เรอัลมาดริด พบ แมนซิตี เกมคุณภาพเฉือนคมกันนาทีต่อนาทีจริงๆสำหรับเกมยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีกรอบรองชนะเลิศนัดแรก ที่สนาม ซานติอาโก เบอร์นาเบว เรอัล มาดริด เจ้าของแชมป์ 14 สมัย ต้อนรับการมาเยือนของ ตัวเต็งแชมป์ UCL แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เปรียบเสมือนเกมรีรันตั้งแต่ปีที่แล้ว กลายเป็นว่าเกมนี้กินกันไม่ลง เพราะเล่นดี เล่นมีวินัยทั้งสองทีม เสมอกันไปก่อน 1-1 โดยเรอัลมาดริดได้ประตูขึ้นนำก่อนตั้งแต่ครึ่งแรกจากการยิงสุดสวยของ วินิซิอุส จูเนียร์ ส่วนแมนซิตี ได้ประตูตีเสมอในช่วงครึ่งหลังจาก เควิน เดอ บรอย ทำให้ต้องไปตัดสินกันต่อในนัดที่สองที่เอดิฮัด สเตเดี้ยมในสัปดาห์หน้ามีประเด็นอะไรเกิดขึ้นบ้างในเกมนี้ มาดูกันประเด็นที่ 1 - เกมที่เชือดเฉือนด้วยแท็คติกและความเด่นของแต่ละทีมตลอด 90 นาทีของเกมนี้ คือการแข่งด้วยการโชว์ความเด่นของทั้งสองทีม ทางฝั่งแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็มาด้วยระบบการเล่นที่พร้อมสู้แบบแลกหมัดต่อหมัดและเกมรับที่เข้มข้นจนแนวรุกของเรอัล มาดริดเล่นไม่เป็นตัวของตัวเองไปพักใหญ่ ส่วนทางฝั่งเรอัล มาดริด ก็มาด้วยความสุขุม ความเก๋าเกม ที่เอามาสู้และคอยหาจังหวะรอยรั่วของแนวรับแมนซิตี้ แล้วค่อยจัดการทีละนิดด้วยความสามารถเฉพาะตัวของทั้งกองกลางและแนวรุกของทีม จนเป็นที่มาของประตูที่เกิดขึ้นจากทั้งสองทีม ด้วยความเก๋าของอันเชล็อตติปะทะกับความเคี่ยวในเรื่องของรูปแบบการเล่นของทีมสำหรับเป๊ป กวาดิโอลาร์ ทำให้เกมนี้กลายเป็นเกมที่เชือดเฉือนกันด้วยระบบการเล่น แท็คติก และความโดดเด่นของทั้งสองทีมที่เก่งอยู่แล้ว มันทำให้เกมนี้สนุกแบบลุ้นนาทีต่อนาที แทบจะละสายตาไม่ได้เลยประเด็นที่ 2 - ความสุดยอดของวินิซิอุส จูเนียร์เกมนี้ก็เป็นอีกเกมหนึ่งที่วินิซิอุส จูเนียร์ได้โชว์ศักยภาพและฝีเท้าให้แฟนบอลได้เห็นถึงความสุดยอดของเขาในการก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมได้อย่างยาวนานจนถึงทุกวันนี้ ความเร็ว ความสามารถเฉพาะตัว การตัดสินใจจังหวะต่อจังหวะ แถมการยิงที่เป็นเครื่องหมายการค้าของเขาที่สร้างความประทับใจให้กับทั้งแฟนบอลและผู้จัดการทีม ถือว่าเป็นคีย์แมนคนสำคัญของเรอัล มาดริด ในเกมนี้ แม้ผลการแข่งขันจะเสมอก็ตาม แต่ลูกยิงในนัดนี้ก็ถือว่าเป็นลูกยิงที่จุดประกายให้เรอัล มาดริดกลับมาเล่นในฟอร์มของตัวเองที่เหมือนนัดอื่นๆที่ผ่านมาๆได้ เกมหน้าน่าสนใจอย่างมากว่า เขาจะงัดฟอร์มสุดยอดแบบที่เคยทำได้ก่อนหน้านี้กลับมาได้อีกมั้ยประเด็นที่ 3 - เวทีโชว์ฟอร์มของเควิน เดอ บรอยนอกจากวินิซิอุส จูเนียร์ที่ยิงสวยๆให้เห็นแล้ว เควิน เดอ บรอยก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน ตั้งแต่ครึ่งแรก เขาก็เป็นอีกหนึ่งคนที่พยายามสร้างสรรค์เกมรุกให้กับทีมอย่างมาก ในวันที่ฮาแลนด์ไม่สามารถเล่นเป็นตัวของตัวเองได้ แล้วเขาก็สามารถซัดนอกกรอบเขตโทษ เข้าประตูไปแบบสวยงาม แถมทำให้เขาได้รับรางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมนี้ไป