รีเซต
5 ดาวยิงค่าตัวแพงตั้งแต่ทีนเอจแต่ตอบแทนสโมสรได้สุดคุ้ม by ต้อง แคลปแฮม

5 ดาวยิงค่าตัวแพงตั้งแต่ทีนเอจแต่ตอบแทนสโมสรได้สุดคุ้ม by ต้อง แคลปแฮม

5 ดาวยิงค่าตัวแพงตั้งแต่ทีนเอจแต่ตอบแทนสโมสรได้สุดคุ้ม by ต้อง แคลปแฮม
064891XXXX
12 มีนาคม 2563 ( 12:30 )
503
7

5 ดาวยิงค่าตัวแพงตั้งแต่ทีนเอจแต่ตอบแทนสโมสรได้สุดคุ้ม by ต้อง แคลปแฮม

พูดถึงโลกฟุตบอลในปัจจุบันสิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ารุดหน้าไปไกลกว่าเทคโนโลยียุค 5G ก็คือค่าตัวของนักฟุตบอลเพราะทุกวันนี้ไม่ว่าอยากจะได้นักเตะคนไหนมาร่วมทีม ก็ต้องจ่ายเงินไม่ต่ำกว่าหลักร้อยล้านพันล้านบาท แต่คุณเคยสงสัยไหมว่าแล้วนักเตะค่าตัวแพงเหล่านี้ใครที่เล่นคุ้มค่าตัวกันบ้าง โดยเฉพาะตำแหน่งกองหน้าที่ว่ากันว่ามักจะเป็นตำแหน่งที่ค่าตัวถล่มทลายเสมอ วันนี้ผมเลยใช้เวลาจัดลำดับ 5 ดาวยิงค่าตัวแพงตั้งแต่วัยกระเตาะแต่ยิงกระหน่ำจนเป็นทีลือลั่นสั่นสะเทือนวงการลูกหนังโลกยุค 5G มาให้ติดตามกัน

อันดับ 5 เซร์จิโอ กุน อเกวโร่ 
(อินดิเพนเดียนเต้ ไป แอตเลติโก มาดริด ค่าตัว 17 ล้านปอนด์ เดือนพฤษภาคมปี 2006)


คงไม่มีใครปฏิเสธหากจะบอกว่าดาวยิงร่างตันคนนี้คือกองหน้าที่คมที่สุดคนหนึ่งในโลก เขาเริ่มต้นค้าแข้งระดับอาชีพในบ้านเกิดกับสโมสรอินดิเพนเดียนเต้ ซึ่งเขาสร้างชื่อด้วยการกดไป 18 ประตูจากการลงสนาม 36 นัดในฤดูกาลแรก(2005/06) จนเตะตาแมวมองทีม"ตราหมี"แอตเลติโก มาดริด พร้อมยอมควักเงินจำนวน 16.5 ล้านปอนด์ เพื่อคว้าตัวกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์วัยเพียง 18 ปีมาร่วมทัพในช่วงพฤษภาคมปี 2006 ก่อนจะสร้างผลงานด้วยการกระหน่่ำ 100 ประตูจาก 230 นัดที่ลงเล่นในสีเสื้อทีมตราหมีจนกระทั่งปี 2011 "เรือใบสีฟ้า"แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมมหาเศรษฐีจากเกาะอังกฤษทุ่มซื้อกองหน้ารายนี้อีกครั้งด้วยค่าตัวสูงถึง 36 ล้านปอนด์ ซึ่งนับตั้งแต่บัดนั้นเขาก็สถาปนาตัวเองเป็นกองหน้าเบอร์ 1 ของทีมเรือใบสีฟ้ามาโดยตลอด ปัจจุบันกองหน้าวัย 31 ปีผู้นี้ลงสนามให้กับต้นสังกัดไปแล้ว 367 นัดและยิงได้ถึง 234 ประตู ซึ่งดูท่าทีแล้วจำนวนประตูของเขาจะไม่หยุดเพียงเท่านี้แน่นอน

อันดับ 4 เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์
(เร้ดบูลล์ ซัลบวร์ก ไป โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ค่าตัว 17 ล้านปอนด์ เดือนมกราคมปี 2020)

เชื่อว่าชั่วโมงนี้คงไม่มีคอบอลคนไหนไม่รู้จัก"เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์"ดาวยิงวัย 19 ปีชาวนอร์เวย์เจี้ยนเพราะเจ้าหนูคนนี้เล่นได้เกินวัยไปมากโข ด้วยส่วนสูงถึง 194 เซนติเมตรซึ่งทำให้ได้เปรียบในการเล่นลูกกลางอากาศ แต่การเล่นบอลบนภาคพื้นดินก็ทำได้อย่างไม่มีที่ติและมีการจบสกอร์ที่เฉียบขาดทั้งเท้าซ้ายและขวา แม้ว่าเขาจะเริ่มต้นด้วยการค้าแข้งในบ้านเกิดอย่างนอร์เวย์ แต่ทีมที่เข้าสร้างชื่อกลับเป็น"เร้ดบูลล์ ซัลบวร์ก" ทีมดังแห่งออสเตรียเพราะเพียงฤดูกาลแรกที่เข้าย้ายมาเขาก็โชว์ฟอร์มระเบิดประตูแบบถล่มทลาย เมื่อกดไป 29 ประตูจากการลงสนามเพียง 27 นัดให้กับทีมกระทิงสีแดงแห่งออสเตรีย จึงไม่แปลกใจที่หลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปจะยื้อแย่งดาวยิงหน้าละอ่อนผู้นี้ไปร่วมทีม

สุดท้ายเมื่อตลาดซื้อขายนักเตะช่วงหน้านหนาวที่ผ่านมาก็กลายเป็นทีม"เสือเหลือง"โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แห่งศึกบุนเดสลีก้า เยอรมันที่คว้าตัวดาวเตะรายนี้ไปด้วยค่าตัว 17 ล้านปอนด์ ซึ่งตั้งแต่ย้ายมาราว 2 เดือนเศษ เขาลงสนามให้ทีมไปเพียง 9 นัดและยิงไปถึง 12 ประตู ทำให้ถึงตอนนี้เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ยิงรวมกันไปแล้วถึง 40 ประตูกับการลงสนามให้กับ 2 สโมสรในปีนี้ รวมถึงเป็นนักเตะดาวรุ่งที่ซัดประตูในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้ 10 ประตูตั้งแต่ฤดูกาลที่ลงแข่งขัน ซึ่งนี่คือสิ่งการันตีได้ว่าแม้อายุจะน้อยแต่มีค่ามหาศาลกับทีม

อันดับ 3 เวย์น รูนี่ย์ 
(เอฟเวอร์ตัน ไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ค่าตัว 27 ล้านปอนด์ เดือนสิงหาคมปี 2004)


ย้อนกลับไปในปี 2004 การย้ายทีมของ"เจ้าหนูเวย์น"เวย์น รูนี่ย์ กลายเป็นข่าวใหญ่สะเทือนวงการฟุตบอลเมืองผู้ดีมากที่สุด เมื่อ"ปิศาจแดง"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทุบคลังเบิกเงินก้อนโตจำนวน 27 ล้านปอนด์ เพื่อไปสู่ขอดาวยิงวัย 19 ปีซึ่งถูกยกให้เป็นว่าที่ดาวยิงเบอร์ 1 ทีมชาติอังกฤษจาก"ท๊อฟฟี่สีน้ำเงิน"เอฟเวอร์ตัน ซึ่งก่อนจะย้ายมานั้นหลายคนตั้งข้อสงสัยว่าเขาจะดีพอกับค่าตัวระดับนี้หรือไม่ เขาพิสูจน์ตัวเองมาแค่ไหน แม้ว่าจะมีดีกรีเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ติดทีม"สิงโตคำราม"ชุดใหญ่ด้วยวัยเพียง 17 ปี 111 วันเท่านั้น ซึ่งดาวยิงผู้นี้สยบคำวิจารณ์ต่างๆได้ตั้งแต่นัดแรกที่ลงสนามให้กับ"ปิศาจแดง"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังกดแฮททริกได้เลยในเกมที่เปิดบ้านไล่ถล่ม เฟเนร์บาเช่จากตุรกีไปยับเยินถึง 6-2 จากนั้นเขาก็ไม่เคยหยุดสร้างสถิติอีกเลยตลอดเวลา 13 ปีที่ค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด

โดยเจ้าของฉายา"กองหน้าหมูบิน"ผู้นี้กลายร่างเป็นเครื่องจักรสังหารประตูระดับโลก หลังเดินหน้ากระหน่ำประตูไปถึง 253 ประตูจาก 559 นัด จนกลายเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสรแทนที่สถิติของบ็อบบี้ ชาร์ลตันที่อยู่มายาวนานถึง 44 ปีได้ในปี 2017 นอกจากความสำเร็จกับสโมสรแล้วเขายังสามารถก้าวขึ้นไปเป็นดาวยิงเบอร์ 1 ทีมชาติอังกฤษได้ตามความคาดหมายด้วยสถิติการยิงไป 53 ประตูจากการรับใช้ชาติ 120 นัด ปัจจุบันเวย์น รูนี่ย์ในวัย 34 ปียังคงค้าแข้งระดับอาชีพอยู่กับทีม"แกะเขาเหล็ก"ดาร์บี้ เคาน์ตี้ในลีกแชมเปี้ยนชิพ อังกฤษในฐานะผู้เล่นและผู้จัดการทีม แต่ผลงานของเขายังคงจารึกและตราตึงในใจของเหล่าสาวกผีแดงไม่เคยเสื่อมคลาย

 

อันดับ 2 คิลิยัน เอ็มบัปเป้
(โมนาโก ไป เปแอสเช ค่าตัว 150 ล้านปอนด์ เดือนสิงหาคมปี 2018)

"คิลิยัน เอ็มบับเป้"ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศสวัย 21 ปีดีกรีแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ถือเป็นกองหน้าที่ว่ากันว่าจะขึ้นมาเทียบชั้นนักเตะระดับโลกรายต่อไป โดยกองหน้าความเร็วสูงผู้นี้แจ้งเกิดกับทีมดังจากฝรั่งเศสอย่าง"โมนาโก"หลังถูกดันจากผู้เล่นชุดเยาวชนมาสู่ทีมชุดใหญ่ระหว่างปี 2015-17 เขาลงสนามไป 41 นัดและยิงได้ 16 ประตู ซึ่งหลังจากนั้น"เปแอสเช"ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ก็เป็นเสือปืนไวเมื่อจัดการยืมตัวดาวเตะรายนี้พ่วงออฟชั่นซื้อขาดในทันทีในฤดูกาลถัดมา ซึ่งเพียงแต่ฤดูกาลแรกที่ย้านมาเขาก็กระหน่ำประตูไป 21 ลูกจากการลงสนาม 46 นัด ก่อนที่จะถูกดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ กุนซือทีมชาติฝรั่งเศสเรียกไปติดทัพฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย พร้อมโชว์ฟอร์มจนคว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมและยิงไป 4 ประตูในฟุตบอลโลกครั้งแรกของเจ้าตัวในวัย 19 ปีจนพาทีมคว้าแชมป์ได้ในท้ายที่สุด

