยา สิงห์มุ้ย (เชียงราย ยูไนเต็ด) : 6.5 คะแนน 

มีจังหวะเติมเกมสวยๆ ขึ้นมาหลายจังหวะ แต่ยังขาดทีเด็ดในเรื่องของการเปิดบอลจนทำให้ทีมพลาดโอกาสในการลุ้นจบจากลูกกลางอากาศ แต่อย่างไรก็ตาม เกมนี้ “เจ้าเธค” สามารถใส่ชื่อตัวเองเข้าไปในฐานะคนแอสซิสต์ให้เพื่อนทำประตูได้ในที่สุด และน่าจะเพิ่มความมั่นใจให้กับเจ้าตัวในการเบียดพื้นที่แบ็กซ้ายตัวจริงกับ เควิน ดีรมรัยม์ ได้อย่างสนุกแน่

 

วรวุฒิ นามเวช (ศรีสะเกษ เอฟซี) : 6 คะแนน

กลับมาคืนตัวจริงอีกครั้ง หลังจากพลาดท่าทำให้ทีมเสียจุดโทษไปในแมตช์แรกกับ อินโดนีเซีย ซึ่งเกมนี้เจ้าตัวสามารถรับมือกับหัวหอกของทีมคู่แข่งได้อย่างมั่นใจ โดยเฉพาะลูกเคลียร์ที่เด็ดขาด แต่อาจยังต้องปรับในเรื่องของการอ่านบอลจังหวะแรกที่ยังดูกั๊กๆ กับเพื่อนร่วมทีมอยู่

 

ศฤงคาร พรมสุภะ (ระยอง เอฟซี) : 6.5 คะแนน

แก้ตัวจากนัดที่แล้วได้พอสมควร หลัง “เจ้าเหน่ง” อาศัยประสบการณ์ และการเข้าบอลที่ค่อนข้างหนัก ทำให้แนวรุกของกัมพูชาเกิดอาการแหยงไปเหมือนกัน เชื่อว่าหากได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง เซนเตอร์ฮาล์ฟจาก ระยอง เอฟซี รายนี้ น่าจะเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ ของทีมในเกมที่เหลืออย่างแน่นอน

 

รัตนากร ใหม่คามิ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) : 6 คะแนน

อาจจะไม่ได้โดดเด่นแบบสุดๆ แต่ฟอร์มโดยรวมของ “เจ้าเกม” ก็ไม่ได้ย่ำแย่ อาจจะมีบางจังหวะที่โดนริมเส้นด้านซ้ายกัมพูชารุมเล่นงานอย่างหนัก แต่แนวรับจากค่าย “ปราสาทสายฟ้า” รายนี้ก็ยังสามารถเอาตัวรอดมาได้ทั้งๆ ที่ไม่ได้ลงเล่นในบทบาทที่ถนัดนัก

 

พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล (เชียงราย ยูไนเต็ด) : 6.5 คะแนน

เล่นได้นิ่ง ออกบอลง่าย เข้าแย่งบอลจากแนวรุกกัมพูชาได้ค่อนข้างดี อาจจะมีแค่จังหวะเปลี่ยนจากรับเป็นรุกที่ยังดูช้าไปนิดนึง ถ้าเจ้าตัวปรับสปีดบอลให้เร็วกว่านี้ได้ พิธิวัต จะกลายเป็นอีกหนึ่งห้องเครื่องที่น่ากลัวไม่น้อยสำหรับทีมชาติไทยในอนาคต

 

วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ (ชลบุรี เอฟซี) : 6.5 คะแนน

กล้าเลี้ยง กล้าเล่น กล้าจ่ายมากขึ้น ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลหลังจากโหม่งพังประตูได้ในเกมนัดที่แล้ว ทำให้ความมั่นใจของดาวเตะรายนี้ดูเพิ่มขึ้นมาไม่น้อย

