TRUE FOCUS : "ออล อิงแลนด์" ครั้งที่ 107 มนต์ขลังศึกตบลูกขนไก่โลก ... by "เนเน่ เนติ"

Mar 6, 2018

เนเน่ เนติ : กลับมาอีกครั้งสำหรับศึกแบดมินตันที่จัดขึ้นมายาวนานสุดในโลก “โยเน็กซ์ ออล อิงแลนด์ โอเพ่น” โดยสังเวียนในครั้งที่ 107 ยังคงเป็น “อารีน่า เบอร์มิงแฮม” หรือที่รู้จักกันในนาม “บาร์เคลย์คาร์ด อารีน่า” โดยปีนี้ สหพันธ์แบดมินตันโลก(บีดับเบิลยูเอฟ) ยังให้เป็นรายการสะสมคะแนนสูงสุดคือระดับซูเปอร์ 1000 และมีเงินรางวัลรวมสูงถึง 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 33 ล้านบาท โดยจะเปิดฉากระหว่างวันที่ 14-19 มีนาคมนี้

 

แบดมินตัน

 

ร่ายเรียงกันแต่ละประเภท แม้ชายเดี่ยวที่ไม่มีแชมป์โลกคนล่าสุด วิคเตอร์ อเซลเซ่น มือ 1 ของโลก จากเดนมาร์ก เนื่องจากเพิ่งเข้ารับการผ่าตัดรักษาอาการบาดเจ็บ แต่ยังมีแชมป์เก่าเมื่อปีที่แล้ว ลี ชอง เหว่ย มือ 2 ของโลก จากมาเลเซีย ลงไล่ล่าแชมป์สมัยที่ 5 เช่นเดียวกับคู่ปรับตลอดกาล หลิน ตัน แชมป์ 6 สมัย จากจีน ที่จะเป็นก้างชิ้นโตเพราะทั้งคู่มีโอกาสมาเจอกันในรอบ 8 คนสุดท้าย

 

แบดมินตัน

 

ส่วนนักแบดมินตันหนุ่มไทยก็มี “สอง”ทนงศักดิ์ แสนสมบูรณ์สุข ซึ่งอยู่ในช่วงเรียกความมั่นใจกลับมา และ “เพชร”โฆษิต เพชรประดับ ที่หลายคนมองว่ามาไกลเกินฝัน และต้องพิสูจน์ตัวเองต่อไป

 

รัชนก

 

ขณะที่หญิงเดี่ยว มือท็อปมากันครบ นำโดย ไท่ จื่อ อิง มือ 1 ของโลก จากไต้หวันที่ปีนี้ปลดล็อกสอยแชมป์ที่ อินโดนีเซีย มาได้ เช่นเดียวกับขวัญใจชาว “เมย์” รัชนก อินทนนท์ มือ 3 ของโลก อกหักพ่ายสาวไต้หวันผู้นี้ในรอบชิงฯ จนได้รองแชมป์สมัยที่ 2 และคู่นี้มีโอกาสโคจรมาเจอกันในรอบรองฯ ปี 2018 ด้วย

ด้าน “เด็กสมบูรณ์”อากาเนะ ยามากูชิ มือ 2 ของโลก จากญี่ปุ่น ก็มาเช่นเดียวกับสิงโตสาวแห่งแดนกระทิงดุ คาโรลิน่า มาริน มือ 5 ของโลก

ส่วนชายคู่ “เด็กแว๊น”มาคุส เฟอร์นัลดี้ กิเดียน กับ เควิน ซันจาย่า สุคามุลโจ แชมป์เก่า และมือ 1 ของโลกมีภารกิจป้องกันแชมป์ โดยมีคู่จอมเก๋าที่ผ่านการขึ้นเขียงผ่าสมองมาแล้วอย่างคู่ มาเธียส โบ กับ คาล์สเทน โมเกนเซ่น คู่มือ 2 ของโลกเป็นกระดูกชิ้นโต ถึงอย่างไร ประเภทชายคู่หากจะดูตัวเต็งที่จะคว้าแชมป์ก็ถือว่ายาก เพราะทุกคู่มีฝีมือเท่ากันหมด อยู่ที่จังหวะ และสภาพร่างกายของแต่ละคนว่าฟิตจริงหรือไม่

 

แบดมินตัน

 

ด้านหญิงคู่ แน่นอนว่าความหวังของไทยอยู่ที่ “กิ๊ฟ” จงกลพรรณ กิติธรากุล กับ “วิว” รวินดา ประจงใจ แต่อย่าลืมว่ากว่าจะก้าวไปจุดนั้นมีคู่แชมป์โอลิมปิกเกมส์ 2016 อย่าง มิซากิ มัตสึโตโมะ กับ อายากะ ทาคาฮาชิ คู่มือ 2 ของโลก จากญี่ปุ่น และ เฉิน ฉิงเฉิน กับ เจีย อี้ฟาน คู่มือ 1 ของโลก จากจีน รวมถึง คริสติน่า พีเดอร์เซ่น กับ คามิลล่า ริทเตอร์ จูห์ล คู่มือ 3 ของโลก จากเดนมาร์ก ด้วย

ปิดท้ายที่คู่ผสมการกลับมาคืนสนามคู่กันอีกครั้งของ “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย กับ “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ ย่อมเป็นเรื่องดี แต่สภาพร่างกายของปอป้อน่าจะยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อย และยังมีคู่อดีตแชมป์ 3 สมัยอย่าง ลิลิยาน่า นาตเซอร์ กับ ตอนโตวี อาหมัด คู่มือ 2 ของโลก จากอินโดนีเซียมากระดูกชิ้นโต เช่นเดียวกับคู่ผสมจากจีนอีกหลายคน จึงถือเป็นขวากหนามบนเส้นทางแห่งฝันรายการนี้

 

แบดมินตัน

 

สิ่งที่น่าสนใจของศึกตบลูกขนไก่รายการนี้ นอกจากนักแบดมินตันระดับโลกจะมาปะทะฝีมือกันอย่างพร้อมหน้าแล้ว คือมนต์ขลังแห่งความเก่าแก่ เพราะจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1899 แม้จะต้องพักการแข่งขันไปถึง 5 ปี ระหว่างปี ค.ศ.1915-1919 เนื่องจากเกิดสงครามโลก ครั้ง 1 และในสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ต้องระงับการแข่งขันอีก 7 ปี ในช่วงปี ค.ศ.1940-1946 รวมระยะเวลา 12 ปี แต่ก็ไม่ทำให้เสน่ห์ของแบดมินตันรายการนี้ลดดีกรีลงไป เพราะว่านอกจากการแข่งขันที่ดุเดือดแล้ว มูลค่าของสปอนเซอร์ก็สูงไม่น้อย เนื่องจากมีผู้ติดตามชมการแข่งขันมากกว่า 400 ล้านคนทั่วโลก โดยตลาดหลักคือ จีน, อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ซึ่งนักกีฬาจาก 3 ชาตินี้เข้าชิงและคว้าแชมป์ “ออล อิงแลนด์” ได้อย่างต่อเนื่องในวงการแบดมินตันยุคใหม่

ขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์กีฬาจากญี่ปุ่น “โยเน็กซ์” เป็นสปอนเซอร์ปีที่ 35 ก็จะถือโอกาสเปิดตัวและแจกอุปกรณ์คอลเล็คชั่นใหม่ล่าสุดให้กับนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันด้วย และยังมีกิจกรรมให้กับแฟนกีฬาได้ร่วมสนุกชิงรางวัลมากมาย โดยแฟนกีฬาสามารถติดตามรับชมการถ่ายทอดสดผ่านทาง TrueID App ได้แน่นอน

 

“เนเน่ เนติ”

แบดมินตัน

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

ยิงเต็มข้อ...!!! by บับเบิ้ล : “ไทยลีก” เลื่อนได้...แต่ไม่ยกเลิกเตะ !!!

