รีเซต
เวทเทรนนิ่งต้องยกกี่ครั้งต่อวัน เทคนิคเพิ่มมวลกล้ามเนื้อสำหรับมือใหม่

เวทเทรนนิ่งต้องยกกี่ครั้งต่อวัน เทคนิคเพิ่มมวลกล้ามเนื้อสำหรับมือใหม่

เวทเทรนนิ่งต้องยกกี่ครั้งต่อวัน เทคนิคเพิ่มมวลกล้ามเนื้อสำหรับมือใหม่
WeenayA
27 มกราคม 2569 ( 08:00 )
5

     อยากหุ่นดีต้องรู้ เวทเทรนนิ่งยกเวทกี่ครั้งต่อวัน จึงจะเห็นผลไวที่สุด สำหรับมือใหม่หัดเล่นเวท การตั้งเป้าหมายจำนวนครั้งและเซตให้เหมาะสมคือหัวใจสำคัญของการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ และการลดไขมันอย่างมีประสิทธิภาพ มาเจาะลึกสูตรคำนวณจำนวนครั้ง ตั้งแต่การยกเพื่อพละกำลังไปจนถึงการเสริมความทนทาน พร้อมตารางฝึกแบบมือโปรที่ช่วยให้คุณพัฒนากล้ามเนื้อได้ชัดเจน ปลอดภัยจากการบาดเจ็บด้วยการเวทเทรนนิ่งอย่างถูกวิธี

 

เวทเทรนนิ่งต้องยกกี่ครั้งต่อวัน เทคนิคเพิ่มมวลกล้ามเนื้อสำหรับมือใหม่

 

     การคำนวณจำนวนครั้งรวมในการฝึกเวทเทรนนิ่งต่อวัน ไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับ เป้าหมาย และความแรงในการยกของคุณเป็นหลักโดยมีความแต่ต่างดังนี้

1. จำนวนครั้งแยกตามเป้าหมาย

ในแต่ละเซตจำนวนครั้งที่คุณยกจะมีผลต่อร่างกายต่างกัน

  • เน้นพละกำลัง (Strength): ยกหนักมาก ทำ 1–5 ครั้ง/เซต
  • เน้นสร้างกล้ามเนื้อ (Hypertrophy): ยกหนักปานกลาง ทำ 8–12 ครั้ง/เซต (นิยมที่สุด)
  • เน้นความทนทาน (Endurance): ยกน้ำหนักน้อย ทำ 15–20 ครั้งขึ้นไป/เซต

2. จำนวนครั้งรวมต่อวัน 

หากคุณเป็นมือใหม่หรือระดับกลางที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อ โดยทั่วไปใน 1 วันจะมีการฝึกดังนี้

  • จำนวนท่า: 4–6 ท่าต่อวัน
  • จำนวนเซต: 3–4 เซตต่อท่า
  • จำนวนครั้ง: 8–12 ครั้งต่อเซต

สูตรคำนวณคร่าวๆ: > 5 ท่า × 3 เซต × 10 ครั้ง = 150 ครั้งต่อวัน

โดยปกติแล้ว 100 - 200 ครั้งต่อวัน ถือเป็นช่วงที่เหมาะสมสำหรับคนส่วนใหญ่ หากยกน้อยกว่า 50 ครั้งอาจจะเบาเกินไป (ยกเว้นยกหนักมากจริงๆ) หรือหากเกิน 300 ครั้ง อาจเสี่ยงต่อการบาดเจ็บหรือกล้ามเนื้อล้าเกินความจำเป็น (Overtraining)

 

3. ข้อควรระวัง: คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ

การนับจำนวนครั้งอย่างเดียวอาจหลอกเราได้ สิ่งที่สำคัญกว่าคือ

  • Form (ท่าทาง): ทุกครั้งที่ยก ท่าทางต้องถูกต้อง ไม่เหวี่ยง เพื่อโฟกัสกล้ามเนื้อให้ตรงจุด
  • Intensity (ความเข้มข้น): ใน 2-3 ครั้งสุดท้ายของเซต ควรจะเป็นครั้งที่คุณรู้สึกว่า "เกือบจะยกไม่ไหวแล้ว" (Near Failure) ถึงจะกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อได้ดี
  • Rest (การพัก): ควรพักระหว่างเซต 60–90 วินาที เพื่อให้ร่างกายพร้อมสำหรับเซตถัดไป

หากคุณเพิ่งเริ่มต้น แนะนำให้ตั้งเป้าที่ ประมาณ 120 - 150 ครั้งต่อวัน (แบ่งเป็น 4-5 ท่า ท่าละ 3 เซต เซตละ 10-12 ครั้ง) แล้วสังเกตอาการล้าของกล้ามเนื้อในวันรุ่งขึ้น

 

4. การคำนวณจำนวนครั้งตามขนาดกล้ามเนื้อ

ไม่ใช่ทุกกล้ามเนื้อที่ต้องการจำนวนครั้งเท่ากันใน 1 วัน การแบ่งตามขนาดช่วยให้เรากระจายพลังงานได้ดีขึ้น

  • กล้ามเนื้อมัดใหญ่ (อก, หลัง, ขา): ควรเน้นจำนวนเซตและครั้งรวมที่สูงกว่า ประมาณ 60–80 ครั้งต่อกลุ่มกล้ามเนื้อ/วัน เพราะรองรับน้ำหนักได้มาก
  • กล้ามเนื้อมัดเล็ก (ไหล่, แขน, ท้อง): ไม่จำเป็นต้องยกจำนวนครั้งรวมเยอะเท่ามัดใหญ่ ประมาณ 30–50 ครั้งต่อกลุ่มกล้ามเนื้อ/วัน เพราะล้าได้ง่ายและมักทำงานร่วมกับกล้ามเนื้อมัดใหญ่อยู่แล้ว

