เครดิตภาพ : pixabay.com โดย Mulamiszczu สำหรับใครที่เป็นเด็กยุค 90 หรือเริ่มดูฟุตบอลในยุค 90 แบบผม โดยเฉพาะเป็นยุคเริ่มต้นความยิ่งใหญ่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยแล้วต้องบอกเลยว่ามีช่วงที่ดูฟุตบอลสนุกสนาม มีความสุขทุกครั้งที่ได้ชมการแข่งขัน ไม่ว่าจะดึกดื่นแค่ไหนก็ต้องตื่นมาดูให้ได้ ผมอยากย้อนความไปถึงในช่วงเวลานั้น ช่วงที่เด็กยุค 90 เริ่มดูฟุตบอล ช่วงที่แมนยู เริ่มล่าอาณานิคมความสำเร็จคืนจากลิเวอร์พูล เครดิตภาพ : freepik.com ปีศาจแดงในครั้งอดีต ผมเริ่มดูฟุตบอลเมื่อปี 1995 ต้องบอกก่อนว่าผมเองก็เหมือนหลาย ๆ ท่าน ที่เริ่มดูฟุตบอลจากบอลไทยก่อนจนเริ่มเห็นว่าฟุตบอลอังกฤษเป็นฟุตบอลที่สนุก เล่นกันรวดเร็ว ดุดัน จนเราต้องหาทีมเชียร์สัก 1 ทีม แล้วก็ไปสะดุดตากับนักฟุตบอลคนนึงที่ชื่อ เอริค คันโตน่า ซึ่งเป็นกัปตันทีมในขณะนั้นที่มีเอกลักษณ์เวลาลงเล่นฟุตบอลต้องทำคอปกสื้อให้ตั้งไว้ คันโตน่าหรือ ก็องโต้ ดูมีบุคลิคความเป็นผู้นำในสนาม เป็นหัวใจของทีมในยุคที่ผมเริ่มดูฟุตบอล แต่ที่ผมเสียดายที่สุดคือผมมีเวลาได้ดูคันโตน่าแค่ไม่กี่ปีก็แขวนสตั๊ดเสียก่อน หลังจากนั้นก็เป็นรอย คีน ได้เข้ามาเป็นตำนานกัปตันคนต่อไป ทริปเปิ้ลแชมป์ในตำนาน จุดที่พีคที่สุดในชีวิตการดูแมนยู คือ ฤดูกาล 1998 - 1999 คือ การคว้าทริปเบิ้ลแชมป์ ใครจะไปเชื่อ แมนยูจะคว้าแชมป์ด้วยผู้เล่นจากอคาเดมี่หลายคน เช่น 2 พี่น้องเนวิลล์ นิคกี้ บัตต์ พอล สโคลส์ เดวิด เบ๊คแฮม และยังมีกำลังสำคัญอายุน้อยในยุคนั้น คือ ไรอัน กิ๊กซ์ โซลชา ยอร์ค โคล และอีกหลายๆคน มีอยู่หลายนัดที่ต้องจำไปอีกนานแสนนาน คือ นัดที่ชนะลิเวอร์พูลในเอฟเอคัพ 2-1 นัดที่ชนะอาร์เซน่อลในเอฟเอคัพ 2-1 รอบรองชนะเลิศยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีกกับยูเวนตุส และที่พีคที่สุดจนกลายเป็นตำนานของฟุตบอลจนถึงปัจจุบัน คือ นัดชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีกที่คัมป์นูกับ บาเยิร์น มิวนิค ที่ยิง 2 ลูกช่วงท้ายเกมส์ หลังจากนั้นอีกแมนยูครองความยิ่งใหญ่นานนับสิบปี ถือได้ว่าเป็นช่วงที่เด็กผีมีความสุขที่สุดอย่างยาวนาน เครดิต : pixabay.com โดย nmoodley ปัจจุบันที่มืดมัว ผมเชื่อว่าแม้ในปัจจุบันนี้แมนยู จะดร็อปลงไปเยอะมาก แต่ถ้าใครที่เป็นเด็กผีตัวจริงก็ต้องให้กำลังใจทีมรักของตัวเอง และเชื่อว่าสักวันนึงทีมของเราจะกลับมาคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้ ซึ่งนับถึงวันที่ผมเขียนบทความนี้ก็ 7 ปี แต่ผมเองก็หวังว่ามันจะไม่ยาวนานนับสิบปี อดทนนะครับเด็กผีทุกท่าน ให้กำลังใจกันต่อไปครับ M.kotaro เครดิตภาพปก : จาก pixabay.com โดย karinsetiawan