7 วันที่ผ่านมา

ยิงเต็มข้อ...!!! by บับเบิ้ล : “ไทยลีก” เลื่อนได้...แต่ไม่ยกเลิกเตะ !!!

ยิงเต็มข้อ

สถานการณ์ “COVID-19” ในประเทศไทยยังถือว่าน่าเป็นห่วงอย่างหนัก อาจเรียกได้ว่า “วิกฤต” เลยทีเดียว ชีวิตผู้คนทุกแวดวงได้รับผลกระทบแบบเต็มๆ

สำหรับแวดวงฟุตบอลไทยแม้จะสั่งหยุดทุกกิจกรรมไปแล้ว ทั้ง“ไทยลีก 1-4” ที่พักแข่งขัน และ “ทีมชาติไทย” ทุกชุดที่ไม่มีการเตรียมทีม แต่ยังมีคำถามว่าแล้วเหตุการณ์จะกลับมาปกติเมื่อใด ?

นี่คือคำถามที่ไม่มีใครตอบได้ สถานการณ์ต่างๆต้องลุ้นกันวันต่อวัน

โดยเฉพาะ “ไทยลีก” ที่ตามแผนจะกลับมาเตะกันอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย.เป็นต้นไป แต่ถึงตรงนี้ไม่มีใครกล้ายืนยันว่าจะได้เตะกันหรือไม่

ล่าสุดหลังจาก “กรุงเทพมหานคร” และจังหวัดต่างๆเริ่มออกมาตรการปิดสถานที่ต่างๆ รวมถึง “สนามกีฬา” ยิ่งทำให้โอกาสที่เกมจะกลับมาเตะกันได้ตามแผนถือว่าลุ้นหนักจริงๆ

แต่ไม่ว่าอย่างไรคงต้องยึดเอาคำว่า “ชีวิตคนสำคัญที่สุด” เป็นที่ตั้ง ถ้าสถานการณ์โรคระบาดไม่ทุเลาก็คงไม่ใช่เรื่องที่จะมาเตะฟุตบอลกัน

ช่วงนี้หลายๆสโมสรสั่งหยุดซ้อมตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา บางทีมนัดซ้อมใหม่ภายในสัปดาห์นี้ แต่บางทีมยังคงฝึกซ้อมกันตามปกติ อยู่ที่ว่าแต่ละทีมมีนโยบายอย่างไร

ขณะที่ฝ่ายจัดการแข่งขันอย่าง “สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ” และ “บจก.ไทยลีก” ไม่ได้นิ่งนอนใจ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา

แน่นอนว่าประกาศหรือคำสั่งจากภาครัฐเป็นสิ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจของสมาคมฯและ “ไทยลีก” ดังนั้นต้องมาคอยดูกันว่าคำสั่งต่างๆจะมีผลไปจนถึงวันไหน

เท่าที่ได้ข้อมูลจากแหล่งข่าวในสมาคมฯมามีการยืนยันว่าทั้ง สมาคมฯ​และ “ไทยลีก” ได้เตรียมแผนรับมือสถานการณ์ต่างๆไว้แล้ว

ว่ากันว่ามีถึง “4 แผนสำรอง” ที่เตรียมไว้

ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดว่าแต่ละแผนมีอะไรบ้าง แต่เท่าที่รู้อันดับแรกเลยหากวันที่ 18 เม.ย. “ไทยลีก” สามารถกลับมาเตะได้ตามแผน อาจจะแข่งขันแบบ “ปิดสนาม”

ยิงเต็มข้อ, สนามปิด

นี่คือแผนเบื้องต้นที่มีการเตรียมการเอาไว้ เพราะจากสถานการณ์ต่างๆตอนนี้คงยากที่จะให้ “ไทยลีก” กลับมาเตะแบบปกติทุกอย่าง ดังนั้นการเล่นแบบปิดสนามคือทางออกที่ดีที่สุดก่อน

ถึงตรงนั้นแล้วแม้จะต้องปิดสนามแข่งขันก็เชื่อว่าคงไม่มีสโมสรไหนออกมางอแงไม่อยากเตะอีก เพราะเกมถูกเลื่อนมากว่า 45 วันแล้ว ยิ่งขยับช้าไปอีกยิ่งจะมีปัญหาตามมาอีกเยอะ

แต่ถ้าวันที่ 18 เม.ย. “ไทยลีก” ยังกลับมาเตะไม่ได้ตามโปรแกรมใหม่ที่วางไว้ แผนต่อมาน่าจะขยับไปเริ่มในเดือนพฤษภาคม

ไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าถ้า “ไทยลีก” ต้องเริ่มเล่นในเดือนพฤษภาคมแล้วยังจะจบฤดูกาลในวันที่ 24 ต.ค.ตามกำหนดเดิมได้หรือไม่

แต่ที่มีข่าวหลุดมาคือฟุตบอลถ้วยบางรายการอาจต้องถูกยกเลิกไม่จัดการแข่งขันในฤดูกาลนี้ เพราะโปรแกรมจะแน่นเกินไปจนไม่สามารถจัดสรรให้ลงตัวได้

ส่วน “ไทยลีก” นั้นได้รับการยืนยันว่าไม่มียกเลิกแน่นอน ยังไงต้องกลับมาเตะต่อให้จบฤดูกาล แต่จะจบวันไหนค่อยว่ากันอีกที ที่แน่ๆคงไม่จบในเดือนตุลาคม

การที่ “ไทยลีก” ต้องเตะให้จบมีหลายเหตุผล หลักๆเลยคือเรื่อง “สิทธิประโยชน์ถ่ายทอดสด” ที่ต้องเตะให้ครบตามสัญญา ไม่งั้นไม่ได้รับการเงินค่าลิขสิทธิ์แน่ๆ

ไทยลีก, ยิงเต็มข้อ

ถ้าไม่ได้ค่าลิขสิทธิ์ตรงนี้ แต่ละทีมจะไม่ได้รับเงินสนับสนุน “20 ล้านบาท” ด้วย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการทีมแน่ ค่าใช้จ่ายสารพัดรออยู่

ดังนั้นไม่ว่า “ไทยลีก” จะต้องขยับเลื่อนอย่างไรก็ต้องเตะให้จบในฤดูกาลนี้ นอกเสียจากว่าไม่ไหวจะเคลียร์จริงๆเท่านั้นถึงจะมาคุยกันถึงการยกเลิกเตะ !!!

