TRUE TALK : สี่วันอันตราย บนแยกวัดใจของ "สิงห์เจ้าท่า" ... by "จอน"

TRUE TALK : สี่วันอันตราย บนแยกวัดใจของ "สิงห์เจ้าท่า" ... by "จอน"
kentnitipong
27 ก.ค. 61
3.1K

ช่วงวันหยุดยาวสุดสัปดาห์นี้ ตั้งแต่วันศุกร์จนถึงวันจันทร์ที่จะถึง น่าจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ที่ใครหลายคนได้กลับบ้านไปหาครอบครัวที่ต่างจังหวัด หรือได้ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ก๊วนสมัยเรียน หรือแก๊งที่ทำงาน แม้แต่ปักหลักสังสรรค์กันที่กรุงเทพฯ ที่มีบรรยากาศแสนดีงามบนท้องถนน

 

 

ทว่าบนความสุขของผู้คนมากมาย กลับมีความรู้สึกที่เป็นเส้นขนานเกิดขึ้นอยู่แถวๆ คลองเตย กับบรรดานักฟุตบอลของ การท่าเรือ เอฟซี รวมถึงทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ช หรือแม้กระทั่งผู้บริหารอย่าง “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ เพราะพวกเขากำลังอยู่บนแยกวัดใจในอีก 4 วันข้างหน้า นับตั้งแต่วันอาทิตย์เป็นต้นไป

แยกวัดใจ ที่สามารถวัดได้เลยว่า ซีซั่นนี้ “สิงห์เจ้าท่า” จะอยู่บนสเตตัสแบบไหนเวลาจบฤดูกาล

“ประสบความสำเร็จดั่งหวัง หรือ สัมผัสความล้มเหลวเกินใจจะอดทน”

ย้อนกลับไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา มาดามหญิงคนงามแห่งเขตปกครองพิเศษคลองเตย พยายามเสกความสำเร็จให้เกิดขึ้นกับสโมสรที่เธอดูแลเข้าเป็นปีที่ 4 นับตั้งแต่รั้งตำแหน่งประธานสโมสรเมื่อปี 2015 ด้วยวิธีแบบเจ้าของกิจการที่ทำธุรกิจมาทั้งชีวิต นั่นคือ “ลงทุน ลงทุน และลงทุน”

“แต่ทุกการลงทุน มีความเสี่ยง”

เธอสูญเสียเวลาไป 3 ปีแล้ว กับ การตกชั้นในปี 2015 ไปเล่นดิวิชั่น 1 ฤดูกาลนึงในปี 2016 และกลับมาจบอันดับที่ 9 ในปีที่ผ่านมา บนไทยลีกอีกครั้ง ฉะนั้น ปีนี้ “เธอต้องเอาจริง” …

เม็ดเงินลงทุนเกินร้อยล้านบาท ถูกเบิกออกจากคลังที่ “ล่ำซำ” เกินจะทำให้ขนหน้าแข้งร่วงหล่น เพื่อแลกกับนักเตะชั้นนำทั้งคนไทย ทั้งลูกครึ่ง ทั้งต่างชาติ ไล่ตั้งแต่ นูรูล ศรียานเก็ม จอมแอสซิสต์แห่งปี 2017, เควิน ดีรมย์รัม แบ็กซ้ายฟอร์มฮอตดีกรีทีมชาติไทย และดราแกน บอสโควิช ดาวซัลโว 38 ประตู ประจำลีกไทยเมื่อปีที่แล้ว นี่ยังไม่นับดาวเตะฝีเท้าดีอีกมากมาย ที่พาเหรดเข้ามาให้ จเด็จ มีลาภ เลือกสรรไว้ใช้สอย ทั้ง เทเรนส์ ปูหิริ ปีกจรวดจากอินโดนีเซีย, คิม ซึง ฮวาน กองกลางชาวเกาหลีใต้, บดินทร์ ผาลา แนวรุกดีกรีช้างศึก ฯลฯ

“วัตถุดิบมีพอที่จะแปรเปลี่ยนรูปร่างของทีม ให้พร้อมเสิร์ฟความสำเร็จส่งตรงถึงนายหญิง”

ทว่าผ่านไปเกินครึ่งทางของซีซั่น สถานการณ์ในลีกของการท่าเรือ พวกเขากลับตามหลัง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถึง 12 แต้ม ทั้งที่เหลือการแข่งขันอีกเพียง 10 เกมเท่านั้น แถมตกรอบฟุตบอลถ้วยไปแล้วหนึ่งรายการนั่นคือ โตโยต้า ลีก คัพ

สถานการณ์บีบบังคับให้ต้องปรับแต่งลดความคาดหวังลงมาในระดับที่ “ถ้าทำได้ คือ สำเร็จ ถ้าทำไม่ได้ คือ ล้มเหลว” หากเทียบกับเม็ดเงินที่ลงทุนไป

สิ่งที่ดีที่สุดที่ยังสามารถเกิดขึ้นได้กับ การท่าเรือ เอฟซี ในซีซั่นนี้ ก็คือ การได้สิทธิ์ไปลุยศึก เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2019 รอบคัดเลือก ด้วยการเป็น อันดับที่ 2 ของไทยลีก หรือ การเป็นแชมป์ เอฟเอ คัพ 2018

“ซึ่งทั้งสองอย่าง จะปรากฏผลลัพธ์ให้เห็นในอีก 4 วันข้างหน้า”

วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม 2561 การท่าเรือ จะประเดิมช่วง 4 วันอันตราย ด้วยการเล่นเกมไทยลีก บุกไปเยือน ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่ ทรู สเตเดี้ยม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งนี่คือแมตช์แห่งการชิงอันดับ 2 อย่างแท้จริง เพราะตอนนี้ “แข้งเทพ” มีแต้มนำหน้า “สิงห์เจ้าท่า” อยู่เพียง 3 แต้มเท่านั้น และหากการท่าเรือบุกชนะได้ ก็จะมีแต้มเท่ากัน เก้าเกมที่เหลือก็จะสนุก บี้กันมันส์หยดแน่ๆ

แต่หากผลเป็นใจให้ ทรู แบงค็อกฯ ก็จะทำให้พวกเขาหนีการท่าเรือ 6 แต้ม โดยมีเฮดทูเฮดที่ดีกว่า แถมประตูได้เสียก็มากกว่า ซึ่งก็ไม่ต่างจากการตามหลัง 7 แต้ม ในขณะที่เหลือเพียง 9 นัด

จากนั้น เพียง 3 วัน การท่าเรือ เอฟซี จะต้องเปิดบ้าน แพท สเตเดี้ยม ลงเล่นเกม เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย พบกับเต็งหนึ่งอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่หมายมั่นปั้นมือจะขอกวาดทุกแชมป์รายการเมเจอร์ในประเทศไทยอีกครั้ง

ถ้าชนะ วลีสุดคลาสสิคว่า “พวกเราจะไปสนามศุภฯ” จะดังกระหึ่มอีกครั้งทั่วท้องฟ้าเหนือแพท สเตเดี้ยม แน่นอน
แต่หากแพ้ นั่นหมายความว่า พวกเขาจะไม่เหลือถ้วยให้ไขว่คว้าใดๆ อีกแล้วในซีซั่นนี้

… หากคุณเป็นแฟนสิงห์เจ้าท่า ผู้สง่าลำพองศักดิ์ศรี
บอกได้เลยว่า ไม่มีช่วงเวลาไหนที่เหมาะสมกับการแสดงตัว
แล้วไปโห่ร้องเชียร์นักเตะของพวกคุณ ได้เท่ากับ 2 เกม บนทางแยก 4 วันอันตราย นี้แล้ว…

“จอน”

 

อัพเดท ตลาดซื้อขายนักเตะ พรีเมียร์ลีก 2018/19

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

ยอดนิยมในตอนนี้