EXCLUSIVE : "เปนเน่" เด็กไทยที่ฝันไกลถึง Top 30 วงการเทนนิสโลก ... by "บก.เก้น"

EXCLUSIVE : "เปนเน่" เด็กไทยที่ฝันไกลถึง Top 30 วงการเทนนิสโลก ... by "บก.เก้น"
kentnitipong
18 ส.ค. 61
1K
5

แดดทอแสงในยามเช้า เสียงนกที่คอยร้องส่งเสียงเคล้าคลอไปกับสายลมอ่อนๆ คาดว่านี่คงเป็นเวลาที่คนส่วนใหญ่น่าจะเพิ่งลุกตื่นเพื่อเตรียมเริ่มชีวิตในวันใหม่… แต่สำหรับเด็กชายคนหนึ่ง เขากลับเลือกที่จะใช้เวลาฝึกซ้อมตั้งแต่เช้า ซ้ำๆ ทุกวันๆ อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย เพื่อเป้าหมายใหญ่ที่วางไว้นั่นคือ การผงาดขึ้นไปติด Top 30 นักเทนนิสชายของโลก !!!

 

“เปนเน่” เปน จารุศร

 

ท่าทางการวางแร็กเก็ตที่ดูคล่องแคล่ว บวกจังหวะออกแรงหวดลูกที่ดูมีน้ำหนัก และแม่นยำ คือสิ่งที่ เปน จารุศร หรือ เปนเน่ ทำได้ดี และเหนือกว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน อาจจะเป็นเพราะการเริ่มต้นในเส้นทางเทนนิสที่เร็วตั้งแต่หกขวบ บวกกับการสนับสนุนจากครอบครัวแบบเกินร้อย ทำให้ เปนเน่ ผงาดขึ้นมาเป็นหนึ่งในเพชรเม็ดงามที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่งในวงการลูกสักหลาดของบ้านเรา

“เหนื่อยครับ เพราะซ้อมมาหลายชั่วโมงตั้งแต่เช้าเลย แต่ก็ยังสู้เต็มที่ครับ” ประโยคแรกจาก เปนเน่ หลังซ้อมเสร็จสดๆ ร้อนๆ ท่ามกลางเหงื่อที่ไหลท่วมกาย แต่เจ้าตัวหาได้หวั่น หรือย่อท้อต่อความเหน็ดเหนื่อยเกินวัย เพราะเป้าหมายที่ตั้งไว้มันทั้งสูง และยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะหยุดยั้งเขาได้

ด้วยความที่คนในครอบครัวล้วนแต่รักในการออกกำลังกาย เปนเน่ จึงได้ซึมซับเลือดความเป็นนักกีฬามาตั้งแต่ยังเด็ก ก่อนที่จะเริ่มฉายแววให้กับ “คุณแม่ปิ๋ม” ไปรยดา จารุศร ได้เห็น กระทั่งตัดสินใจสนับสนุนในลูกชายได้ทำในสิ่งที่รักอย่างเต็มที่นั่นคือ “เทนนิส”

“ครอบครัวเราค่อนข้างมีความเกี่ยวพันกันกีฬาค่ะ สำหรับทางตรง ก็มีคุณปู่ และคุณทวด ของเขาที่เคยทั้งเล่นเทนนิส และสควอชที่ อังกฤษ ส่วนทางอ้อม คุณพ่อของเขาเคยเป็นรองแชมป์กีฬากระโดดสูงของประเทศไทย ส่วนตัวดิฉันเองก็เคยเป็นแชมป์เทควันโดของประเทศไทยเมื่อสมัยเด็กๆ และก็เล่น ไอซ์ ฮอกกี้ รวมถึงแข่งกีฬาอีกหลายๆ ชนิดมาโดยตลอด” คุณแม่ปิ๋ม (ไปรยดา จารุศร) เริ่มพูดถึงความเป็นมาของการเล่นกีฬาของคนในครอบครัว

