รีเซต
สดกว่าได้เปรียบ.!  กล้ารบ มั่นใจสยบ ศรศึกน้อย ในศึก ONE ลุมพินี ได้

สดกว่าได้เปรียบ.!  กล้ารบ มั่นใจสยบ ศรศึกน้อย ในศึก ONE ลุมพินี ได้

สดกว่าได้เปรียบ.!  กล้ารบ มั่นใจสยบ ศรศึกน้อย ในศึก ONE ลุมพินี ได้
TenAkapol
16 กันยายน 2569 ( 16:30 )
1

กล้ารบ หนุ่ยกาแฟโบราณ มั่นใจสานต่อฟอร์มเก่ง ด้วยการเอาชนะ ศรศึกน้อย เอฟเอ.กรุ๊ป ในศึก ONE ลุมพินี ศุกร์นี้ได้แน่

“กล้ารบ หนุ่ยกาแฟโบราณ” กำปั้นสายแข็ง วัย 26 ปี จากกาฬสินธุ์ มั่นใจสานต่อฟอร์มเก่ง ด้วยการเอาชนะ “ศรศึกน้อย เอฟเอ.กรุ๊ป” มวยอาวุธหนัก วัย 31 ปี จากอุดรธานี เพื่อเก็บชัยต่อเนื่องเป็นไฟต์ที่ 3 ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) โดยได้โอกาสขึ้นป้ายคู่เอกครั้งแรกของศึก ONE ลุมพินี 171 วันศุกร์ที่ 18 ก.ย. 69 พร้อมถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ส่งตรงไปยัง 195 ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่เวลา 20.30 – 23.30 น.

อย่างไรก็ดีจากประวัติของ กล้ารบ หรือชื่อจริง “นายธีรพงษ์ คำด้วง” ชื่อเล่น “ออดี้” เกิดที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นลูกคนกลางจากพี่น้อง 3 คน พ่อมีอาชีพทำนา ส่วนแม่เปิดร้านขายของชำ โดยเริ่มฝึกมวยตามพี่ชายตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ขึ้นชกครั้งแรกค่าตัว 300 บาท และทำผลงานได้ดี โดยแพ้แค่ครั้งเดียวจาก 24 ไฟต์แรก ส่งผลให้เจ้าตัวมุ่งมั่นยึดเส้นทางมวยไทยเป็นอาชีพ

จนกระทั่งอายุ 14 ปี ได้รับโอกาสเข้ามาพิสูจน์ฝีมือในเมืองกรุง รับค่าตัวเพิ่มเป็น 5,000 บาท ก่อนพัฒนาฝีมือจนไปเข้าตาของ “เสี่ยแขก” เจ้าของค่ายมวยพีเค.แสนชัยมวยไทยยิม ที่ซื้อสิทธิ์ดึงตัวเข้าไปอยู่ในสังกัด แม้ช่วงโควิดแพร่ระบาด เจ้าตัวต้องพักชกมวยไปชั่วคราว แต่การมาของรายการ ONE ลุมพินี ทำให้เขาเห็นโอกาสสำหรับอนาคตและตัดสินใจหวนสวมนวมอีกครั้ง

หลังเคาะสนิมด้วยการชกมวย 5 ยกจนฟอร์มเข้าที่ “กล้ารบ” ได้รับโอกาสขึ้นชกกับ ONE และทำผลงานน่าประทับใจจากการเก็บชัยชนะ 3 จาก 4 ไฟต์ พร้อมคว้าโบนัส 350,000 บาทไปครองได้ 1 ครั้ง ซึ่งช่วยเปลี่ยนชีวิตของเขาและครอบครัวเป็นไปในทางที่ดีขึ้นมาก ก่อนไต่เต้าขึ้นมาชกเป็นคู่เอกในรายการ ONE ลุมพินี ครั้งแรกในอีเวนต์วันศุกร์นี้

ก่อนการขึ้นชกครั้งนี้ทาง กล้ารบ ได้ออกมากล่าวว่า “ผมชกในรายการของ ONE ไปแล้ว 4 ไฟต์ พอใจผลงานในระดับหนึ่ง แต่ยังต้องปรับแก้ไขเพิ่มการออกอาวุธ รวมถึงความคล่องตัวให้ดีกว่าเดิม ซึ่งทั้ง 3 ไฟต์ที่ชนะเป็นการเจอต่างชาติทั้งหมด โดยส่วนตัวผมคิดว่าชกกับต่างชาติง่ายกว่าคนไทยเล็กน้อย เพราะส่วนใหญ่มีแค่อาวุธหมัดที่น่ากลัว 

ผมได้โบนัส 350,000 บาทมาแล้ว 1 ครั้ง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าได้รางวัลก้อนใหญ่มาก ทำให้ผมเห็นภาพว่าการชกมวยสามารถทำเป็นอาชีพเลี้ยงครอบครัวได้ และยิ่งเป็นแรงผลักดันให้ผมอยากทำให้ดีขึ้น เงินก้อนนั้นผมเอาไปปรับปรุงร้านขายของชำให้แม่ แล้วก็ดูแลลูกกับภรรยาครับ

ไฟต์นี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้ขึ้นชกคู่เอกของรายการ ก็มีความกดดันอยู่เหมือนกัน แต่ในอีกมุมหนึ่งผมรู้สึกดีใจและภูมิใจที่ตัวเองพัฒนามาจนถึงจุดนี้ได้ ผมจะทำให้เต็มที่ เอาทุกอย่างที่ซ้อมมาออกมาใช้บนเวที เพื่อให้สมกับโอกาสที่รายการมอบให้”

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง