TRUE TALK : ยังคงต้องลุ้นกันถึงหยดสุดท้ายสำหรับทัพลูกหนัง “ช้างศึก” ภายใต้การนำของ “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ ที่แม้ว่าจะพาทีมเอาชนะ “ดิ อัซกาลส์” ฟิลิปปินส์ ไป 2-0 แต่ทว่าผลเสมอของ เวียดนาม กับ อินโดนีเซีย ส่งผลให้ “ทัพดาวทอง” มี 10 คะแนน กลับขึ้นมาเป็นจ่าฝูงหลังมีลูกได้เสียดีกว่าเรา

 

True talk

 

ส่วนอีกหนึ่งคู่ปรับที่แบ่งแต้มเรามาในเกมแรกอย่าง อินโดนีเซีย ที่แม้ว่าจะรั้งอันดับ 3 ของกลุ่ม แต่ในทางทฤษฎี และทางปฏิบัติแล้ว พวกเขายังมีสิทธิ์ลุ้นเข้ารอบหากสามารถเอาชนะ กัมพูชา และลุ้นให้ไทย “ไม่ชนะ” เวียดนามในนัดสุดท้ายของรอบแรก

วันนี้เราจะมาวิเคราะห์พร้อมกับงัด TRUE TALK : 5 วิธี “โค้ชโย่ง” เผด็จศึก “เวียดนาม” นัดชี้ชะตา ซีเกมส์ 2017 เพื่อให้ทีมชาติไทยได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ พร้อมกับกรุยทางผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปได้ในที่สุด !!!

 

 

  1. คิดซะว่าเกมนี้คือ “นัดชิงชนะเลิศ”

 

True talk

 

จริงอยู่ที่แฟนบอลส่วนใหญ่เกือบ 99.99% ต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับแนวทางการทำทีมชุดนี้ จนทำให้นักเตะส่วนใหญ่ต่างออกอาการเกร็งจนฟอร์มหายไปดื้อๆ แต่ถ้ามองในแง่ดี คำวิจารณ์เหล่านั้นล้วนแต่เป็นการติเพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี หรือเอาภาษาชาวบ้านก็คือ “ถ้าไม่รักก็ไม่ออกมาพูดแบบนี้หรอก”

ไม่ว่าแฟนบอลจะออกมาโจมตี “โค้ชโย่ง” หรือลูกทีมมากน้อยแค่ไหน แต่อย่าลืมว่าสุดท้ายแล้ว ทุกคนก็ไม่ปฏิเสธหรอกว่า ยังไงเราก็ตามเชียร์อยู่ดี ตามเชียร์มากกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะบอลไทยมันอยู่ในสายเลือดไปแล้ว จะให้ถอนตัวถอนใจได้ยังไงเล่า !!!

ไม่อยากให้นักเตะชุดนี้ลงไปเล่นในสนามเพียงเพราะคิดว่านี่คือเกมนัดสุดท้ายของรอบแรก แต่อยากให้ทุกคนคิดซะว่านี่คือ “นัดชิงชนะเลิศ” ฉะนั้นจงวิ่งลืมตาย ทุ่มเท ทำทุกอย่างให้เต็มที่ มีสมาธิทุกจังหวะ ให้ความตั้งใจของพวกนายเป็นคำพูดบอกแฟนบอลเองว่าพวกนายเต็มที่แล้วรึยัง..

พวกนายผ่านนัดนี้ได้ พวกนายก็แกร่งพอที่จะเป็นแชมป์ได้ !!!

 

 

  1. หยุด “กง เฝิง” และชาวคณะ 

 

True talk

 

แน่นอนว่าการเซ็ตเกมรุกของ เวียดนาม ชุดนี้ย่อมมาจากมันสมองของสตาร์หมายเลข 10 บวกกับสองดาวเตะตัวอันตรายอย่าง เลือน ซวน ตรวง และเหงียน ตวน อันห์ ที่พร้อมจะเป็นตัวขับเคลื่อนเกมไปพร้อมกัน ทำให้ “โค้ชโย่ง” เองอาจต้องกำชับ และเน้นย้ำให้ลูกทีมทำลาย “กล่องดวงใจ” ของเวียดนามให้ได้ เพราะอย่าลืมว่า 4 นัดที่ผ่านมานั้นพวกเขาสามารถลั่นสกอร์ใส่ทีมคู่แข่งได้ถึง 12 ลูกเลยทีเดียว

แต่ด้วยฟอร์มการเล่นอันโดดเด่นของ นพพล พลคำ ในนัดที่แล้ว โดยเฉพาะจังหวะการตัดเกม หรือหยุดเกมรุกของ ฟิลิปปินส์ เชื่อว่า “โค้ชโย่ง” น่าจะจับฮาร์ดแมนรายนี้ไปเป็น “มือควักหัวใจ” เกมรุกของทัพ “ดาวทอง” เป็นแน่ โดยเฉพาะ เหงียน กง เฝิง หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในนามมหาเทพ “คอง เฟือง” ที่กำลังระเบิดฟอร์มให้กับทีมชาติเวียดนามในซีเกมส์หนนี้ จนขึ้นนำเป็นดาวซัลโวร่วมกับ อ่อง ธู ของเมียนมาร์ ด้วยจำนวน 4 ประตู

ถ้าหยุด “กง เฝิง” และชาวคณะได้… ทุกอย่างจบ

 

 