“สำหรับ เปนเน่ แล้ว จริงๆ แล้วพี่ชายของเขา (เปนเน่) เป็นคนเริ่มก่อนค่ะ (ปิ๊ปปี) แต่ด้วย เปนเน่ เป็นเด็กที่ชอบการแข่งขัน พอเขาเริ่มอายุประมาณ 6 ขวบ เขาก็อยากแข่งกับพี่ คงเพราะเขาเป็นเด็กที่ค่อนข้างมีความเป็นผู้ใหญ่สูง เนื่องจากสังคมที่เขาอยู่นั้นดันรายล้อมไปด้วยเด็กที่อายุมากกว่าเขา เปนเน่ ชอบอยู่ในคอร์ทเทนนิส ฝึกซ้อมอย่างมุ่งมั่น และตั้งใจตลอด ทั้ง 2 คน (ปิ๊ปปี, เปนเน่) ออกแข่งตามแมตช์ต่างๆ มาโดยตลอด”

“ช่วงแรกๆ ที่ออกแข่งตามรายการต่างๆ ส่วนใหญ่ เปนเน่ จะแพ้กลับมาตลอด แต่พอแข่งไปสักระยะหนึ่งก็เริ่มชนะ เมื่อชนะใจก็เริ่มมา สำหรับเทนนิสแล้วหัวใจสำคัญมากๆ” คุณแม่ปิ๋ม เสริม

“คุณแม่ปิ๋ม” ไปรยดา จารุศร

จริงๆ แล้วก่อนหน้านี้ ผมพอจะมีข้อมูลมาว่า เปนเน่ เองเป็นเด็กที่หลงใหลในเกมลูกหนังเฉกเช่นเด็กชายทั่วไป นั่นจึงเป็นข้อสงสัยว่าเหตุใด เปนเน่ ถึงเลือก เทนนิส แทนที่จะเป็นฟุตบอล ซึ่งคำตอบที่ได้นั่นคือ “อาการบาดเจ็บ” ที่เป็นศัตรูกับนักกีฬาทุกคนบนโลกใบนี้

“ผมกังวลเรื่องการบาดเจ็บครับ เพราะฟุตบอลต้องมีการปะทะกันตลอดเวลา ถ้าผมเล่นทั้งฟุตบอล และเทนนิส ผมคิดว่าหากโดนเข้าปะทะอย่างรุนแรงจากฟุตบอล มันอาจทำให้ผมเล่นเทนนิสไม่ได้ ผมจึงตัดสินใจเลือกเล่นเทนนิสทางเดียวไปเลยครับ”

จุดหักเหในครั้งนั้น คือการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะถ้าลองมองจำนวนโทรฟี่บางส่วนที่ เปนเน่ นำมาให้เรายลในวันนี้ บวกกับดีกรีสุดเจ๋งตั้งแต่อายุยังน้อยไม่ว่าจะเป็นอันดับ 1 รุ่น 8 ปี ชาย (2558), อันดับ 1 รุ่น 10 ปี ชาย และอันดับ6 ในรุ่น 12 ปี ชาย (2560) และการไต่ข้ามรุ่นไปคว้าอันดับ 2 รุ่น 12 ปี ชาย (มกราคม 2561) ทั้งหมดนี้คือดีกรีคร่าวๆ ที่พอจะการันตีได้ว่า เปนเน่ นั้นมีฝีไม้ลายมือที่เก่งกาจเกินวัยอย่างแท้จริง

จำนวนโทรฟี่ที่ เปนเน่ นำมาให้เราชมบางส่วน

เนื่องจาก เทนนิส เป็นกีฬาที่ค่อนข้างกดดัน เพราะไม่มีใครสามารถช่วยเราได้ในยามแข่งขันบนคอร์ท ไม่เหมือนฟุตบอล หรือกีฬาประเภททีมอื่นๆ นักกีฬาต้องสู้ด้วยตัวเองล้วนๆ เรื่องของ “หัวใจ” และ “สมาธิ” จึงเป็นสิ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสภาพร่างกายเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะสถานการณ์คับขัน เมื่อต้องตัดสินด้วยการเล่นซูเปอร์ไทเบรก เพื่อหาตำแหน่งแชมป์ สำหรับคนที่อยู่ในห้วงเวลานั้น ไม่ใช่แค่คุณต้องเอาชนะคู่แข่งเท่านั้น แต่คุณต้องเอาชนะใจตัวเองจากความกดดันให้ได้อีกด้วย

