TRUE TALK : ลิเวอร์พูล (มักจะ) ผ่าน "สถานการณ์คับขัน" ไปได้เสมอ ... by "บก.เก้น"

TRUE TALK : ลิเวอร์พูล (มักจะ) ผ่าน "สถานการณ์คับขัน" ไปได้เสมอ ... by "บก.เก้น"
kentnitipong
12 ธ.ค. 61
238
4

นับตั้งแต่ติดตาม ลิเวอร์พูล มาตั้งแต่ปี 1995 นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ “เรา” ต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้

 

 

โดยเฉพาะเงื่อนไข “ต้องชนะสถานเดียว”

– การโกงความตายในช่วงท้ายเกมเหนือ โอลิมเปียกอส จากลูกยิงสุดมหัศจรรย์ของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด
– ปาฏิหาริย์ค่ำคืนแห่ง “อิสตันบูล” จากตามหลังสามประตู สู่ชัยชนะ และโทรฟี่ “บิ๊กเอียร์ส” สมัยที่ 5
– “สตีวี จี” คนเดิมที่มาซัดเปรี้ยงในวินาทีสุดท้าย ต่อลมหายใจให้ “หงส์แดง” กลับมาคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ แบบปวดใจแฟนขุนค้อน
– ลูกโหม่งของ เดยัน ลอฟเรน ในช่วงทดเจ็บ พาทีมพลิกแซง ดอร์ทมุนด์ ท่ามกลางความมึนของของแฟนบอลทั้งโลก

ที่กล่าวมาข้างต้น ล้วนแต่เป็นเหตุการณ์ที่ผองเพื่อน “เดอะ ค็อป” ไม่มีวันลืมเลือน…

แต่วันนี้ผมจะพาทุกท่านย้อนไปนึกถึงเหตุการณ์หนึ่งที่แอนฟิลด์ สถานที่เดิม เงื่อนไขคล้ายๆ เดิม แต่เวลาเปลี่ยน เพราะเรากำลังจะย้อนกลับไปราว 5,840 วันที่แล้ว หรือตีเป็นตัวเลขง่ายๆ ก็ราว 16 ปี

ฤดูกาล 2001/2002 ลิเวอร์พูล ที่ตกอยู่ในที่นั่งลำบากทั้งการขาดนักเตะคลาสบัลลงดอร์อย่าง ไมเคิ่ล โอเว่น รวมถึงสุขภาพของเฮดโค้ชอย่าง เชราร์ด อุลลิเย่ร์ ที่พึ่งฟื้นตัวจากโรคหัวใจ แต่ก็ยังกัดฟันคัมแบ็คที่แอนฟิลด์ ต้องเผชิญหน้ากับ โรม่า ที่พกดีกรีแชมป์สคูเด็ตโต้มาเยือนแอนฟิลด์ ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม รอบสอง นัดสุดท้าย

วันนั้น ลิเวอร์พูล ที่ก่อนลงสนามมีแต้มตามหลัง “หมาป่ากรุงโรม” อยู่สามคะแนน พวกเขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องคว้าชัยให้ได้ เพื่อต่อลมหายใจ และกรุยทางผ่านเข้าสู่รอบควอเตอร์ไฟน่อลตามหลัง บาร์เซโลน่า

ลิเวอร์พูล อาจจะเคยมีประสบการณ์ในเวทียุโรปมากมาย แชมป์ 4 สมัย ณ ขณะนั้น คงเพียงพอที่จะทำให้ โรม่า ยำเกรงในศักดิ์ศรี แต่เกือบลืมไปว่า ฟุตบอลนั้นวัดกันที่ปัจจุบัน ความสำเร็จในอดีตเป็นเพียงแค่ใบเบิกทางที่ดีในระดับหนึ่งเท่านั้น อีกทั้ง โรม่า ในเวลานั้นล้วนแต่เต็มไปด้วยนักเตะระดับโลกไล่มาตั้งแต่แนวรับยันกองหน้า

ชื่อของ อัลดาเอียร์ ปราการหลังแซมบ้าดีกรีแชมป์โลก โผล่ขึ้นมายืนขวางแนวรุกหงส์แดงที่ขึ้นชื่อว่า “เลย” จุดสูงสุดในชีวิตการค้าแข้งมาแล้วอย่าง ยาร์รี่ ลิตมาเน่น นี่ยังไม่รวม วอลเตอร์ ซามูเอล กำแพงยักษ์อาร์เจนไตน์, คริสเตียน ปานุชชี่, แว็งซองต์ ก็องเดล่า บวกกับตัวคุมจังหวะระดับมันสมองอย่าง เอเมอร์สัน, ฮาร์ดแมนที่พร้อมดับเครื่องชนทุกรายอย่าง ดาเมียโน่ ตอมมาซี่ และหัวหอกเจ้าระดับเวิลด์คลาสอย่าง กาเบรียล บาติสตูต้า

