รีเซต
เปิดประวัติ.! สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมที่มีแฟนบอลมากที่สุดในโลก

เปิดประวัติ.! สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมที่มีแฟนบอลมากที่สุดในโลก

เปิดประวัติ.! สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมที่มีแฟนบอลมากที่สุดในโลก
TenAkapol
18 มกราคม 2566 ( 15:30 )
4.6K
1

มาทำความรู้จักประวัติของ สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรฟุตบอลที่มีฐานแฟนบอลมากที่สุดในโลก อีกทั้งเป็นทีมที่มีนักเตะชื่อดังหมุนเวียนเข้ามาที่นี่อย่างไม่ขาดสาย  

ประวัติสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

  • ชื่อเต็ม : Manchester United Football Club
  • ฉายา : ปีศาจแดง
  • ก่อตั้ง : ค.ศ. 1878 (ในชื่อ นิวตัน ฮีธ)
  • สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด (ความจุ: 76,765 ที่นั่ง)
  • เจ้าของ : มัลคอล์ม เกลเซอร์
  • ประธาน : โจเอล เกลเซอร์, อัฟราม เกลเซอร์
  • ผู้จัดการทีม : เอริค เทน ฮาก

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 1878 โดยใช้ชื่อ นิวตัน ฮีต แอลวายอาร์ : Newton Heath LYR (Lancashire and Yorkshire Railway) เกิดจากพนักงานการรถไฟกลุ่มหนึ่งได้ก่อตั้งทีมฟุตบอลขึ้นมาเพื่อลงเล่นกับแผนกและบริษัทรถไฟอื่น ๆ โดยพวกเขาพยายามเข้าร่วมฟุตบอลลีกถึงสองครั้งแต่ก็ล้มเหลว เพราะไม่มีสโมสรใดให้การสนับสนุน แต่ในที่สุดพวกเขาได้รับการยอมรับเมื่อฟุตบอลลีกมีการแบ่งออกเป็นสองดิวิชั่นในเวลาต่อมาไม่นาน

ในตอนที่ ฟุตบอล ลีก ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1888 นั้น นิวตัน ฮีธ คิดว่าพวกเขายังไม่ดีพอที่จะร่วมเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งลีกร่วมกับทีมอย่าง แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส และ เปรสตัน นอร์ธ เอนด์ พวกเขาเลือกที่จะรอเข้าร่วมลีกในปี 1892 โดยตอนนั้น นิวตัน ฮีธ ได้สิทธิ์เล่นในระดับ ดิวิชั่น 1 ซึ่งเป็นลีกระดับสูงสุดของประเทศ แต่พวกเขาก็ตกชั้นสู่ ดิวิชั่น 2 อย่างรวดเร็วหลังจากเล่นในลีกสูงสุดได้เพียง 2 ซีซั่น

ปี 1902 นิวตัน ฮีธ ประสบปัญหาการเงินอย่างหนักจนถึงขั้นจะล้มละลาย โชคดีที่ได้ จอห์น เดวี่ส์ นักธุรกิจท้องถิ่นมาลงทุนกับสโมสร ซึ่งต่อมากลายเป็นประธานสโมสร รวมทั้งเปลี่ยนชื่อทีมมาเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 24 เมษายน ค.ศ. 1902

ปี 1903 เออร์เนสต์ แม็กนัลล์ ถูกแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมคนแรกของทีม และพาเลื่อนชั้นจากดิวิชั่น 2 ได้สำเร็จจากสไตล์การเล่นที่รวดเร็ว และ สวยงาม กระทั่งฤดูกาล 1907-08 "ปีศาจแดง" สามารถคว้าแชมป์ลีกมาครองได้เป็นครั้งแรกใน ประวัติศาสตร์สโมสร จากนั้นปีถัดมาพวกเขาคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ มาครองหลังเอาชนะบริสตอล ซิตี้ 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศ

หลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง แมนฯ ยูไนเต็ด กลับมาลงเล่นอีกครั้งในวันที่ 30 สิงหาคม 1919 แต่ต้องประสบปัญหาใช้งานสนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไม่ได้รวมถึงนักเตะบางคนอายุมากขึ้นหลังไม่ได้ลงเล่นอีกเลยตั้งแต่สิ้นสุดฤดูกาล 1914/15 ทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยการเซ็นสัญญาขอใช้สนาม เมน โร้ด สนามเหย้าของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมร่วมเมืองเป็นสนามเหย้า 