เอาเป็นว่าตอนนี้ยังไม่ต้องพูดถึงยกเลิกเตะ รอลุ้นกันแบบวันต่อวันไปก่อนว่าจะยังไง กลับมาเตะได้เร็วที่สุดเท่าไรยิ่งดี แต่ถ้าไม่ไหวคงต้องรับสภาพกันไปว่าจะเลื่อนอีกถึงเมื่อไร

แน่นอนว่าถ้าถึงขั้นต้องใช้แผนสำรองสุดท้ายจริงๆเพื่อให้ “ไทยลีก” เตะให้จบฤดูกาล ทั้งสโมสรและทีมชาติไทยคงต้องยอมรับผลกระทบที่ตามมาแบบปฏิเสธไม่ได้

ไหนจะสัญญานักฟุตบอลที่หลายสโมสรเซ็นกันไว้แค่จบฤดูกาลในเดือนตุลาคม รวมถึงโปรแกรมของทีมชาติไทยที่ยังมีคิวรอเตะอีกเยอะจะวุ่นไปหมดตั้งแต่การเตรียมทีม

ดังนั้นหากว่าสถานการณ์​ “COVID-19” ยังไม่ทุเลาเบาบางลงในเร็ววันนี้ก็ต้องเตรียมทำใจล่วงหน้ากับผลกระทบต่างๆ

ไม่ใช่แค่ฟุตบอลไทยที่เดือดร้อนและได้รับผลกระทบ แต่คนไทยเดือดร้อนกันหมดนั่นละ สิ่งที่ทำได้ที่สุดตอนนีคือตั้งสติ อย่าประมาท รับผิดชอบตัวเองและสังคม

สู้ไปด้วยกันแล้วเราจะผ่านวิกฤตไปด้วยกัน....ประเทศไทยต้องชนะ

“บับเบิ้ล”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

>> ยิงเต็มข้อ...!!! by บับเบิ้ล : สรุปโปรแกรม “ไทยลีก” ปรับใหม่

>> ยิงเต็มข้อ...!!! by บับเบิ้ล : ‘COVID-19’ ป่วนโลก..ป่วนบอลไทย !!!

– ดูบอลสด ฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่

ผู้นำเก่งเราจะเฮกันหมด!! 10 สุดยอดกัปตันทีมแห่งสมรภูมิพรีเมียร์ลีก

Mar 21, 2020

ไม่ว่าจะปฎิบัติภารกิจใดๆก็ตาม หากมี “ผู้นำ” ที่ดี โอกาสที่จะประสบความสำเร็จย่อมมีมากขึ้นตามไปด้วย 

รวมไปถึงสงครามแข้งในสนามฟุตบอล ซึ่งทุกทีมจะมี “กัปตัน” ที่สวมปลอกแขนนำทัพเพื่อนร่วมทีมลงสู่สังเวียนพื้นหญ้า

ในโอกาสนี้  “แมทช์ ออฟ เดอะ เดย์” รายการฟุตบอลดังทางช่องบีบีซี ได้ทำการลิสต์รายชื่อ 10 สุดยอดกัปตันทีมในยุคของศึกพรีเมียร์ลีก โดยมอบหมายหน้าที่ให้กับ 3 ตำนานแห่งวงการลูกหนังอังกฤษ ได้แก่ แกรี่ ลินิเกอร์, เอียน ไรท์ และ อลัน เชียเรอร์ ที่มาช่วยกันเลือกสุดยอดกัปตันทีมแห่งลีกสูงสุดของเมืองผู้ดี

รอย คีน (แมนฯ ยูไนเต็ด)

เกียรติประวัติสำคัญ : แชมป์พรีเมียร์ลีก 7 สมัย, แชมป์เอฟเอคัพ 4 สมัย, แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย

“ผมชอบรอย คีน เขาเป็นกัปตันอยู่หลายปีในช่วงที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดครองความยิ่งใหญ่ เขาเป็นผู้เล่นที่คุณต้องการแน่นอนในฐานะกัปตัน เขาไม่ใช่คนที่ทุกคนจะชื่นชอบเขา เขาเป็นคนนำทัพ และสิ่งที่เกิดขึ้นในสนามก็บ่งบอกทุกอย่างแล้ว” เอียน ไรท์

จอห์น เทอร์รี่ (เชลซี)

เกียรติประวัติสำคัญ : แชมป์พรีเมียร์ลีก 5 สมัย, แชมป์เอฟเอคัพ 5 สมัย, แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย, แชมป์ยูโรป้า ลีก 1 สมัย

“เขามีทุกสิ่งครบอย่างที่คุณต้องการในตัวของกัปตันทีม  เขาเป็นที่เคารพของบรรดาผู้จัดการทีม แฟนบอล และนักเตะ เขาอาจจะไม่เป็นที่ชื่นชอบของแฟนบอลทีมอื่นๆ แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตัวเขา แถมมันอาจเป็นตัวกระตุ้นให้เขาทำอะไรสักอย่าง และเขาก็ทำได้สำเร็จ” อลัน เชียเรอร์

สตีเวน เจอร์ราร์ด (ลิเวอร์พูล)

เกียรติประวัติสำคัญ : แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย, แชมป์ยูฟ่า 1 สมัย, แชมป์เอฟเอคัพ 2 สมัย

“ดูผลงานที่เขาทำในเกมนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ปี 2005 สิ มันเป็นความสำเร็จที่มหัศจรรย์มาก และเป็นหนึ่งในเรื่องที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลย” เอียน ไรท์

 

โทนี่ อดัมส์ (อาร์เซนอล)

เกียรติประวัติสำคัญ : แชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย, แชมป์เอฟเอคัพ 3 สมัย

“เขาคือเซนเตอร์ฮาล์ฟที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาในลีกอังกฤษ เขาเป็นผู้นำและผู้สั่งการที่ยอดเยี่ยม แผงแบ็กโฟร์ที่เขายืนคุมนั้นไม่กลัวใครทั้งนั้น และมันสาหัสสากรรจ์จริงๆในการเผชิญหน้า” อลัน เชียเรอร์ กล่าว

ปาทริก วิเอร่า (อาร์เซน่อล)

เกียรติประวัติสำคัญ : แชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย, แชมป์เอฟเอคัพ 3 สมัย

“วิเอร่าคือฝันร้ายเมื่อคุณต้องเผชิญหน้ากับเขา เขาสามารถเล่นตามเกมได้ถ้าเขาอยากเล่น แต่ถ้าคุณต้องการซัดหรือใช้ร่างกายปะทะกับเขา เขาก็พร้อมจัดให้คุณได้เหมือนกัน” อลัน เชียเรอร์

แวงซองต์ กอมปานี (แมนฯ ซิตี้)

เกียรติประวัติสำคัญ : แชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย, แชมป์เอฟเอคัพ 2 สมัย

“เขาเป็นนักเตะและเป็นผู้นำที่สุดยอด เขาเริ่มต้นอาชีพในตำแหน่งกองกลาง ก่อนจะถอยมาเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟ และคว้าแชมป์ได้มากมาย เขาเป็นขวัญใจของแฟนบอล รวมถึงในแง่ของความสัมพันธุ์กับสโมสรด้วย” อลัน เชียเรอร์

เนมานยา วิดิช (แมนฯ ยูไนเต็ด)

เกียรติประวัติสำคัญ : แชมป์พรีเมียร์ลีก 5 สมัย, แชมป์เอฟเอคัพ 5 สมัย, แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย, แชมป์ยูโรป้า ลีก 1 สมัย

“เขาดุดันเนื่องจากถิ่นฐานที่เขามา (เซอร์เบีย) ผมไม่สามารถไปโต้แย้งอะไรได้เลยในความสำเร็จที่เขาได้มา  นี่คือนักเตะและกัปตันทีมที่มหัศจรรย์” อลัน เชียเรอร์

อลัน เชียเรอร์ (นิวคาสเซิล)