5. หลักการ Progressive Overload 

การยก 150 ครั้งต่อวันเท่าเดิมทุกเดือนจะทำให้ร่างกายหยุดพัฒนา คุณควรคำนวณเพื่อเพิ่มความท้าทายทีละน้อย:

  • เพิ่มจำนวนครั้ง: จากเดิมเซตละ 8 ครั้ง เพิ่มเป็น 10 หรือ 12 ครั้ง ในน้ำหนักเดิม
  • เพิ่มน้ำหนัก : หากยก 12 ครั้งแล้วรู้สึกชิลล์ ให้เพิ่มน้ำหนักขึ้น 2–5% แล้วกลับไปเริ่มที่ 8 ครั้งใหม่
  • ลดเวลาพัก: ยกจำนวนครั้งเท่าเดิมแต่พักสั้นลง เพื่อเพิ่มความทนทานและความหนาแน่นของการฝึก 

6. การคำนวณน้ำหนักรวมที่ยกได้

สำหรับคนที่จริงจังการนับแค่จำนวนครั้ง อาจไม่พอต้องดูน้ำหนักรวมด้วย

สูตร: น้ำหนักที่ยก × จำนวนครั้ง × จำนวนเซต = Volume Load

  • ตัวอย่าง:
    • นาย A: ยก 50 kg × 10 ครั้ง × 3 เซต = 1,500 kg
    • นาย B: ยก 40 kg × 15 ครั้ง × 3 เซต = 1,800 kg
  • สรุป: แม้นาย B จะยกน้ำหนักต่อครั้งน้อยกว่า แต่นาย B มี Volume Load สูงกว่า ซึ่งส่งผลดีต่อการสร้างกล้ามเนื้อในบางกรณี

ช่วงจำนวนครั้งตามระดับผู้เล่น

  • มือใหม่ : จำนวนครั้งรวม/วัน 100 – 120 ครั้ง เป้าหมายหลัก ฝึกโฟกัสท่าทาง  เน้นท่าพื้นฐาน (Compound Movements)
  • ระดับกลาง : จำนวนครั้งรวม/วัน 150 – 200 ครั้ง เป้าหมายหลัก สร้างกล้ามเนื้อ/รูปร่าง เริ่มมีการแยกส่วนเล่น (Split Routine)
  • ระดับสูง : จำนวนครั้งรวม/วัน 200 – 300+ ครั้ง เป้าหมายหลัก รายละเอียดกล้ามเนื้อเฉพาะจุด ต้องมีการวางแผนช่วงพักเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ

 

โปรแกรมฝึกเวทเทรนนิ่งแบบสมดุล

เป้าหมาย: สร้างกล้ามเนื้อ (Hypertrophy) |  ท่าที่ 1-4 = 144 ครั้ง ท่าที่ 5 = 36 ครั้ง รวมประมาณ 180 ครั้ง

ท่าที่ 1 Goblet Squat (ถือดัมเบลสควอท)
กล้ามเนื้อหลัก : ขา และ สะโพก
12 ครั้ง x  3 เซต  พักระหว่างเซต 90 วินาที

ท่าที่ 2 Dumbbell Chest Press (นอนยกดัมเบล)
กล้ามเนื้อหลัก : อก และ หลังแขน
12 ครั้ง x 3 เซต พักระหว่างเซต 60-90 วินาที

ท่าที่ 3 One Arm Dumbbell Row (ดึงดัมเบลทีละข้าง)
กล้ามเนื้อหลัก : หลัง และ หน้าแขน
12 ครั้ง x 3 เซต พักระหว่างเซต 60-90 วินาที

ท่าที่ 4 Dumbbell Shoulder Press (ยกดัมเบลเหนือหัว)
กล้ามเนื้อหลัก : ไหล่
12 ครั้ง x 3 เซต พักระหว่างเซต 60 วินาที

ท่าที่ 5 Dumbbell Lunges (ก้าวขา)
กล้ามเนื้อหลัก : ขา และ ก้น
12 ครั้ง x 3 เซต พักระหว่างเซต 60-90 วินาที

ท่าที่ 6 Plank (แพลงก์)
กล้ามเนื้อหลัก : แกนกลางลำตัว
30-45 วินาที x 3 เซต พักระหว่างเซต 60 วินาที

 

8. สัญญาณเตือนว่า "จำนวนครั้ง" ของคุณเริ่มผิดปกติ

  • มากเกินไป (Over-training): นอนไม่หลับ, ปวดข้อต่อมากกว่าปวดกล้ามเนื้อ, อ่อนเพลียเรื้อรัง, พละกำลังลดลงในวันถัดไป
  • น้อยเกินไป (Under-training): ไม่รู้สึกตึงหรือปวดกล้ามเนื้อเลย (No DOMS), อัตราการเต้นหัวใจแทบไม่เปลี่ยนแปลง, ร่างกายไม่มีการเปลี่ยนแปลงใน 4-6 สัปดาห์

 

บทความที่คุณอาจสนใจ

ดาวน์โหลด ทรูไอดีแอป
ดาวน์โหลด ทรูไอดีแอป
สัมผัสโลกไร้ขีดจำกัดกับทรูไอดี