ฤดูกาล 1921-22 แมนฯ ยูไนเต็ดต้องตกชั้นอีกครั้งหลังชนะเพียง 8 เกมจากทั้งหมด 42 นัด และต้องใช้ความพยายามอยู่ 3 ฤดูกาลกว่าที่จะขึ้นชั้นมาจาก ดิวิชั่น 2 อีกครั้งในฤดูกาล 1924-25 หลังจบด้วยอันดับ 2 ในลีกจากการแพ้แค่ 8 นัด 

ส่วนแชมป์ในตอนนั้นคือ เลสเตอร์ ซิตี้ จากน้นพวกเขาตกชั้นอีกครั้งในปี 1931 ทำให้สโมสรจึงกลายเป็นโยโย่คลับเลื่อนชั้นสลับตกชั้นอยู่ตลอดและมีผลงานย่ำแย่จบอันดับ 20 ดิวิชั่น 2 ฤดูกาล1933-34 ซึ่งนับเป็นอันดับต่ำที่สุดตลอดกาลของสโมสรและตกชั้นสู่ดิวิชั่น 3 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร

ฤดูกาล 1937-38 แมนฯ ยูไนเต็ดได้กลับมาเล่นลีกสูงสุด (ดิวิชั่น 1 ในตอนนั้น) อีกครั้งในฐานะรองแชมป์ดิวิชั่น 2 และจบด้วยอันดับ 14 ในฤดูกาล 1938-39 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่มีการแข่งขันฟุตบอลก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง

ในเดือนตุลาคม 1945 ฟุตบอลกลับมาแข่งขันอีกครั้ง โดยแมนฯ ยูไนเต็ดแต่งตั้งผู้จัดการทีมคนใหม่ คือ แมตต์ บัสบี้ ซึ่งต่อมาชายผู้นี้ได้สร้าง ยูไนเต็ด ให้กลับมาผงาดอีกครั้งเมื่อพาทีมคว้าแชมป์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 41 ปีในฤดูกาล 

1951-52 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุค "บัสบี้ เบ๊บส์" อันยิ่งใหญ่ คว้าแชมป์ลีกได้สองสมัยติดต่อกัน ในฤดูกาล 1955-56 และ 1956-57 ด้วยผู้เล่นอายุเฉลี่ยเพียง 22 ปี และกลายเป็นสโมสรแรกของอังกฤษที่เข้าร่วมแข่งขันยูโรเปี้ยนคัพ ในปี 1957 พาทีมเข้าถึงรอบรองชนะเลิศก่อนที่จะตกรอบจากการแพ้เรอัล มาดริด

ในฤดูกาลถัดมา ระหว่างเดินทางกลับจากการแข่งขัน ยูโรเปี้ยน คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศที่เอาชนะเรดสตาร์ เบลเกรด เครื่องบินที่มีผู้เล่นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมทั้งเจ้าหน้าที่ และนักข่าว เกิดอุบัติเหตุในตอนที่บินขึ้นหลังเติมเชื้อเพลิงที่มิวนิก ประเทศเยอรมนีเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1958

ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 23 คนโดยเป็นผู้เล่นของทีม 8 รายเสียชีวิตทันทีประกอบด้วย เจฟฟ์ เบนต์, โรเจอร์ ไบร์น, เอ็ดดี้ โคลแมน, ดันแคน เอ็ดเวิดส์, มาร์ก โจนส์, เดวิด เพ็กก์, ทอมมี่ เทย์เลอร์ และ บิลลี่ วีลัน รวมทั้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ซึ่งนับเป็นโศกนาฏกรรมที่สะเทือนใจที่สุดในวงการกีฬาทั่วโลกในขณะนั้น

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว แม็ตต์ บัสบี้ ตัดสินใจสร้างทีมขึ้นมาใหม่เพื่อสานฝันที่จะคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ ให้ได้ โดยแกนนำยังเป็นนักเตะที่รอดชีวิตมาจากเหตุการณ์เครื่องบินตก รวมกับผู้เล่นจากทีมสำรอง, ทีมเยาวชน และนักเตะ ที่ซื้อเข้ามาใหม่ จนทีมเริ่มกลับมาแข็งแกร่งขึ้นตามลำดับ และเมื่อฝันร้ายได้ผ่านไปพวกเขาก็กลับมาคว้าแชมป์ได้อีกครั้งในถ้วย เอฟเอ คัพ ปี 1963