เกียรติประวัติสำคัญ : แชมป์พรีเมียร์ลีก 1 สมัย

“เหตุผลอย่างเดียวที่คุณได้มีชื่ออยู่ในลิสต์ เพราะนี่อาจเป็นหัวข้อเดียวที่เราจะสามารถดึงคุณเข้ามาอยู่ในโผได้” แกรี่ ลินิเกอร์ แซวดาวยิงรุ่นน้อง ซึ่งเคยสัมผัสแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ล่าตาข่ายให้กับแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (ลิเวอร์พูล)

 

เกียรติประวัติสำคัญ : แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย, แชมป์ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 1 สมัย

“เขาก้าวเดินตามรอยของสตีเวน เจอร์ราร์ด ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เล่นอังกฤษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล และเมื่อเขาเข้ามาเป็นกัปตัน สโมสรก็ได้ถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก และก็กำลังจะได้แชมป์พรีเมียร์ลีก เขาทำหน้าที่ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ” แกรี่ ลินิเกอร์

เวส มอร์แกน (เลสเตอร์)

เกียรติประวัติสำคัญ : แชมป์พรีเมียร์ลีก 1 สมัย

“ด้วยต้นสังกัดที่เขาอยู่ และแนวทางที่เลสเตอร์ทำได้ นี่คือมหัศจรรย์ของพรีเมียร์ลีก เขาพาทีมฟันฝ่ามาตลอดทั้งฤดูกาล หนึ่งในช่วงเวลาที่ผมชอบมากคือตอนที่เวสชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก แล้วเขาหลับตา มันดูมหัศจรรย์และเป็นช่วงเวลาของทำเป้าหมายได้สำเร็จ” เอียน ไรท์

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

>> ก็คนมันว่าง!! รวมแข้งดังเดาะม้วนกระดาษชำระ สู้ภัยโควิด-19 (ชมคลิป)

>> กรณีพิเศษ!! ศึกลูกหนัง"เจลีก"ประกาศซีซั่นนี้ไม่มีทีมตกชั้น

– ดูบอลสดฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่

 

จากยูโร 2020 สู่ยูโร 2021...ทางออกที่ดีที่สุด ณ เวลานี้ของลูกหนังยุโรป

Mar 19, 2020

ในที่สุด ยูฟ่าก็ตัดสินใจเลื่อนศึกฟุตบอล “ยูโร 2020” ไปเป็น “ยูโร 2021” เรียบร้อยแล้วนะครับ

การเลื่อนคิวเตะ “ยูโร” ถือเป็นกีฬาทัวร์นาเมนท์ใหญ่ที่สุดที่ได้รับผลกระทบจากการอาละวาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งตอนนี้เหลือกีฬาระดับ “เฮฟวี่เวท” อีกหนึ่งรายการที่ยังต้องลุ้นว่าจะจัด-ไม่จัด เลื่อน-ไม่เลื่อน นั่นคือ โอลิมปิก 2020 โดยคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ขีดเส้นไว้ว่าภายในเดือนพฤษภาคมนี้ต้องฟันธงแล้วว่าจะเอายังไงต่อไปดี

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ยูฟ่าและองค์กรที่เกี่ยวข้อง เห็นชอบร่วมกันในการเลื่อนศึกยูโรออกไปอีกหนึ่งปีเต็ม ก็เพราะต้องการให้ลีกของแต่ละประเทศ ตลอดจนฟุตบอลสโมสรยุโรป เช่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก หรือ ยูโรป้า ลีก มีเวลามากขึ้น เพื่อจะได้แข่งให้จบซีซั่น และได้ทีมแชมป์อย่างไร้ข้อกังขา 

ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาทางออกอื่นๆ เช่นการตัดจบซีซั่น หรือการยกเลิกผลให้เป็นโมฆะ ดูแล้วอาจจะส่งผลให้เกิดปัญหาตามมาภายหลังอีกมากมาย โดยเฉพาะทีมที่เสียผลประโยชน์

หรือแม้แต่ทีมที่ได้ประโยชน์ ก็คงไม่สามารถเดินยืดอกได้อย่างเต็มภาคภูมิสักเท่าไร

ขณะเดียวกัน การโยกโปรแกรมฟุตบอลยูโรจากเดิม 11 มิ.ย.-11 ก.ค. ปีนี้ ไปเป็น 11 มิ.ย.-11 ก.ค. ปีหน้า น่าจะเป็นทางออกที่แต่ละฝ่าย “เจ็บตัว” น้อยที่สุด เพราะศึกยูโรครั้งนี้มีความพิเศษตรงที่จะมีเจ้าภาพร่วมถึง 12 เมืองจาก 12 ประเทศทั่วยุโรปช่วยกันจัดการแข่งขัน 

นั่นทำให้ “ความเสียหาย” ที่เกิดขึ้นจะไม่ไปลงเปรี้ยงที่ชาติใดชาติเดียว เรียกได้ว่า ร่วมด้วยช่วยกันเจ็บ  

ผิดกับ “โอลิมปิก” ที่ฝ่ายจัดการแข่งขันต้องคิดหนักกว่านี้หลายเท่า เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นมา เจ้าภาพอย่าง “ญี่ปุ่น” รับเละชาติเดียวเต็มๆ 

ทั้งนี้ หลังจากประกาศเลื่อนศึกยูโรไปแล้ว ยูฟ่าก็วางกรอบให้ลีกต่างๆ กลับมาดวลแข้งให้จบฤดูกาลภายในสิ้นเดือนมิ.ย. ซึ่งถือว่าเป็นช่วงระยะเวลาที่สมเหตุสมผล เพราะลีกส่วนใหญ่ก็เข้าสู่ช่วงปลายซีซั่นกันแล้ว และน่าจะจัดคิวเตะให้ครบจบตามโปรแกรมได้  

สำหรับศึกฟุตบอลลีกใหญ่ของยุโรป ไม่ว่าจะเป็น พรีเมียร์ลีก บุนเดสลีกา ลาลีกา ลีกเอิง มีกำหนดเบื้องต้นกลับมาดวลแข้งกันอีกครั้งในช่วงต้นเดือนเมษายน ยกเว้นศึก “เซเรีย อา” ที่ยังเบรกไม่มีกำหนด เพราะสถานการณ์แพร่ระบาดที่อิตาลีนั้นถือว่ารุนแรงที่สุดในยุโรป

 

หลังจากนี้ ทุกคนคงต้องหวังให้สถานการณ์บรรเทาเบาบางลง เพื่อที่เกมลูกหนังจะได้กลับมาลงแข่งขันได้อีกครั้ง และที่สำคัญคือต้องภาวนาไม่ให้มีนักบอล หรือสตาฟฟ์โค้ชคนไหนติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 

เพราะถ้าหากไวรัสยังเพิ่มดีกรีการระบาดหนักขึ้น บอลก็กลับมาเตะไม่ได้ ฤดูกาลก็แข่งไม่จบ

และ “รถแห่” ของบางสโมสรคงอาจจะไม่ได้ออก...ก็ เป็น ด้ายยยย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

>> ต้องเตะให้จบ!! ยูฟ่าขีดเส้นลีกยุโรปแข่งให้เสร็จภายในสิ้นเดือนมิ.ย.