นี่ขนาดว่านักเตะอย่าง วินเชนโซ่ มอนเตลล่า, อันโตนิโอ คาสซาโน่ และมาร์โก้ เดลเว็คคิโอ ยังเป็นได้เพียงแค่ตัวสำรอง เทียบกับม้านั่งฝั่งเจ้าถิ่นที่มีชื่อ อิกอร์ บิสคาน, แบร์นาร์ด ดิโอแมด เป็กกี้ อาร์เฟอร์ซัด หรือมิลาน บารอส ก็พอจะเห็นภาพได้ชัดยิ่งขึ้นว่า โรม่า เหนือกว่าทุกกระบวน ยิ่งชื่อชั้นของโค้ชอย่าง อุลลิเย่ร์ ที่เคยล้มเหลวกับทีมชาติฝรั่งเศสนั้น มิอาจเทียบได้กับขงเบ้งมักกะโรนีอย่าง ฟาบิโอ คาเปลโล่ ที่ถูกยกขึ้นหิ้งเป็นกุนซือระดับโลก ได้เลยแม้แต่น้อย

ณ เวลานั้น ลิเวอร์พูล มีเพียงแค่ ยาร์รี่ ลิตมาเน่น เท่านั้น ที่ชื่อชั้นพอฟัดพอเหวี่ยงได้ นอกนั้นยังถูกมองว่าเป็นนักเตะเกรด “เกาะอังกฤษ” ทั้ง สตีเว่น เจอร์ราร์ด, แดนนี่ เมอร์ฟีย์, เอมิล เฮสกี, เจมี่ คาร์ราเกอร์ ขณะที่ ซามี่ ฮูเปีย, สเตฟาน อองโชซ์ หรือ วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์ ก็ไม่ได้โดดเด่นพอที่จะมองว่าต้านทาน โรม่า ได้

“ความไม่พร้อม” เมื่อต้องบวกเงื่อนไข “ต้องชนะสถานเดียว” หลายๆ คนมองว่า ลิเวอร์พูล จบเห่แน่คราวนี้

วันนั้น ลิเวอร์พูล ที่เป็นรองทุกกระบวนท่า ตัดสินใจดาหน้าเปิดเกมรุกเข้าใส่ตั้งแต่สิ้นเสียงนกหวีดแรกของเชิ๊ตดำจากนอร์เวย์ จนกระทั่งมาได้สองประตูสำคัญจาก ลิตมาเน่น และเฮสกี ล้มยักษ์จากอิตาเลียนอย่าง โรม่า ลงได้สำเร็จชนิดหักปากกาเซียนคนทั้งโลก

Peter Byrne/PA via AP

กระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล ต้องลงต่อกรกับคู่ปรับจาก กัลโช่ เซเรีย อา อย่าง นาโปลี อีกครั้ง ด้วยเงื่อนไขเดิมคือ “ต้องชนะสถานเดียว” แถมยังต้องไม่เสียประตูอีกด้วย เพราะทุกหนึ่งลูกที่เสียไป “หงส์แดง” ต้องทำยังไงก็ให้ให้ผลต่างนั้นมากกว่าสองประตู เพื่อไม่ต้องไปยืมจมูกคนอื่นหายใจ นั่นคือโจทย์ที่โคตรยาก เพราะคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าเขาคือ คาร์โล อันเชล็อตติ

แต่ด้วยแพสชั่น และบรรยากาศในแอนฟิลด์ที่เร้าทุกคนให้ยังมีหวัง แม้มันอาจจะดูยากลำบาก บางครั้งโลกของลิเวอร์พูล ก็ดูมืดมน และหม่นหมอง แต่สุดท้าย ลิเวอร์พูล ก็มักจะกลับมาได้เสมอในสถานการณ์ที่มันบีบหัวใจเช่นนี้

แต่สิ่งที่ต่างไปก็คือ ปีนี้เรามีหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในโลกอย่าง อลิสสัน ผู้พิทักษ์ตาข่าย และพาให้ทีมรอดพ้นจากความตายมาหลายต่อหลายเกม

เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค กำลังพิสูจน์ให้แฟนบอลทั้งโลกเห็นว่า ค่าตัวของเขาเป็นเพียงแค่ราคาขนมในร้านสะดวกซื้อ หลังโชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่ง และก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในเกมรับของ ลิเวอร์พูล อย่างแท้จริง

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กำลังกลับคืนสู่ฟอร์มที่ดีอีกครั้ง แถมยังมาในช่วงเวลาที่สำคัญ และเชื่อว่า ซาลาห์ เองพร้อมจะเร่งเครื่องตัวเองให้ก้าวสู่การเป็นนักเตะระดับโลกในช่วงเวลาที่ เมสซี่ กำลังค่อยๆ ถอยตัวเองลงจากบังลังก์

AP Photo/Dave Thompson

ไม่มีใครรู้ครับว่าสุดท้าย ลิเวอร์พูล จะไปได้ไกลแค่ไหนในแชมเปี้ยนส์ ลีก แต่เหนือสิ่งอื่นใด ยอดทีมแห่งเมอร์ซีย์ไซด์ ได้ป่าวประกาศให้โลกรู้อีกครั้งว่า แอนฟิลด์ ยังคงเป็นสังเวียนที่เปี่ยมไปด้วย “ความขลัง” เสมอ โดยเฉพาะกับฟุตบอลยุโรปที่ ลิเวอร์พูล มักจะผ่านไปได้ทุกครั้ง

You’ll never walk alone … คุณจะไม่มีวันเดินเดียวดาย

 

“บก.เก้น”

ดูบอลสดฟรี ไม่มีสะดุด ลูกค้าทรูมูฟ เอช รับเน็ต 2GB ดูทรูไอดีฟรี เปิดทรูไอดีทุกวันรับฟรีทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ – 31 ม.ค.62  คลิกเลย

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

ยอดนิยมในตอนนี้