ซึ่งในฤดูกาลนั้นเองนักเตะอย่าง จอร์จ เบสต์ , เดนนิส ลอว์ และ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน แจ้งเกิดขึ้นมาได้สำเร็จ และดูเหมือนเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร เมื่อพวกเขาคว้าแชมป์ลีกมาครองได้ 2 สมัยในรอบ 3 ปี (1964-65, 1966-67) นอกจากนั้นในที่สุดความฝันของ แม็ตต์ บัสบี้ ก็เป็นจริง เมื่อเขาพาทีมเอาชนะ เบนฟิก้า ทีมชื่อดังของโปรตุเกส ที่มี ยูเซบิโอ นักเตะชื่อก้องโลกร่วมทีม ด้วยสกอร์ 4-1  ที่สนาม เวมบลีย์ คว้าแชมป์ถ้วยสโมสรใบใหญ่สุดอย่าง ยูโรเปี้ยน คัพ (สมัยนั้น) ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรในซีซั่น 1967-68

หลังจากพาทีมครองเจ้ายุโรป บัสบี้ ตัดสินใจวางมือในเวลาต่อมาซึ่งนั่นดูเหมือนเป็นจุดเปลี่ยนของแมนฯ ยูไนเต็ดอีกครั้งเมื่อช่วงทศวรรษที่ 1970 วิลฟ์ แม็คกินเนสส์, แฟร้งค์ โอ ฟาร์เรลล์ และ ทอมมี่ ด็อคเคอร์ตี้ ที่เข้ามารับงานต่อจาก บัสบี้  ต่างทำผลงานได้ย่ำแย่จนทีมต้องตกชั้นลงไปเล่นในดิวิชั่น 2 ในเวลาไม่นาน

ช่วงทศวรรษ 80 หลังจากที่กลับมาขึ้นมาในลีกสูงสุดอีกครั้ง พวกเขายังสร้างผลงานได้ไม่เป็นที่น่าประทับใจนัก ทำให้บอร์ดบริหารตัดสินใจดึง รอน แอ๊ตกินสัน เข้ามาคุมทีมแทนที่ของ เดฟ เซ็กซ์ตัน ในปี 1981พร้อมกับนำนักเตะใหม่หลายคนเข้ามาสู่ทีม

โดยเฉพาะ ไบรอัน ร็อบสัน กองกลางชาวอังกฤษที่ยอมจ่ายค่าตัวเป็นเงินกว่า 1.5 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นสถิติการย้ายทีมของเกาะอังกฤษในเวลานั้น แม้ "บิ๊กรอน" พาทีมคว้า แชมป์เอฟเอ คัพ 2 สมัยในช่วงสามปี คือใน ค.ศ. 1983 และ 1985 แต่การเปลี่ยนแปลงในรั้ว โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เกิดขึ้นอีกครั้งในฤดูกาล 198-86 เมื่อทีมตัดสินใจปลด แอ๊ตกินสัน ออกจากตำแหน่งในช่วงเดือนพฤศจิกายน

อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมชาวสกอตแลนด์ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับ อเบอร์ดีน สโมสรในลีกสกอตแลนด์ เข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีมในวันเดียวกันกับที่แอตกินสันถูกปลดออก แต่งานของ "เฟอร์กี้" ดูเหมือนต้องพบกับความยากลำบาก เมื่อตอนนั้น ลิเวอร์พูล อริตัวฉกาจกำลังครองความยิ่งใหญ่ในอังกฤษอยู่ โดยมี อาร์เซน่อล และ เอฟเวอร์ตัน เป็นอีกสองทีมที่ไล่บี้กันได้อย่างสูสี

เฟอร์กูสัน เริ่มงานได้อย่างยอดเยี่ยมพา ยูไนเต็ด จบซีซั่นด้วยอันดับสองของลีกในปี 1988 เป็นรองแค่ ลิเวอร์พูล ทีมเดียวเท่านั้น แต่หลังจากนั้นกลับมีผลงานที่ย่ำแย่ โดยเฉพาะเกมพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-5 ในเดือนพฤศจิกายน 1989 กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดกระแสเรียกร้องให้ปลดเขาออกจากตำแหน่ง