 

กิจวัตรประจำวัน & ฮีโร่ ของ เปนเน่

ว่ากันว่านักกีฬาที่ประสบความสำเร็จ “พรสวรรค์” อาจจะไม่มีประโยชน์เลยถ้าคุณไร้ซึ่ง “พรแสวง” การฝึกซ้อมจึงเป็นอะไรที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าความสามารถที่ฟากฟ้าประทานให้มาเลยแม้แต่น้อย

แม้จะอายุแค่ 10 ขวบ แต่ระเบียนวินัยของ เปนเน่ นั้นสูงเกินวัย การบริหารจัดการเรื่องเวลา ถือเป็นสิ่งที่เด็กหนุ่มจอมหวดรายนี้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้กระทบกับชีวิตมุมอื่นๆ และไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาฝีมือของตัวเอง

“ผมตื่นเช้าตามปกติครับ เพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียนเหมือนเด็กทั่วไป พอเรียนเสร็จบ่ายสองโมงครึ่ง ก็มุ่งหน้ามาซ้อมเทนนิสตั้งแต่ประมาณบ่ายสี่โมง หากบางวันว่าง หรือรถไม่ติด ผมก็จะมาซ้อมตั้งแต่บ่ายสามโมงครับ ในแต่ละสัปดาห์ผมจะซ้อมราว 6 วัน ครั้งหนึ่งก็ประมาณ 2-3 ชั่วโมง แต่บางวันที่เน้นมากๆ หน่อยก็มียาวถึง 3-4 ชั่วโมงเลยครับ หยุดวันอังคารวันเดียว”

“ก็ซ้อมหนักครับ แต่ใจผมสู้อยู่แล้ว เวลาที่ผมลงไปในคอร์ท มันก็มีบางมุมที่ผมคิดถึงฮีโร่ คิดถึงไอดอลของผม “พี่บอล” ภราดร ศรีชาพันธุ์ เป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญมาโดยตลอด อีกคนคือ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ยกให้พี่ๆ ทั้งสองคนเป็นไอดอลเลยครับ ผมพยายามศึกษา นำจุดเด่นของพี่ๆ ทั้งสองมาปรับใช้ในการเล่นเทนนิสของตัวเองโดยเฉพาะในเรื่องของการชิงจังหวะบุกก่อน ประกอบกับการใช้สมองในการเล่น… ผมไม่ได้หมายถึงการดึงสมองออกมาจากหัวนะครับ (หัวเราะ) ผมหมายถึงการใช้ความคิด ความอ่านในการเล่นให้มากที่สุด นี่คือสไตล์ที่ผมชื่นชอบมากๆ ครับ”

 

ความกดดันทำอะไร เปนเน่ ไม่ได้

หลายครั้งที่เรามักจะเห็นนักกีฬาฝีมือดีหลายๆ คนต้องพบกับความพ่ายแพ้ บางคนไปไม่ถึงฝั่งฝัน ทั้งๆ ที่ผลงานก่อนหน้านั้นก็ไม่ได้เป็นสองรองใคร ตรงนี้ เปนเน่ มองว่า เป็นเพราะ “ความกดดัน” ต่างหากที่ทำให้หลายคนต้องพบกับทางตันในเส้นทางเทนนิส เจ้าตัวตอกย้ำชัดเจนว่า แม้ว่าเขาจะยังเด็ก แต่เขาสามารถรับมือกับฝันร้ายที่เรียกว่า “ความกดดัน” ได้เป็นอย่างดี และสิ่งสำคัญที่ช่วยเสริมให้ เปนเน่ แข็งแกร่งเกินวัยนั่นคือ การลงเล่นกับคนที่เก่งกว่าอยู่เสมอ เพื่อเรียนรู้กับคำว่า “รู้แพ้ รู้ชนะ”