  1. สมดุลเกมรุก – เกมรับ และความะเอียดในเรื่อง “แทคติก”

 

True talk

 

 

ในเกมที่พลาดไม่ได้แบบนี้ บางทีโอกาสแค่ไม่กี่ครั้ง ก็อาจจะตัดสินได้เลยว่าทีมไหนจะอยู่หรือจะไป เพราะฉะนั้น เกมรุก เมื่อมีโอกาสก็ต้องพยายามจบให้ได้ ขณะที่เกมรับ แน่นอนว่า เกมสวนกลับ คือแทคติกที่ เวียดนาม เตรียมมาใช้เล่นงานคู่เซนเตอร์ของไทยเป็นแน่ นี่คือการบ้านที่ “โค้ชโย่ง” เองต้องเน้นลูกทีมให้ดีเช่นเดียวกัน

ความละเอียดในเรื่อง “แทคติก” แมตช์นี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่า “โค้ชโย่ง” นั้นดีพอที่จะก้าวขึ้นมากุมบังเหียนทัพ “ช้างศึก” ชุดนี้ และในอนาคตหรือไม่ เพราะอย่างลืมว่า “เวียดนาม” นั้นถือเป็นผู้ท้าชิงบัลลังก์จ้าวอาเซียนหมายเลขหนึ่ง ฉะนั้น การตัดไฟเสียแต่ต้นลมในวันนี้เพื่อไม่ให้ เวียดนาม ชุดนี้ผงาดขึ้นมาทาบรัศมีทีมชาติไทยก็คือ เอาชนะ เวียดนาม ให้ได้ และก้าวไปคว้าเหรียญทองซีเกมส์ 2017 ให้ได้ซะ !!!

 

 

  1. กองหน้า (ธรรมชาติ) คู่ คือคำตอบ !!!

 

ture talk

 

ตลอดสี่นัดที่ผ่านมา เราจะเห็นได้ว่า เฮดโค้ชทีมชาติไทยรายนี้มักจะใช้หัวหอกธรรมชาติลงสนามเพียงแค่คนเดียว และขนาบข้างด้วยแนวรุกกึ่งปีกทางริมเส้นทั้งสองฝั่ง

ไม่ใช่ว่าแนวคิดนี้ไม่ดี เพียงแต่ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นชัดเจนว่าจังหวะจบสกอร์ในเขตโทษของเรานั้นอาจจะยังดูติดๆ ขัด ไม่เนียนตา หรือบางครั้งศูนย์หน้าของเราก็แลดูโดดเดี่ยวจนเกินไปจนทำให้ประสิทธิภาพการทำประตูของทีมชาติไทยชุดนี้ดูเป็นรองคู่แข่งอย่าง เวียดนาม ไปเลย

ด้วยเงื่อนไขที่จำเป็นต้องชนะสถานเดียว เชื่อว่า “โค้ชโย่ง” เองอาจต้องกล้าตัดสินใจที่จะใช้เกมรุกเข้าโจมตีมากกว่าเดิม และแน่นอนว่าหัวหอกธรรมชาติในทีมทั้ง เจนรบ-สิทธิโชค น่าจะเป็นอาวุธหนักที่เห็นทีกุนซือรายนี้ต้องนำมาใช้ในนัดชี้ชะตานี้แล้วหล่ะ

 

 

  1. ควบคุมอารมณ์ให้ได้ !!!

 

True talk

 

แน่นอนว่า เวียดนาม คงเตรียมงัดแผนการเข้าปะทะหนัก รวมถึงสารพัดแทคติกมายั่วนักเตะไทยเป็นแน่ หลังจากพวกเขาได้เห็นตัวอย่างแข้งช้างศึกฟิวส์ขาดในเกมที่พบกับ กัมพูชา มาแล้ว บวกกับการที่พวกเขาต้องการเพียงแค่ผลเสมอก็จะผ่านเข้า ฉะนั้น กลเม็ดตุกติกทุกอย่างคงถูกนำมาใช้ในเกมที่เต็มไปด้วยความกดดันแบบนี้

บทเรียนมีไว้ให้เรียนรู้ เราได้เห็นตัวอย่างมากมายจากทีมที่ตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในนัดสำคัญเพียงเพราะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ในสนามได้ ฉะนั้น จงมุ่งมั่นกับการเล่นในเกม อย่างอื่นปล่อยมันไป

ศักดิ์ศรีในสนามก็สำคัญ แต่ผลการแข่งขันที่เราต้องการนั้นสำคัญกว่า ถ้าพวกนายควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ ฝ่ายที่จะอกแตกตายจะกลายเป็น เวียดนาม แทน…

 

True talk

 

เราเป็นกำลังใจให้คุณเสมอ… สู้สู้ “ช้างศึก”

ทั้งนี้ หากไทยสามารถเอาชนะเวียดนามได้ เราจะผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศในฐานะทีมแชมป์กลุ่ม B เข้าไปพบกับทีมชาติเมียนมาร์ (รองแชมป์กลุ่ม A) ในวันเสาร์ที่ 26 สิงหาคมนี้ต่อไป

ติดตามข่าวซีเกมส์ 2017 ได้ที่นี่

ซีเกมส์ 2017 ครั้งที่ 29 ที่ประเทศมาเลเซีย

ร่วมเชียร์ไทยไปกับ TrueID ในซีเกมส์ 2017
เชียร์สดทุกวัน ชมครบทุกไฮไลท์ได้ที่แอป ทรูไอดีและ Trueid.net