ด้วยวัยเพียงแค่ 19 ปี “เจ้ายิม” ถือว่าสอบผ่านหากเทียบกับการแบกอายุลงเล่นในรายการนี้ ถือเป็นเกมที่เพลย์เมคเกอร์รายนี้แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ดีกว่าเกมที่ผ่านมา เราได้แต่หวังว่า วรชิต จะสามารถยกระดับการเล่นของตัวเอง และเร่งฟอร์มตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ จนพาทีมชาติไทยชุดนี้ฝ่าด่านเข้าไปคว้าเหรียญทองให้ได้ในซีเกมส์ 2017

 

เชาว์วัฒน์ วีระชาติ (บางกอกกล๊าส เอฟซี) : 5.5 คะแนน

ยังไม่สามารถพิสูจน์ให้เราเห็นได้ว่าเจ้าตัวคือจอมทัพในแดนกลาง เพราะทีเด็ดทีขาดอย่างลูกยิงไกล รวมถึงจังหวะแทงบอลทะลุช่องนั้นยังน้อยเกินกว่าจะสร้างความอันตรายได้ เป็นอีกเกมที่ “เจ้าอินซ์” อยู่ในสนามไม่ครบ 90 นาที และถูกเปลี่ยนตัวออกทันทีหลังจบครึ่งแรก

 

True talk

 

พิชา อุทรา (พัทยา ยูไนเต็ด) : 7 คะแนน

โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นอย่างต่อเนื่องเป็นนัดที่สองติดต่อกันสำหรับแนวรุกร่างจิ๋วที่เคยไปฝึกปรือฝีเท้ากับ “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด มาแล้ว และในวันนี้ “เจ้าเคน” ก็ไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยผิดหวัง หลังปรี่เข้าไปชาร์จจ่อๆ ในกรอบเขตโทษให้ทัพ “ช้างศึก” ขึ้นนำ 1-0 ก่อนจะคว้าชัยในนัดนี้ได้สำเร็จ

ความคล่องตัว บวกกับความมุ่งมั่น และกระหายในชัยชนะ คือสิ่งที่มีอยู่ในตัว พิชา อยู่เต็มเปี่ยม และหากเจ้าตัวยังคงรักษาสิ่งเหล่านี้เอาไว้ได้ มั่นใจว่า “เจ้าเคน” จะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งคีย์แมนคนสำคัญที่ “โค้ชโย่ง” ต้องหนีบเอาไว้ หากยังหวังที่จะล่าเหรียญทองในซีเกมส์หนนี้

 

True talk

 

ชัยวัฒน์ บุราญ (เชียงราย ยูไนเต็ด) : 3 คะแนน

อารมณ์ชั่ววูบ บวกกับการตัดสินใจที่ผิดพลาดในช่วงเสี้ยววินาทีช่วงท้ายครึ่งแรก นำมาซึ่งใบแดง และนั่นคือจุดที่ทำให้ไทยต้องปรับแทคติกไปพอสมควรในครึ่งเวลาหลัง ถือเป็นบทเรียนชิ้นสำคัญที่จะทำให้ “เจ้าบอล” นั้นได้เรียนรู้ และโตขึ้นหากหวังที่จะพัฒนาตัวเองให้ขึ้นมาเป็นแกนหลักของทีมชาติไทยชุดใหญ่ในอนาคต

 

True talk

 

เจนรบ สำเภาดี (บีอีซี เทโรศาสน) : 6.5 คะแนน

ยังไม่สามารถเบิกสกอร์แรกให้กับตัวเองในซีเกมส์หนนี้ได้ แต่เกมนี้ เจนรบ ดูเหมือนจะฟิตขึ้นกว่าเกมนัดที่แล้ว และพยายามทุกวิถีทางที่จะทำประตูให้กับทีม

อีกหนึ่งช็อตที่หัวหอกตัวความหวังรายนี้ทำได้อย่างยอดเยี่ยมก็คือ การตัดสินใจเข้าไปปกป้องเพื่อนร่วมทีมอย่าง ชัยวัฒน์ ในจังหวะปัญหาช่วงท้ายครึ่งแรก จนทำให้สถานการณ์นั้นไม่บานปลายไปกว่าเดิม แสดงให้เห็นถึงภาวะความเป็นผู้นำของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี

เชื่อว่า เจนรบ คือนักเตะที่มีฝีเท้าดีอยู่แล้ว เพียงแต่บางที ด้วยแทคติกการยืนเป็นศูนย์หน้าตัวเป้าเพียงแค่คนเดียว อาจจะทำให้เจ้าตัวพยายามลงมาล้วงบอล จนปล่อยให้พื้นที่ในกรอบนั้นไม่มีตัวค้ำกดดันคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟของกัมพูชามากพอ ถือเป็นโจทย์ที่ทั้ง “โค้ชโย่ง” และกัปตันทีมรายนี้คงต้องถกร่วมกัน

 

ตัวสำรอง

ศศลักษณ์ ไหประโคน (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) : 6.5 คะแนน

ลงมาแทน เชาว์วัฒน์ ตั้งแต่ช่วงเริ่มครึ่งหลัง และในเกมนี้ ศศลักษณ์ สามารถสร้างความวูบวาบให้กับแนวรุกไทยได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะจังหวะลูกยิงไกล รวมถึงความขยันในการล้วงบอลมาทำเกมด้วยตัวเอง ถือเป็นเกมที่เจ้าตัวทำผลงานได้ค่อนข้างน่าพอใจ หากเทียบกับสองแมตช์แรกที่ผ่านมา

 

True talk

 

ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา (ราชบุรี มิตรผล เอฟซี) : 7 คะแนน

แม้ว่า “เจ้าเบนซ์” จะยังมีลูกขัดใจแฟนบอลหลายๆ จังหวะ ทั้งความเร็ว การออกบอล หรือการตัดสินใจในจังหวะสุดท้าย แต่ในเกมนี้ ดาวเตะเจ้าของหมายเลข 7 แสดงให้เห็นถึงความเยือกเย็น และความนิ่ง หลังอาสารับหน้าที่สังหารลูกที่จุดโทษเขาไป รวมถึงฮาล์ฟวอลเลย์กลางประตูตุงตาข่ายเป็นประตูตอกย้ำชัยชนะให้กับทีมชาติไทยในนัดนี้ ถือเป็นเกมที่ลงมาขโมยซีนเพื่อนๆ ได้อย่างแท้จริง และเชื่อว่า “เจ้าเบนซ์” น่าจะเรียกความมั่นใจกลับมาได้พอสมควร

 

มนตรี พรหมสวัสดิ์ (ราชบุรี มิตรผล เอฟซี) : ไม่มีคะแนน

ลงมาเล่นแทน เจนรบ ในช่วงประมาณ 8 นาทีสุดท้าย และมีโอกาสยิงหลายต่อหลายครั้ง แต่ทว่าบอลที่ออกจากเท้านั้นยังไม่ค่อยมีวิถีสักเท่าไหร่ ยังต้องพยายามอีกพอสมควร หากจะก้าวมาเป็นตัวหลักของทีมในชุดนี้

 

True talk

 

“โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ (กุนซือทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ 2017) : 6 คะแนน

เป็นผลการแข่งขันที่น่าจะคลายความกดดันให้กับเฮดโค้ชรายนี้ไม่น้อย แต่โดยภาพรวมแล้ว “โค้ชโย่ง” เองยังต้องปรับในเรื่องของจังหวะการเข้าทำในเกมรุก รวมถึง “ความกล้า” ในการหันมาใช้ศูนย์หน้าสองคน เพราะหลายครั้งที่ทีมชาติไทยเรามีตัวริมเส้นมากมาย แต่ขาดตัวจบสกอร์ในกรอบเขตโทษ แต่โดยรวมถือเป็นแมตช์ที่ “โค้ชโย่ง” ทำได้ดีขึ้น

 

ติดตามข่าว ซีเกมส์ 2017 ได้ที่นี่

ซีเกมส์ 2017 ครั้งที่ 29 ที่ประเทศมาเลเซีย

ร่วมเชียร์ไทยไปกับ TrueID ในซีเกมส์ 2017
เชียร์สดทุกวัน ชมครบทุกไฮไลท์ได้ที่แอป ทรูไอดี และ Trueid.net