“ทุกครั้งที่ผมลงไปในคอร์ท เป้าหมายอย่างแรกของผมเลยก็คือ พยายามทำให้ดีที่สุดก่อน ส่วนผลแพ้ชนะค่อยมาว่ากัน ผมไม่เคยกดดันตัวเองครับว่าตัวเองจะต้องลงแข่งขันเพื่อชัยชนะเพียงอย่างเดียว เพราะเทนนิสคือกีฬา กีฬามันย่อมต้องมีทั้งแพ้ และชนะ สิ่งสำคัญกว่าชัยชนะก็คือ เราหาจุดบกพร่องของตัวเองเจอรึเปล่า เพื่อนำตรงนั้นมาแก้ไข และทำมันให้ดีกว่าเดิม อีกอย่างผมเองก็ยังเด็กครับ ได้มีโอกาสลงเล่นข้ามรุ่นพอสมควร ก็หวังจะใช้ช่วงเวลานี้ในการพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นในทุกๆ วัน”

 

ออเรนจ์ โบล + วิมเบิลดัน รายการในฝันของ เปนเน่ …

“ก็มีรายการ จูเนียร์ ออเรนจ์ โบว์ล ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ รายการนี้ถือว่าเป็นอีกแมตช์หนึ่งที่ใหญ่มากๆ สำหรับนักเทนนิสเยาวชน เพราะนักเทนนิสอาชีพชื่อดังหลายๆ ณ ขณะนี้อย่าง เคอิ นิชิโคริ หรือ แอนดี้ เมอร์เรย์ เคยผ่าน เคยเข้าร่วมมาแล้ว เปรียบเสมือนใบเบิกทางที่สำคัญหากคุณอยากจะก้าวไปสู่การเป็นนักเทนนิสระดับโลก”

“อีกหนึ่งรายการที่ใฝ่ฝันมาตลอดคือ วิมเบิลดัน ที่ อังกฤษ ครับ ผมเคยไปที่ วิมเบิลดัน มา ไปเดินดูคอร์ท ก็ไปเจอเพื่อนชาวอเมริกันที่อายุเท่ากับผม ณ ตอนนั้น (8 ขวบ) เขาบอกกับผมว่า อีก 10 ปี เจอกันที่รายการ วิมเบิลดัน นะ (ยิ้มกริ่ม) ก็เป็นอีกหนึ่งสเต็ปที่จะพยายาม และทุ่มเทเพื่อก้าวไปให้ถึงอย่างที่ตั้งใจไว้ให้ได้”

 

กีฬา การเรียน สามารถทำควบคู่กันได้ ?

หลายคนคงสงสัยว่า หากคุณคิดจะเอาดีกับกีฬา บางทีคุณต้องยอมเสียในเรื่องของการศึกษาแบบที่เรามักจะได้เห็นกันในหมู่นักกีฬาอาชีพทั้งไทย และต่างประเทศ แต่นั่นไม่ใช่กับ เปนเน่ อย่างแน่นอน เพราะทุกคนเชื่อว่าการเรียน และการเล่นเทนนิสนั้นสามารถเดินควบคู่ไปในเส้นทางเดียวกันได้ เพียงแต่ต้องหาวิธีการจัดการเรื่องเวลาให้ลงตัว อีกทั้งยังเชื่อว่า การเรียน เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เจ้าตัวสามารถเล่นเทนนิสได้ดีขึ้นกว่าเดิม !!!