>> โควิด-19 หนักหน่วง!! ยูโร 2020 เลื่อนฟาดแข้งไปกลางปีหน้าแล้ว

– ดูฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่

 

ยิงเต็มข้อ...!!! by บับเบิ้ล : สรุปโปรแกรม “ไทยลีก” ปรับใหม่

Mar 17, 2020

ยิงเต็มข้อ...!!! by บับเบิ้ล : สรุปโปรแกรม “ไทยลีก” ปรับใหม่

ยิงเต็มข้อ, บับเบิ้ล, ฟุตบอลไทย, ไทยลีก, ทีมชาติไทย, เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก, สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ

“ไทยลีก” ประกาศโปรแกรมการแข่งขัน “ไทยลีก 1-4” ฉบับปรับปรุงใหม่ออกมาเรียบร้อยแล้ว โดยเกมจะเริ่มกลับมาเตะกันใหม่ตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย.เป็นต้นไป

แต่ไม่มีใครมั่นใจได้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกหรือไม่ เพราะสถานการณ์แพร่ระบาด ‘COVID - 19’ ยังน่าเป็นห่วง

เบื้องต้นเท่าที่รู้มีความเป็นไปได้สูงว่าเกมที่จะกลับมาเตะกันใหม่มีโอกาสจะเล่นแบบ “ปิดสนามแข่งขัน” ค่อนข้างสูง

นอกเสียจากว่าเหตุการณ์จะบานปลายไปมากกว่าเดิมจนถึงขั้นไม่สามารถแข่งขันได้เลย ถ้าเป็นแบบนั้นอาจต้องเลื่อนการแข่งขันออกไปอีก

สถานการณ์ตอนนี้จึงต้องลุ้นกันแบบวันต่อวัน เอาเป็นว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ตอนนี้ยึดตามแผนเดิมและยึดโปรแกรมใหม่ของ “ไทยลีก” เป็นแนวทางก่อน

สำหรับโปรแกรมใหม่ที่แก้ไขมาต้องถือว่าเป็นความพยายามที่จะจัดสรรให้ลงตัวที่สุดแล้ว ดูรวมๆแล้วถือว่าค่อนข้างโอเคอยู่

ทั้ง “ไทยลีก” และฟุตบอลถ้วย “เอฟเอคัพ” และ “ลีกคัพ” ยังอยู่ครบ รวมถึง “ทีมชาติไทย” ถูกวางโปรแกรมเผื่อไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

ยิงเต็มข้อ, บับเบิ้ล, ฟุตบอลไทย, ไทยลีก, ทีมชาติไทย, เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก, สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ

“ไทยลีก” เลือกที่จะยกเอาการประกบคู่ตาม “แมตช์เดย์” เดิมมาเรียงวันเตะใหม่ ไม่ใช่เอาโปรแกรมที่เลือนเตะไป 4 นัดในแมตช์เดย์ที่ 5-8 มาแทรกลงตามโปรแกรมเดิม

สาเหตุเพราะการจัดโปรแกรม “ไทยลีก” ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของ ‘GotPro’ คำนวนความเหมาะสมในเกม “เหย้า” และ “เยือน” ให้ลงตัวทุกอย่างแล้ว

ดังนั้นจึงเอาการเรียงโปรแกรมตามแมตช์เดย์ที่ระบบของ ‘GotPro’ คำนวนไว้แล้วเป็นหลัก หลังจากนั้นจึงระดมความคิดกันว่าจะล็อกวันลงตรงไหนให้เหมาะสมที่สุด

จนในที่สุดได้โปรแกรมการแข่งขันออกมา สรุปคร่าวๆคือเกมจะเริ่มต้นวันที่ 18 เม.ย.เป็นแมตช์เดย์ที่ 5 ไล่เรียงกันไปตามปกติ

เกม “เลกแรก” จากที่เดิมจะต้องจบวันที่ 14 มิ.ย.ขยับไปปิดเลกแรกวันที่ 20-21 มิ.ย. แล้วเตะ “เลกสอง” ต่อทันทีในวันที่ 27-28 มิ.ย. ก่อนไปปิดฤดูกาลตามเดิมในวันที่ 24 ต.ค.

แน่นอนว่าโปรแกรมการแข่งขันจะถูกอัดแน่นมากขึ้นเพราะมีเกมเลื่อนมา แต่สำหรับ “ไทยลีก” จะมีนัดกลางสัปดาห์หรือ “มิดวีค” เพิ่มมาแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้น

จากเดิมทั้งปี 2020 จะมีเกมกลางสัปดาห์ 4 นัด เตะไปแล้ว 1 นัดควรจะเหลือแค่ 3 นัด แต่เมื่อปรับโปรแกรมใหม่จะทำให้นัด “มิดวีค” มีเหลือเป็น 4 นัด

อย่างไรก็ดีในช่วงกลางสัปดาห์จะกลายเป็นฟุตบอลถ้วยทั้ง “เอฟเอคัพ” และ “ลีกคัพ” ที่ถูกใส่เข้ามา

ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง “เอฟเอคัพ” จะเริ่มรอบคัดเลือกวันที่ 29 เม.ย. ก่อนเตะรอบ 64 ทีมวันที่ 13 พ.ค.เป็นต้นไป จนกระทั่งถึงนัดชิงชนะเลิศวันที่ 31 ต.ค.

ส่วน “ลีกคัพ” เริ่มเตะรอบคัดเลือกวันที่ 6 พ.ค. ต่อด้วยเพลย์ออฟวันที่ 3 มิ.ย.แล้วเล่นรอบ 32 ทีมสุดท้ายวันที่ 1 ก.ค. ก่อนไปชิงชนะเลิศวันที่ 27 ก.ย.

ดูตามโปรแกรมที่วางไว้แล้วในแต่ละเดือนตั้งแต่พฤษภาคม มิถุนายน และ กรกฎาคม วันพุธของแต่ละเดือนจะมีเตะ 2 พุธ และว่าง 2 พุธ

ขณะที่โปรแกรมของทีมชาติไทยในช่วง “ฟีฟ่าเดย์” ถูกวางไว้วันที่ 1-2 มิ.ย.และ วันที่ 21 ก.ย. ถึง 16 ต.ค.

แต่ทั้งนี้ยังต้องรอความชัดเจนจาก “ฟีฟ่า” และ “เอเอฟซี” ก่อนว่าจะจัดโปรแกรม “ฟุตบอลโลก 2020” รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ลงวันไหนบ้าง จากนั้นจึงจะวางโปรแกรมให้สอดคล้องได้ถูก

นี่คือโปรแกรมที่ “ไทยลีก” จัดเตรียมไว้คร่าวๆ แต่ทั้งนี้ยังมีตัวแปรให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ ‘COVID - 19’ และทีมสโมสรของไทยที่มีแข่งนานาชาติ

ยิงเต็มข้อ, บับเบิ้ล, ฟุตบอลไทย, ไทยลีก, ทีมชาติไทย, เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก, สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ

อย่าลืมว่า “สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด” ยังมีภารกิจใน “เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 2020” เหลืออีกตั้ง 4 เกม

ตามแผน “กว่างโซ้ง” จะต้องเตะเกมชิงแชมป์สโมสรเอเชีย 4 เกมที่เหลือในช่วงวันจันทร์หรืออังคารตลอดเดือนพฤษภาคมแบบทุกสัปดาห์

ดังนั้นโปรแกรมของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ต้องกระทบชิ่งถึง “ไทยลีก” ให้มีการขยับตามแน่นอนในบางคู่