โดยหลังจากที่จบฟุตบอลโลก 2018 "เปแอสเช"ก็ประกาศคว้าตัวดาวยิงรายนี้มาร่วมทีมถาวรด้วยค่าตัวสูงถึง 150 ล้านปอนด์ ซึ่งเขาก็ไม่ทำให้แฟนๆผิดหวังเมื่อกระหน่ำยิงไปอีก 39 ลูกจาก 43 ที่ลงสนามทุกถ้วยทุกรายการในขวบปีที่ 2 กับทีมเมืองหลวง ขณะที่ในฤดูกาลนี้เขายังคงรักษามาตรฐานตัวเองได้อย่างต่อเนื่องหลังลงสนามไปแล้ว 32 นัดและยิงได้ 30 ประตู รวมถึงการทำแฮททริคมาหมาดๆในฟุตบอลถ้วยของฝรั่งเศส รอบรองชนะเลิศที่"เปแอสเช"พลิกกลับมาชนะ"โอลิมปิก ลียง"ไป 5-1 ทำให้ถึงตอนนี้คิลิยัน เอ็มบับเป้ ลงสนามให้เปแอสเชไปแล้ว 119 นัดและยิงให้ทีมไปแล้วถึง 90 ประตูหรือถ้าจะให้เทียบเป็นค่าเฉลี่ยแล้วเขาจะยิงประตูได้ทุกๆ 1.32 นัด ถือว่าเป็นค่าเฉลี่ยการยิงประตูที่สูงมาก ซึ่งสถิติของเขายังไม่หยุดเพียงเท่านี้แน่นอน 

อันดับ 1 คริสเตียโน่ โรนัลโด้
(สปอร์ติ้ง ลิสบอน ไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ค่าตัว 12.25 ล้านปอนด์ เดือนสิงหาคมปี 2003)

“ผมเห็นเขาครั้งแรกในเกมพรีซีซั่นกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน และโรนัลโด้ ลงเล่นเจอกับจอห์น โอเชีย เขาเล่นวิ่งกระชากแนวรับของเราซะวิ่น ผมคิดในตอนนั้นว่ามันไม่ปกติแล้วที่จะเห็นความสามารถแบบนี้กับนักเตะอายุน้อยแค่นี้ กับการเล่นไปกับบอล และความสามารถที่เป็นธรรมชาติของเขา หลังเกมผมส่งข้อความหาฟิล น้องชายของผมว่าเราต้องเซ็นสัญญากับเขา และนักเตะของเราหลายคนก็คุยกับโค้ชเรื่องของเขา” นี่คือคำพูดจากปากของแกรี่ เนวิลล์ อดีตแบ๊คขวาตำนานของทีมปิศาจแดงที่บรรยายสรรพคุณของ"คริสเตียโน่ โรนัลโด้" ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาเห็นเด็กหนุ่มคนนี้ปะทะต้นสังกัดของเขาในเกมอุ่นเครื่องที่ลิสบอนในวันที่ 6 สิงหาคม 2003 ก่อนที่อีก 6 วันต่อมาเขาก็กลายเป็นนักเตะของ"ปิศาจแดง"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดด้วยค่าตัว 12.25 ล้านปอนด์ พร้อมสถิติการเป็นนักเตะทีนเอจค่าตัวแพงที่ในของฟุตบอลอังกฤษ ณ ตอนนั้น ซึ่งหลายคนต่างคาดไว้ว่าเจ้าหนูจากแดนฝอยทองจะสร้างความแตกต่างให้กับอสูรสีแดงได้ แต่ 2-3 ปีแรกของเขาในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดนัั้นถือว่าไม่เป็นชิ้นเป็นอันมากนักจนถูกแฟนบอลและนักวิจารณ์ของเมืองผู้ดีมองว่าเขา ไม่ใช่ของจริง! 