โดยปีนั้น "ปีศาจแดง" จบด้วยอันดับ 11 ของตาราง แต่หลังจากนั้นเหตุการณ์ทุกอย่างดูเปลี่ยนไปหลังได้มาร์ค โรบินส์ ซัดประตูพาทีมเอาชนะ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 1-0 ในการแข่งขันเอฟเอ คัพ 1989-90 รอบ 3 ซึ่งเป็นการเซฟเก้าอี้ให้กับ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันเนื่องจากมีข่าวว่าถ้าแพ้เกมนั้นเขาจะโดนปลดในทันทีและสุดท้ายเขาพาทีมคว้าแชมป์คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพในบั้นปลาย ซึ่งแชมป์แรกของพวกเขาภายใต้การนำทีมของ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

จากนั้นในปี 1991 ถ้วยใบที่สองก็ตามมาติดๆ เมื่อ ยูไนเต็ด เอาชนะ บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่จาก สเปน คว้าแชมป์คัพ วินเนอร์ส คัพ ที่ร็อตเตอร์ดัม ได้สำเร็จ แต่กับเป้าหมายคว้าแชมป์ลีกยังคงผิดหวังต่อเนื่อง โดยเฉพาะปี 1992 ถูก ลีดส์ ยูไนเต็ด แซงแย่งแชมป์ไปแบบพลิกความคาดหมาย แต่ก็มีถ้วย ลีก คัพ เป็นรางวัลปลอบใจ

พฤศจิกายน 1992 การเข้ามาของ เอริก คันโตน่า ดาวเตะฝรั่งเศสจากลีดส์ เปรียบเสมือนเป็นจิ๊กซอว์สำคัญของ เฟอร์กี้ ในการไล่ล่าแชมป์ โดย "ปีศาจแดง" สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ชิพในปี 1993 มาครองได้สำเร็จยุติการรอคอยมานานถึง 26 ปี ลงได้ และเหมือนเข้าสู่ยุครุ่งเรื่องของพวกเขาเมื่อประกาศศักดาคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้ในปี 1994 ซึ่งเกือบเป็นทริปเบิ้ลแชมป์หากไม่แพ้ในนัดชิงชนะเลิศถ้วย ลีก คัพ โดยนับเป็นดับเบิลแชมป์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร และกลายเป็นสโมสรแรกของอังกฤษที่คว้าดับเบิลแชมป์ได้สองครั้งหลังจากในฤดูกาล 1995-96 (พรีเมียร์ลีก, เอฟเอคัพ)

ฤดูกาล 1998-99 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกลายเป็นสโมสรแรกที่คว้าทริปเปิลแชมป์ได้ในฤดูกาลเดียวกัน (พรีเมียร์ลีก,เอฟเอคัพ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก) ต่อด้วยคว้าแชมป์อินเตอร์คอนติเนนตัลคัพ หลังจากที่เอาชนะ พัลเมรัส สโมสรจากบราซิล 1-0 ที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่นทำให้ เฟอร์กูสัน ได้รับยศอัศวินจากการสร้างคุณประโยชน์ต่อฟุตบอล

ยูไนเต็ดยังสานต่อความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่องคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สองปีติดในฤดูกาล 1999-2000 และ 2000-01 ก่อนว่างเว้นไป 1 ปีแล้วกลับมาคว้าแชมป์ลีกอีกครั้งในฤดูกาล 2002-03 จากนั้นคว้าแชมป์เอฟเอคัพเป็นสมัยที่ 11 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด ในฤดูกาล 2003-04

ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกิดขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ มัลคอล์ม เกลเซอร์ มหาเศรษฐีชาวสหรัฐฯ เจ้าของทีม แทมป้า เบย์ บัคคาเนียร์ส ในศึกอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอล เริ่มเข้ามาซื้อกิจการของสโมสรต่อจาก มาร์ติน เอ็ดเวิร์ด เจ้าของทีมคนเก่า และรวบรวมหุ้นมาสู่กำมือของตระกูลแต่เพียงผู้เดียวในปี 2005 ซึ่งการเข้ามาคุมสโมสรของตระกูล เกลเซอร์ ครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะสร้างความ โกรธแค้นให้กับแฟนบอลบางส่วนมากทีเดียวขนาดที่ว่า แยกออกไปตั้งสโมสรอีกหนึ่งทีมหนึ่งเลยทีเดียวโดยใช้เชื่อว่า ยูไนเต็ด ออฟ แมนเชสเตอร์ (F.C. United of Manchester)