นอกจากนั้นยังรวมถึง “ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรอาเซียน 2020” ที่ทั้ง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด และ พีที ประจวบ ต้องไปเตะก็ยังไม่รู้ว่าจะเอายังไงต่อ เตะตามเดิมหรือไม่ แล้วเริ่มวันไหน

ดังนั้นโปรแกรมการแข่งขันที่วางไว้จึงอาจต้องมีการขยับเปลี่ยนแปลงแน่นอน ยังไงแล้วขอให้เปลี่ยนแปลงให้น้อยที่สุดและให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทั้งระบบแล้วกัน

ไม่มีใครอยากให้สถานการณ์ของฟุตบอลไทยและเมืองไทยวุ่นวายแบบนี้ แต่เมื่อ ‘COVID - 19’ มาป่วนแบบไม่มีใครเชิญ เราก็ต้องฝ่าวิกฤตผ่านมันไปด้วยกันให้ได้ ไทยแลนด์...สู้โว้ยยยยย

“บับเบิ้ล”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

>> ยิงเต็มข้อ...!!! by บับเบิ้ล : ‘COVID-19’ ป่วนโลก..ป่วนบอลไทย !!!

>> ยิงเต็มข้อ...!!! by บับเบิ้ล : เดินเครื่อง...ฟุตบอลไทยยุค “บิ๊กอ๊อด 2”

 

– ดูบอลสด ฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่

5 ดาวยิงค่าตัวแพงตั้งแต่ทีนเอจแต่ตอบแทนสโมสรได้สุดคุ้ม by ต้อง แคลปแฮม

Mar 12, 2020

5 ดาวยิงค่าตัวแพงตั้งแต่ทีนเอจแต่ตอบแทนสโมสรได้สุดคุ้ม by ต้อง แคลปแฮม

ฟุตบอลลีกต่างประเทศ, สกู๊ปกีฬา, ต้อง แคลปแฮม, เซร์จิโอ กุน อเกวโร่, เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, เวย์น รูนี่ย์, คิลิยัน เอ็มบัปเป้, ทรูไอดี

พูดถึงโลกฟุตบอลในปัจจุบันสิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ารุดหน้าไปไกลกว่าเทคโนโลยียุค 5G ก็คือค่าตัวของนักฟุตบอลเพราะทุกวันนี้ไม่ว่าอยากจะได้นักเตะคนไหนมาร่วมทีม ก็ต้องจ่ายเงินไม่ต่ำกว่าหลักร้อยล้านพันล้านบาท แต่คุณเคยสงสัยไหมว่าแล้วนักเตะค่าตัวแพงเหล่านี้ใครที่เล่นคุ้มค่าตัวกันบ้าง โดยเฉพาะตำแหน่งกองหน้าที่ว่ากันว่ามักจะเป็นตำแหน่งที่ค่าตัวถล่มทลายเสมอ วันนี้ผมเลยใช้เวลาจัดลำดับ 5 ดาวยิงค่าตัวแพงตั้งแต่วัยกระเตาะแต่ยิงกระหน่ำจนเป็นทีลือลั่นสั่นสะเทือนวงการลูกหนังโลกยุค 5G มาให้ติดตามกัน

อันดับ 5 เซร์จิโอ กุน อเกวโร่ 
(อินดิเพนเดียนเต้ ไป แอตเลติโก มาดริด ค่าตัว 17 ล้านปอนด์ เดือนพฤษภาคมปี 2006)

ฟุตบอลลีกต่างประเทศ, สกู๊ปกีฬา, ต้อง แคลปแฮม, เซร์จิโอ กุน อเกวโร่, เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์, เซร์จิโอ รามอส, เวย์น รูนี่ย์, คิลิยัน เอ็มบัปเป้, ทรูไอดี
คงไม่มีใครปฏิเสธหากจะบอกว่าดาวยิงร่างตันคนนี้คือกองหน้าที่คมที่สุดคนหนึ่งในโลก เขาเริ่มต้นค้าแข้งระดับอาชีพในบ้านเกิดกับสโมสรอินดิเพนเดียนเต้ ซึ่งเขาสร้างชื่อด้วยการกดไป 18 ประตูจากการลงสนาม 36 นัดในฤดูกาลแรก(2005/06) จนเตะตาแมวมองทีม"ตราหมี"แอตเลติโก มาดริด พร้อมยอมควักเงินจำนวน 16.5 ล้านปอนด์ เพื่อคว้าตัวกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์วัยเพียง 18 ปีมาร่วมทัพในช่วงพฤษภาคมปี 2006 ก่อนจะสร้างผลงานด้วยการกระหน่่ำ 100 ประตูจาก 230 นัดที่ลงเล่นในสีเสื้อทีมตราหมีจนกระทั่งปี 2011 "เรือใบสีฟ้า"แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมมหาเศรษฐีจากเกาะอังกฤษทุ่มซื้อกองหน้ารายนี้อีกครั้งด้วยค่าตัวสูงถึง 36 ล้านปอนด์ ซึ่งนับตั้งแต่บัดนั้นเขาก็สถาปนาตัวเองเป็นกองหน้าเบอร์ 1 ของทีมเรือใบสีฟ้ามาโดยตลอด ปัจจุบันกองหน้าวัย 31 ปีผู้นี้ลงสนามให้กับต้นสังกัดไปแล้ว 367 นัดและยิงได้ถึง 234 ประตู ซึ่งดูท่าทีแล้วจำนวนประตูของเขาจะไม่หยุดเพียงเท่านี้แน่นอน

อันดับ 4 เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์
(เร้ดบูลล์ ซัลบวร์ก ไป โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ค่าตัว 17 ล้านปอนด์ เดือนมกราคมปี 2020)

ฟุตบอลลีกต่างประเทศ, สกู๊ปกีฬา, ต้อง แคลปแฮม, เซร์จิโอ กุน อเกวโร่, เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์, เซร์จิโอ รามอส, เวย์น รูนี่ย์, คิลิยัน เอ็มบัปเป้, ทรูไอดี

เชื่อว่าชั่วโมงนี้คงไม่มีคอบอลคนไหนไม่รู้จัก"เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์"ดาวยิงวัย 19 ปีชาวนอร์เวย์เจี้ยนเพราะเจ้าหนูคนนี้เล่นได้เกินวัยไปมากโข ด้วยส่วนสูงถึง 194 เซนติเมตรซึ่งทำให้ได้เปรียบในการเล่นลูกกลางอากาศ แต่การเล่นบอลบนภาคพื้นดินก็ทำได้อย่างไม่มีที่ติและมีการจบสกอร์ที่เฉียบขาดทั้งเท้าซ้ายและขวา แม้ว่าเขาจะเริ่มต้นด้วยการค้าแข้งในบ้านเกิดอย่างนอร์เวย์ แต่ทีมที่เข้าสร้างชื่อกลับเป็น"เร้ดบูลล์ ซัลบวร์ก" ทีมดังแห่งออสเตรียเพราะเพียงฤดูกาลแรกที่เข้าย้ายมาเขาก็โชว์ฟอร์มระเบิดประตูแบบถล่มทลาย เมื่อกดไป 29 ประตูจากการลงสนามเพียง 27 นัดให้กับทีมกระทิงสีแดงแห่งออสเตรีย จึงไม่แปลกใจที่หลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปจะยื้อแย่งดาวยิงหน้าละอ่อนผู้นี้ไปร่วมทีม