วันใดที่นึกไม่ออกว่าจะให้ใครยิง อย่ามองข้ามเดอ บรอยเป็นอันขาด แม้ลูกยิงลูกนี้จะมีข้อกังขาในเรื่องของการเล่นเกมรุกในจังหวะที่แบร์นาโด้ ซิลวาไปควักบอลจากเส้นลูกออกหลังแล้วมีการจำลองภาพออกมาว่าบอลได้ออกจากเส้นไปแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่มีการเห็นแย้งหรือการตรวจสอบจาก VAR แต่สุดท้ายก็ต้องชื่นชมคลาสบอลและการยิงของเดอ บรอย อยู่ดีประเด็นที่ 4 - ความต่างของแมนซิตีปีที่แล้วกับปีนี้ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ในยุคนี้ ต่างจากปีที่แล้วอย่างมาก ด้วยความที่เป๊ปนั้นพยายามเปลี่ยนแปลงทีมเพื่อสานต่อความฝันของทีมและตัวเองสำหรับการคว้า UCL ทั้งการได้เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์เป็นหน้าเป้า แจ็ค กรีลิช กลับมาท็อปฟอร์มอีกครั้ง กองกลางที่ลงตัวมากขึ้น ทั้งโรดรี้และกุนโดกัน การสลับตำแหน่งการเล่นของผู้เล่นเกมรับด้วยการดึงจอห์น สโตนส์ มาเล่นเป็นกองกลาง ตอนนี้ทุกตำแหน่งของแมนซิตีพร้อมเผชิญหน้ากับทุกๆทีมในโลกใบนี้อย่างมาก เพียงแต่ว่า ประสบการณ์และความเก๋าเกมของพวกเขานั้นยังไม่เจนจัดมากพอที่จะผ่านด่านเรอัล มาดริดไปได้ สังเกตได้จากฤดูกาลที่แล้ว ที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงในเรื่องของพลังใจในการสู้ แต่ปีนี้ อาจจะเป็นปีที่พวกเขาเข้าใกล้มากที่สุดในรอบชิงอีกครั้งก็เป็นได้ แต่ก็ต้องไปลุ้นในนัดที่สองที่เรอัล มาดริดก็จะไม่ยอมทิ้งตั๋วเข้ารอบชิงปีนี้เช่นกัน เพราะพวกเขาจะต้องโชว์ความเป็นราชันแห่งยุโรปต่อไปอีกหลายปีประเด็นที่ 5 - เรอัล มาดริดกับโจทย์ในเกมนัดที่สองแม้ฤดูกาลนี้จะเป็นฤดูกาลที่ไม่เข้าที่เข้าทางของเรอัล มาดริดก็ตาม แต่พวกเขาก็ยังสามารถคว้าแชมป์โคปา เดอ เรย์ได้สำเร็จ ส่วนในเกมยุโรป พวกเขาก็ยังโชว์พลังเก๋าของแชมป์เก่าให้เห็นชัดๆมาตลอดเวลา แม้เกมนี้จะเสมอก็ตาม แต่เกมนัดที่สองก็ใช่ว่าพวกเขาจะไม่มีโอกาสพลิกเข้ารอบได้ แถมเกมที่ต้องไปเยือนนั้นมันก็ไม่ใช่เกมง่าย เมื่อต้องเผชิญหน้ากับทีมที่แกร่งในบ้านอย่างแมนซิตีก็ตาม แต่ลิเวอร์พูลและเชลซีก็เป็นเหยื่อให้มาดริดเชือดคาบ้านมาแล้ว นี่อาจจะเป็นเกมที่ต้องงัดทั้งแท็คติก ศักยภาพนักเตะ ความเก๋าประสบการณ์ ความเคี่ยวของนักเตะที่ผสมผสานทั้งรุ่นเก๋าและรุ่นใหม่ รวมไปถึงพลังงานบางอย่างที่เรอัล มาดริดมักจะเจิดจรัสอย่างมากเวลาพวกเขากำลังต้องการประตู แล้วมักจะได้ทันที ก็ต้องรอดูกันว่าเกมนัดที่สองในสัปดาห์หน้า ใครจะเป็นคนกระชากตั๋วรอบชิงไปครองขอขอบคุณภาพประกอบบทความภาพที่ 1 จาก Facebook Real Madrid C.F.ภาพที่ 2 จาก Facebook Manchester Cityภาพที่ 3 จาก Facebook Real Madrid C.F.ภาพที่ 4 จาก Facebook Manchester Cityภาพที่ 5 จาก Facebook Manchester Cityภาพที่ 6 จาก Facebook Real Madrid C.F.ภาพปกบทความ จาก Facebook Real Madrid C.F.อัปเดตข่าวสาร ติดตามผลการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกแบบไม่พลาดทุกนัดที่ ทรูไอดี คอมมูนิตี้ ห้อง 'ฟุตบอล'