แม้จะมีการเปลี่ยนมือเจ้าของทีมแต่ก็ไม่มีอะไรมาหยุดความยิ่งใหญ่ของทีมยุค "เฟอร์กี้" ได้ เมื่อพวกเขากลับมาคว้าแชมป์ลีกในฤดูกาล 2006-07 จากนั้นคว้าดับเบิ้ลแชมป์ฤดูกาล 2007-08 ทั้งพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นแชมป์สมัยที่ 17 พร้อมกับครองเจ้ายุโรป คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยการดวลจุดโทษเอาชนะเชลซี  6-5 ใน นัดชิงชนะเลิศ ที่มอสโก โดย ไรอัน กิกส์ ทำสถิติลงเล่นเป็นนัดที่ 759 ให้กับสโมสรทำลายสถิติลงเล่นมากที่สุดให้กับสโมสรที่บ็อบบี ชาร์ลตัน เคยทำไว้ ต่อด้วยพาทีมคว้าแชมป์ลีกสามสมัยติดต่อกันในฤดูกาล 2008-09

ซัมเมอร์ปี 2009 สโมสรตัดสินใจขาย คริสเตียโน โรนัลโด้ ให้กับเรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวสถิติโลก 80 ล้านปอนด์ (ตอนนั้น) ซึ่ง "ปีศาจแดง" ว่างเว้นแชมป์ลีกหนึ่งปีเมื่อจบอันดับที่สองรองจากเชลซีในฤดูกาล 2009-10ก่อนกลับมาคว้าแชมป์ลีกสมัย 19 ในฤดูกาล 2010-11 

หลังจากอเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พาทีมคว้าแชมป์ลีกอังกฤษมากที่สุด 20 สมัยในฤดูกาล 2012-13 เขาประกาศอำลาตำแหน่งผู้จัดการทีม โดยยูไนเต็ดได้ประกาศตั้ง  เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีมชาวสกอตแลนด์คุมทีมตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2013 ด้วยสัญญายาว 6 ปีแต่อดีตกุนซือเอฟเวอร์ตันกลับอยู่ได้เพียง 10 เดือนก็โดนปลดออกจากตำแหน่งพร้อมให้ ไรอัน กิ๊กส์ รับหน้าที่เป็นผู้เล่น-ผู้จัดการทีมชั่วคราว

ซึ่งซีซั่นนี้นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นความล้มเหลวของทีมเมื่อจบเพียงแค่อันดับ 7 นอกจากป้องกันแชมป์ลีกไม่ได้แล้วยังไม่สามารถทำอันดับไปเล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 1995-96 รวมทั้งไม่ดีพอได้เล่นยูโรปาลีก ถือเป็นครั้งแรกที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลถ้วยยุโรป นับตั้งแต่ปี 1990

19 พฤษภาคม 2014 แมนฯ ยูไนเต็ด ประกาศแต่งตั้ง หลุยส์ ฟาน กัล ยอดกุนซือชาวฮอลแลนด์เข้ามาคุมทีมด้วยสัญญา 3 ปี โดยมี ไรอัน กิกส์ เป็นผู้ช่วย แม้ว่าจะพาทีมออกสตาร์ซีซั่นด้วยผลงานที่ย่ำแย่ มีเพียง 5 คะแนน จาก 5 นัด รวมทั้งแพ้ เอ็มเคดอนส์ ทีมจากลีกวัน 0-4 ตกรอบ 2 ลีกคัพแต่สุดท้ายยังพาทีมเร่งเครื่องในลีกจบจบอันดับ 4 ได้สิทธิ์กลับไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง

ฤดูกาล 2015-16 ซึ่งเป็นปีที่สองของฟาน กัล เขายังทำผลงานได้ไม่ดีเท่าไหร่เมื่อพาทีมตกรอบแบ่งกลุ่มแชมเปี้ยนส์ ลีก รวมทั้งพาทีมจบอันดับ 5 ในลีก แม้จะได้แชมป์เอฟเอ คัพ มาครอง ซึ่งเป็นโทรฟี่แรกนับตั้งแต่เฟอร์กี้วางมือเมื่อปี 2013 แต่ไม่เพียงพอรักษาเก้าอี้ไว้ได้โดนปลดในช่วงซัมเมอร์นั้นพร้อมกับตั้งโชเซ่ มูรินโญ่ ยอดกุนซือชาวโปรตุกีสที่การันตีความสำเร็จทุกที่ที่ไปคุมทีมมาสานงานต่อ

ผลงานซีซั่นแรกของมูรินโญ่พาทีมจบเพียงอันดับ 6 ในลีก แต่คว้าแชมป์ลีกคัพ (สมัยที่5ของสโมสร) และ ยูโรปา ลีก เป็นสมัยแรกพร้อมกับได้สิทธิ์กลับไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีกอีกครั้ง โดยที่เวย์น รูนี่ย์ ทำประตูที่ 250 ให้กับยูไนเต็ด แซงหน้าเซอร์ บ็อบบี ชาร์ลตัน รั้งดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสรก่อนที่เจ้าตัวประกาศอำลาทีมย้ายกลับไปเล่นให้กับ เอฟเวอร์ตัน

ฤดูกาล 2017-18 ยูไนเต็ดจบอันดับที่สองในลีก นับเป็นอันดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2013 แต่มีคะแนนตามหลังคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่คว้าแชมป์ถึง 19 แต้ม รวมทั้งได้เพียงรองแชมป์เอฟเอ คัพ หลังแพ้เชลซี 0-1

18 ธันวาคม 2018 จากสถานการณ์ย่ำแย่รั้งอันดับ 6 ของตารางตามหลังจ่าฝูงอย่าง ลิเวอร์พูล ถึง 19 แต้ม และตามหลังพื้นที่แชมเปียนส์ลีก 11 แต้ม แมนฯ ยูไนเต็ด ประกาศปลดมูรินโญ่ ออกจากตำแหน่งหลังจากที่เขาคุมทีมได้ 144 นัด พร้อมกับประกาศตั้งโอเล่ กุนนาร์ โซลชา ตำนานกองหน้าของทีมชาวนอร์วีเจี้ยน คุมทีมชั่วคราวจนจบซีซั่น

หลังจากทำผลงานยอดเยี่ยมชนะ 14 จาก 19 นัดทีคุมทีม รวมทั้งพลิกเอาชนะปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง 3-1 ถึงปาร์กเดแพร็งส์ ทั้งที่ปราชัยคาโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มาก่อน 0-2 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายแชมเปี้ยนส์ลีกได้อย่างเหลือเชื่อทำให้บอร์ดแมนฯ ยูไนเต็ดจับโซลชาตเซ็นสัญญาถาวร 3 ปี

แต่หลังจากได้คุมทีมเต็มตัวกุนซือนอร์วีเจี้ยนกลับทำผลงานได้ไม่ดีเหมือนเเดิมแต่ก็มีผลงานที่น่าประทับใจอย่างถล่มชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 9-0 เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2021 ซึ่งเป็นสถิติร่วมในการชนะด้วยผลประตูมากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก รวมทั้งจบฤดูกาล 2020-21 ด้วยอันดับ 2 พร้อมสถิติไร้พ่ายเกมเยือนพรีเมียร์ลีกตลอดซีซั่น (ชนะ 12 เสมอ7) เป็นทีมที่ 4 ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลลีกสูงสุดอังกฤษแต่ก็ตามหลังแชมป์อย่างแมนฯ ซิตี้ถึง 12 แต้มและปิดท้ายซีซั่นด้วยตำแหน่งรองแชมป์ยูโรปา ลีก ทำให้ไม่มีถ้วยรางวัลเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน

ฤดูกาล 2021-22 แมนฯ ยูไนเต็ด ประกาศต่อสัญญาโซลชาออกไปอีก 3 ปีจนถึงปี 2024 รวมทั้งมีออปชั่นต่อเพิ่มอีกปี แม้โซลชาจะพาทีมสร้างสถิติไร้พ่ายเกมเยือนพรีเมียร์ลีก 29 นัดติดต่อกันหลังบุกชนะเวสต์แฮม 2-1 แต่ก็สิ้นสุดแค่นั้นหลังบุกพ่ายเลสเตอร์ 2-4 ในเกมเยือนนัดต่อมา