สุดท้ายเมื่อตลาดซื้อขายนักเตะช่วงหน้านหนาวที่ผ่านมาก็กลายเป็นทีม"เสือเหลือง"โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แห่งศึกบุนเดสลีก้า เยอรมันที่คว้าตัวดาวเตะรายนี้ไปด้วยค่าตัว 17 ล้านปอนด์ ซึ่งตั้งแต่ย้ายมาราว 2 เดือนเศษ เขาลงสนามให้ทีมไปเพียง 9 นัดและยิงไปถึง 12 ประตู ทำให้ถึงตอนนี้เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ยิงรวมกันไปแล้วถึง 40 ประตูกับการลงสนามให้กับ 2 สโมสรในปีนี้ รวมถึงเป็นนักเตะดาวรุ่งที่ซัดประตูในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้ 10 ประตูตั้งแต่ฤดูกาลที่ลงแข่งขัน ซึ่งนี่คือสิ่งการันตีได้ว่าแม้อายุจะน้อยแต่มีค่ามหาศาลกับทีม

อันดับ 3 เวย์น รูนี่ย์ 
(เอฟเวอร์ตัน ไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ค่าตัว 27 ล้านปอนด์ เดือนสิงหาคมปี 2004)

ฟุตบอลลีกต่างประเทศ, สกู๊ปกีฬา, ต้อง แคลปแฮม, เซร์จิโอ กุน อเกวโร่, เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์, เซร์จิโอ รามอส, เวย์น รูนี่ย์, คิลิยัน เอ็มบัปเป้, ทรูไอดี


ย้อนกลับไปในปี 2004 การย้ายทีมของ"เจ้าหนูเวย์น"เวย์น รูนี่ย์ กลายเป็นข่าวใหญ่สะเทือนวงการฟุตบอลเมืองผู้ดีมากที่สุด เมื่อ"ปิศาจแดง"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทุบคลังเบิกเงินก้อนโตจำนวน 27 ล้านปอนด์ เพื่อไปสู่ขอดาวยิงวัย 19 ปีซึ่งถูกยกให้เป็นว่าที่ดาวยิงเบอร์ 1 ทีมชาติอังกฤษจาก"ท๊อฟฟี่สีน้ำเงิน"เอฟเวอร์ตัน ซึ่งก่อนจะย้ายมานั้นหลายคนตั้งข้อสงสัยว่าเขาจะดีพอกับค่าตัวระดับนี้หรือไม่ เขาพิสูจน์ตัวเองมาแค่ไหน แม้ว่าจะมีดีกรีเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ติดทีม"สิงโตคำราม"ชุดใหญ่ด้วยวัยเพียง 17 ปี 111 วันเท่านั้น ซึ่งดาวยิงผู้นี้สยบคำวิจารณ์ต่างๆได้ตั้งแต่นัดแรกที่ลงสนามให้กับ"ปิศาจแดง"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังกดแฮททริกได้เลยในเกมที่เปิดบ้านไล่ถล่ม เฟเนร์บาเช่จากตุรกีไปยับเยินถึง 6-2 จากนั้นเขาก็ไม่เคยหยุดสร้างสถิติอีกเลยตลอดเวลา 13 ปีที่ค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด

โดยเจ้าของฉายา"กองหน้าหมูบิน"ผู้นี้กลายร่างเป็นเครื่องจักรสังหารประตูระดับโลก หลังเดินหน้ากระหน่ำประตูไปถึง 253 ประตูจาก 559 นัด จนกลายเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสรแทนที่สถิติของบ็อบบี้ ชาร์ลตันที่อยู่มายาวนานถึง 44 ปีได้ในปี 2017 นอกจากความสำเร็จกับสโมสรแล้วเขายังสามารถก้าวขึ้นไปเป็นดาวยิงเบอร์ 1 ทีมชาติอังกฤษได้ตามความคาดหมายด้วยสถิติการยิงไป 53 ประตูจากการรับใช้ชาติ 120 นัด ปัจจุบันเวย์น รูนี่ย์ในวัย 34 ปียังคงค้าแข้งระดับอาชีพอยู่กับทีม"แกะเขาเหล็ก"ดาร์บี้ เคาน์ตี้ในลีกแชมเปี้ยนชิพ อังกฤษในฐานะผู้เล่นและผู้จัดการทีม แต่ผลงานของเขายังคงจารึกและตราตึงในใจของเหล่าสาวกผีแดงไม่เคยเสื่อมคลาย

 

อันดับ 2 คิลิยัน เอ็มบัปเป้
(โมนาโก ไป เปแอสเช ค่าตัว 150 ล้านปอนด์ เดือนสิงหาคมปี 2018)

ฟุตบอลลีกต่างประเทศ, สกู๊ปกีฬา, ต้อง แคลปแฮม, เซร์จิโอ กุน อเกวโร่, เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์, เซร์จิโอ รามอส, เวย์น รูนี่ย์, คิลิยัน เอ็มบัปเป้, ทรูไอดี

"คิลิยัน เอ็มบับเป้"ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศสวัย 21 ปีดีกรีแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ถือเป็นกองหน้าที่ว่ากันว่าจะขึ้นมาเทียบชั้นนักเตะระดับโลกรายต่อไป โดยกองหน้าความเร็วสูงผู้นี้แจ้งเกิดกับทีมดังจากฝรั่งเศสอย่าง"โมนาโก"หลังถูกดันจากผู้เล่นชุดเยาวชนมาสู่ทีมชุดใหญ่ระหว่างปี 2015-17 เขาลงสนามไป 41 นัดและยิงได้ 16 ประตู ซึ่งหลังจากนั้น"เปแอสเช"ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ก็เป็นเสือปืนไวเมื่อจัดการยืมตัวดาวเตะรายนี้พ่วงออฟชั่นซื้อขาดในทันทีในฤดูกาลถัดมา ซึ่งเพียงแต่ฤดูกาลแรกที่ย้านมาเขาก็กระหน่ำประตูไป 21 ลูกจากการลงสนาม 46 นัด ก่อนที่จะถูกดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ กุนซือทีมชาติฝรั่งเศสเรียกไปติดทัพฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย พร้อมโชว์ฟอร์มจนคว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมและยิงไป 4 ประตูในฟุตบอลโลกครั้งแรกของเจ้าตัวในวัย 19 ปีจนพาทีมคว้าแชมป์ได้ในท้ายที่สุด

โดยหลังจากที่จบฟุตบอลโลก 2018 "เปแอสเช"ก็ประกาศคว้าตัวดาวยิงรายนี้มาร่วมทีมถาวรด้วยค่าตัวสูงถึง 150 ล้านปอนด์ ซึ่งเขาก็ไม่ทำให้แฟนๆผิดหวังเมื่อกระหน่ำยิงไปอีก 39 ลูกจาก 43 ที่ลงสนามทุกถ้วยทุกรายการในขวบปีที่ 2 กับทีมเมืองหลวง ขณะที่ในฤดูกาลนี้เขายังคงรักษามาตรฐานตัวเองได้อย่างต่อเนื่องหลังลงสนามไปแล้ว 32 นัดและยิงได้ 30 ประตู รวมถึงการทำแฮททริคมาหมาดๆในฟุตบอลถ้วยของฝรั่งเศส รอบรองชนะเลิศที่"เปแอสเช"พลิกกลับมาชนะ"โอลิมปิก ลียง"ไป 5-1 ทำให้ถึงตอนนี้คิลิยัน เอ็มบับเป้ ลงสนามให้เปแอสเชไปแล้ว 119 นัดและยิงให้ทีมไปแล้วถึง 90 ประตูหรือถ้าจะให้เทียบเป็นค่าเฉลี่ยแล้วเขาจะยิงประตูได้ทุกๆ 1.32 นัด ถือว่าเป็นค่าเฉลี่ยการยิงประตูที่สูงมาก ซึ่งสถิติของเขายังไม่หยุดเพียงเท่านี้แน่นอน 