หลังจากนั้นเขาตั้งหน้าตั้งตาฝึกซ้อมอย่างหนักทั้งร่างกายและทักษะฟุตบอล จนกระทั่งฤดูกาล 2006-07 คำว่า "ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน" ก็ถูกทำให้เห็นโดยเขาคนนี้ เมื่อเขากลับมาด้วยร่างกายที่กำยำ, ลีลาการเล่นที่แน่นอนมากขึ้นและบรรจงกดไป 23 ประตูในฤดูกาลดังกล่าว พร้อมพาทีมปิศาจแดงกลับมาคว้าแชมป์ลีกได้หลังห่างหายไปนาน 3 ฤดูกาล ก่อนที่ฤดูกาลถัดมาเขาจะพาคว้าทีมดับเบิ้ลแชมป์ด้วยฟอร์มที่สุดยอด ด้วยการยิงไป 42 ประตูจากการลงสนาม 49 นัดเท่านั้นทำให้ทีมรักษาแชมป์ลีกและซิวแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกสมัยที่ 3 มาครองได้สำเร็จ จนทำให้เขาก้าวขึ้นไปคว้ารางวัลบัลลงดอร์มาครองเป็นครั้งแรกในชีวิตอีกด้วย ก่อนที่ฤดูกาลต่อมาเขาจะทิ้งทวนปีสุดท้ายกับทีมด้วยการพาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์(พรีเมียร์ลีก, ลีกคัพ)อีกครั้งเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

ฤดูกาลถัดมาเขาก็ย้ายไปค้าแข้งกับ"ราชันชุดขาว"เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวสูงถึง 80 ล้านปอนด์ ซึ่งทำให้เขากลายนักเตะที่มีสถิติค่าตัวแพงที่สุดในโลกในตอนนั้น ซึ่งที่นี่เองทำให้เขายกระดับตัวเองขึ้นไปอีกขั้นด้วยการถล่มประตูไป 450 ประตูจากการลงสนาม 438 นัดรวมทุกรายการตลอด 9 ปีในสเปน พร้อมคว้าแชมป์มากมายทั้งยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 4 สมัย, ลา ลีก้า, โกปา เดล เรย์, สแปนิช ซุปเปอร์คัพและยูฟ่า ซุปเปอร์คัพอย่างละ 2 สมัยและฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลกอีก 3 สมัยด้วยกัน รวมถึงการคว้ารางวัลส่วนตัวอย่างบัลลงดอร์มาครองเพิ่มได้อีก 4 สมัย ปัจจุบันโรนัลโด้ในวัย 35 ปี ค้าแข้งอยู่กับ"ม้าลาย"ยูเวนตุส ในศึกกัลโช่ เซ เรียอาเป็นฤดูกาลที่ 2 ซึ่งเขายังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเพียงฤดูกาลแรกเขาก็พาทีมคว้าได้ทั้งแชมป์ลีกและบอลถ้วยของอิตาลี ขณะที่ในฤดูกาลนี้โรนัลโด้ลงสนามไปแล้ว 32 นัดและยิงไป 25 ประตูในทุกรายการ พร้อมผ่านการลงสนามในฐานะนักฟุตบอลอาชีพเกิน 1,000 นัดเรียบร้อยแล้ว

นี่คือ 5 ดาวยิงที่ค่าตัวแพงตั้งแต่วัยทีนเอจในฟุตบอลยุค 5G ที่ผมมองว่าน่าจะคุ้มค่าตัวสุดๆ แต่นอกจาก 5 คนนี้ก็ยังมีดาวยิงอีกหลายคนที่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอบแทนสโมสรได้อย่างดงาม เช่น ลิโอเนล เมสซี่ที่พาทีม"เจ้าบุญทุ่ม"บาร์เซโลน่าคว้าแชมป์มามากมาย แต่เขายังไม่เคยย้ายไปทีมไหนด้วยค่าตัวมหาศาลเลย หวังว่านักเตะที่ผมเลือกมาอาจจะถูกใจคอบอลกันบ้างนะครับ ส่วนใครที่เป็นดาวยิงวทีนเอจค่าตัวแพงที่คุณคิดว่าคุ่มค่าบ้าง ก็บอกกันมาให้ผมได้รับรู้กันบ้างนะครับ   

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ยุคนี้หงส์เจ๋งกว่า! แม็คก้ามั่นใจ "ซาลาห์" เมินย้ายซบมาดริด

ทนไม่ไหว!! น้ามู เผย ดายเออร์ โดนด่าครอบครัว จนมีเรื่องแฟนไก่ (ชมคลิป)

 

– ดูฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