จากนั้น 24 ตุลาคม แพ้ ลิเวอร์พูล คาโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 0-5 ซึ่งเป็นสถิติแพ้ "หงส์แดง" ขาดลอยที่สุดรอบ 96 ปีหรือนับตั้งแต่ปี 1925 ต่อด้วยแพ้ แมนฯ ซิตี้ 0-2 ก่อนที่ฟางเส้นสุดท้ายจะขาดสะบั้นเมื่อแพ้ วัตฟอร์ด 1-4 เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ทำให้บอร์ดบริหารตัดสินใจปลดโซลชาพ้นตำแหน่งในวันถัดมาโดยให้ไมเคิล คาร์ริค คุมทีมชั่วคราวได้ 3 เกมก็ประกาศแต่งตั้ง ราล์ฟ รังนิค กุนซือชาวเยอรมันคุมทีมจนจบซีซั่นพร้อมมีออปชั่นเป็นที่ปรึกษาของสโมสรเมื่อจบซีซั่น

สุดท้าย รังนิค พาทีมจบอันดับ 6 ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกพร้อมกับอำลาทีมไปคุมทีมชาติออสเตรีย โดย แมนฯ ยูไนเต็ด ประกาศแต่งตั้ง เอริค เทน ฮาก กุนซือชาวฮอลแลนด์ที่ทำผลงานยอดเยี่ยมกับอาแจ๊กซ์มาคุมทีมด้วยสัญญา 3 ปี ถึงปี 2025 พร้อมออปชั่นขยายสัญญา 1 ปี

เกียรติประวัติ

แชมป์พรีเมียร์ลีก (รวมดิวิชั่น 1 เดิม) 20 สมัย :  1907-08, 1910-11, 1951-52, 1955-56, 1956-57, 1964-65, 1966-67, 1992-93, 1993-94, 1995-96, 1996-97, 1998-99, 1999-2000, 2000-01, 2002-03, 2006-07, 2007-08, 2008-09, 2010-11, 2012-13

แชมป์เอฟเอ คัพ 12 สมัย : 1908-09, 1947-48, 1962-63, 1976-77, 1982-83, 1984-85, 1989-90, 1993-94, 1995-96, 1998-99, 2003-04, 2015-16

แชมป์ลีกคัพ 5 สมัย : 1991-92, 2005-06, 2008-09, 2009-10, 2016-17

แชมป์ยูโรเปี้ยนคัพ / ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 3 สมัย : 1967-68, 1998-99, 2007-08

แชมป์คัพวินเนอร์สคัพ 1 สมัย : 1990-91

แชมป์ยูฟ่า ยูโรปา ลีก 1 สมัย : 2016-17

แชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 1 สมัย : 1991

แชมป์อินเตอร์คอนติเนนตัลคัพ 1 สมัย : 1999

แชมป์สโมสรโลก 1 สมัย : 2008

ชนะเลิศคอมมิวนิตีชีลด์ 21 สมัย : 1908, 1911, 1952, 1956, 1957, 1965*, 1967*, 1977*, 1983, 1990*, 1993, 1994, 1996, 1997, 2003, 2007, 2008, 2010, 2011, 2013, 2016 (*แชมป์ร่วม)

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

-------------------------------------------------

วิธีการดูบอลพรีเมียร์ลีก 2022/23 ที่ TrueID : แพ็กเกจชมครบทุกคู่ - ซิมทรูชมทีมโปรดฟรี!

รวมข้อมูลแก้ไขปัญหาการใช้งาน รับชม หรือโปรโมชันกิจกรรมต่างๆ << คลิกที่นี่

อัพเดทข่าว ผลบอล พรีเมียร์ลีก แบบทันใจ พร้อมวิเคราะห์คู่เด่นในรอบสัปดาห์ ส่งถึงมือคุณ
คลิกเลย!! หรือ กด *301*32# โทรออก

หรือ อัพเดทข่าวบอลไทยลีก กด *301*36# โทรออก

ยอดนิยมในตอนนี้