อันดับ 1 คริสเตียโน่ โรนัลโด้
(สปอร์ติ้ง ลิสบอน ไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ค่าตัว 12.25 ล้านปอนด์ เดือนสิงหาคมปี 2003)

คริสเตียโน่ โรนัลโด้

“ผมเห็นเขาครั้งแรกในเกมพรีซีซั่นกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน และโรนัลโด้ ลงเล่นเจอกับจอห์น โอเชีย เขาเล่นวิ่งกระชากแนวรับของเราซะวิ่น ผมคิดในตอนนั้นว่ามันไม่ปกติแล้วที่จะเห็นความสามารถแบบนี้กับนักเตะอายุน้อยแค่นี้ กับการเล่นไปกับบอล และความสามารถที่เป็นธรรมชาติของเขา หลังเกมผมส่งข้อความหาฟิล น้องชายของผมว่าเราต้องเซ็นสัญญากับเขา และนักเตะของเราหลายคนก็คุยกับโค้ชเรื่องของเขา” นี่คือคำพูดจากปากของแกรี่ เนวิลล์ อดีตแบ๊คขวาตำนานของทีมปิศาจแดงที่บรรยายสรรพคุณของ"คริสเตียโน่ โรนัลโด้" ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาเห็นเด็กหนุ่มคนนี้ปะทะต้นสังกัดของเขาในเกมอุ่นเครื่องที่ลิสบอนในวันที่ 6 สิงหาคม 2003 ก่อนที่อีก 6 วันต่อมาเขาก็กลายเป็นนักเตะของ"ปิศาจแดง"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดด้วยค่าตัว 12.25 ล้านปอนด์ พร้อมสถิติการเป็นนักเตะทีนเอจค่าตัวแพงที่ในของฟุตบอลอังกฤษ ณ ตอนนั้น ซึ่งหลายคนต่างคาดไว้ว่าเจ้าหนูจากแดนฝอยทองจะสร้างความแตกต่างให้กับอสูรสีแดงได้ แต่ 2-3 ปีแรกของเขาในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดนัั้นถือว่าไม่เป็นชิ้นเป็นอันมากนักจนถูกแฟนบอลและนักวิจารณ์ของเมืองผู้ดีมองว่าเขา ไม่ใช่ของจริง! 

หลังจากนั้นเขาตั้งหน้าตั้งตาฝึกซ้อมอย่างหนักทั้งร่างกายและทักษะฟุตบอล จนกระทั่งฤดูกาล 2006-07 คำว่า "ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน" ก็ถูกทำให้เห็นโดยเขาคนนี้ เมื่อเขากลับมาด้วยร่างกายที่กำยำ, ลีลาการเล่นที่แน่นอนมากขึ้นและบรรจงกดไป 23 ประตูในฤดูกาลดังกล่าว พร้อมพาทีมปิศาจแดงกลับมาคว้าแชมป์ลีกได้หลังห่างหายไปนาน 3 ฤดูกาล ก่อนที่ฤดูกาลถัดมาเขาจะพาคว้าทีมดับเบิ้ลแชมป์ด้วยฟอร์มที่สุดยอด ด้วยการยิงไป 42 ประตูจากการลงสนาม 49 นัดเท่านั้นทำให้ทีมรักษาแชมป์ลีกและซิวแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกสมัยที่ 3 มาครองได้สำเร็จ จนทำให้เขาก้าวขึ้นไปคว้ารางวัลบัลลงดอร์มาครองเป็นครั้งแรกในชีวิตอีกด้วย ก่อนที่ฤดูกาลต่อมาเขาจะทิ้งทวนปีสุดท้ายกับทีมด้วยการพาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์(พรีเมียร์ลีก, ลีกคัพ)อีกครั้งเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

ฤดูกาลถัดมาเขาก็ย้ายไปค้าแข้งกับ"ราชันชุดขาว"เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวสูงถึง 80 ล้านปอนด์ ซึ่งทำให้เขากลายนักเตะที่มีสถิติค่าตัวแพงที่สุดในโลกในตอนนั้น ซึ่งที่นี่เองทำให้เขายกระดับตัวเองขึ้นไปอีกขั้นด้วยการถล่มประตูไป 450 ประตูจากการลงสนาม 438 นัดรวมทุกรายการตลอด 9 ปีในสเปน พร้อมคว้าแชมป์มากมายทั้งยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 4 สมัย, ลา ลีก้า, โกปา เดล เรย์, สแปนิช ซุปเปอร์คัพและยูฟ่า ซุปเปอร์คัพอย่างละ 2 สมัยและฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลกอีก 3 สมัยด้วยกัน รวมถึงการคว้ารางวัลส่วนตัวอย่างบัลลงดอร์มาครองเพิ่มได้อีก 4 สมัย ปัจจุบันโรนัลโด้ในวัย 35 ปี ค้าแข้งอยู่กับ"ม้าลาย"ยูเวนตุส ในศึกกัลโช่ เซ เรียอาเป็นฤดูกาลที่ 2 ซึ่งเขายังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเพียงฤดูกาลแรกเขาก็พาทีมคว้าได้ทั้งแชมป์ลีกและบอลถ้วยของอิตาลี ขณะที่ในฤดูกาลนี้โรนัลโด้ลงสนามไปแล้ว 32 นัดและยิงไป 25 ประตูในทุกรายการ พร้อมผ่านการลงสนามในฐานะนักฟุตบอลอาชีพเกิน 1,000 นัดเรียบร้อยแล้ว

นี่คือ 5 ดาวยิงที่ค่าตัวแพงตั้งแต่วัยทีนเอจในฟุตบอลยุค 5G ที่ผมมองว่าน่าจะคุ้มค่าตัวสุดๆ แต่นอกจาก 5 คนนี้ก็ยังมีดาวยิงอีกหลายคนที่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอบแทนสโมสรได้อย่างดงาม เช่น ลิโอเนล เมสซี่ที่พาทีม"เจ้าบุญทุ่ม"บาร์เซโลน่าคว้าแชมป์มามากมาย แต่เขายังไม่เคยย้ายไปทีมไหนด้วยค่าตัวมหาศาลเลย หวังว่านักเตะที่ผมเลือกมาอาจจะถูกใจคอบอลกันบ้างนะครับ ส่วนใครที่เป็นดาวยิงวทีนเอจค่าตัวแพงที่คุณคิดว่าคุ่มค่าบ้าง ก็บอกกันมาให้ผมได้รับรู้กันบ้างนะครับ   

ต้อง แคลปแฮม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ยุคนี้หงส์เจ๋งกว่า! แม็คก้ามั่นใจ "ซาลาห์" เมินย้ายซบมาดริด

ทนไม่ไหว!! น้ามู เผย ดายเออร์ โดนด่าครอบครัว จนมีเรื่องแฟนไก่ (ชมคลิป)

 

– ดูฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่