*ปัจจุบัน เปนเน่ กำลังศึกษาอยู่ในระดับ  Year 5 โรงเรียนบางกอกพัฒนา

“ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่ามีนักเทนนิสระดับเยาวชนหลายคนที่เริ่มออกจากโรงเรียนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งกีฬาชนิดนี้อย่างจริงจังแล้วค่ะ แต่ส่วนตัว ดิฉันยังจะให้ เปนเน่ เรียน และเล่นเทนนิสควบคู่กันไป และจะว่ากันอีกทีตอนเขาอายุ 15 หรือ 16 ปี ว่าเขามีแวว หรือยังรักในกีฬาชนิดนี้หรือไม่”

“แต่ทุกสิ่งทุกอย่างจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากเขาไม่รักในกีฬาชนิดนี้แล้ว เพราะเด็กหลายคนเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น ก็เริ่มติดเพื่อน ติดแฟน หรือเน้นเรียนมากขึ้น หาก เปนเน่ ยังอยากเล่นเทนนิสอยู่จริงๆ เมื่อถึงตอนนั้น ดิฉันก็จะให้เขาเล่นเทนนิสโดยควบคู่กับการเรียนต่อไป แต่อาจเปลี่ยนรูปแบบจากการเรียนที่โรงเรียน เป็นการเรียนที่บ้าน (โฮมสคูล) แทน เนื่องจากดิฉันมองว่าการศึกษาจะช่วยพัฒนาสมอง ซึ่งมันจะทำให้ เปนเน่ เล่นเทนนิสได้เก่งขึ้นด้วยค่ะ อีกทั้งหากวันหนึ่งเขาบาดเจ็บจนเล่นเทนนิสต่อไม่ได้ การศึกษานี่แหละที่จะเป็นทางออกให้เขาในการใช้ชีวิตต่อไปในสังคมได้อย่างสมบูรณ์” คุณแม่ปิ๋มร่ายยาวแสดงความเห็นกรณีดังกล่าว พร้อมมั่นใจว่าสองสิ่งนี้สามารถเดินทางควบคู่ไปด้วยกันได้

ด้าน เปนเน่ ที่อยู่ข้างๆ คุณแม่ ก็เสริมเช่นกันว่า จริงๆ แล้วการทำสองสิ่งสำคัญควบคู่ไปด้วยกันนั้นไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความตั้งใจมากกว่าว่าเราจริงจังกับสิ่งที่เรารักมากน้อยแค่ไหน

“ไม่ยากครับ เพราะผมตั้งใจทั้งการเรียน และการเล่นเทนนิส แม้ผมจะลาไปโรงเรียนเกือบทุกวันจันทร์ในแต่ละสัปดาห์ แต่ผมก็ยังกลับมาเรียนตามเพื่อนทันครับ”

 

วิธีการรับมือกับความสำเร็จ ชื่อเสียง ที่เข้ามาเร็วเกินไป ?

“ดิฉันให้เขาเล่นข้ามอายุ (อายุ 10 ปี แต่แข่งรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี) เพื่อให้เขาได้รู้จักแพ้ เรียนรู้กับความผิดพลาด และกลับไปฝึกซ้อมในสิ่งที่ยังไม่ดีพอต่อไป”

“จริงๆ แล้วเรื่องแชมป์ในระดับเยาวชน ณ ปัจจุบัน ดิฉันคิดว่าเราประสบความสำเร็จกับเรื่องนี้มาพอสมควร แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคืออยากทำให้น้องยังรักกีฬาเทนนิสต่อไป เพราะมีนักเทนนิสหลายคนที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่เด็ก แต่มักจะหมดความท้าทาย และเลิกเล่นเร็วกว่าคนอื่นๆ ซึ่งทางออกของจุดนี้ ดิฉันคิดว่าอาจจะให้น้องเดินทางไปแข่งขันในต่างประเทศ หรือดึงตัวโค้ชที่มีฝีมือมาสอนเขา เพื่อเพิ่มประสบการณ์ และความท้าทายใหม่ๆ ให้กับตัวน้องเอง นอกจากจะเพิ่มประสบการณ์ และความท้าทายให้กับ เปนเน่ แล้ว การซ้อมกับโค้ชฝีมือดียังทำให้ เปนเน่ ดึงศักยภาพของตัวเองออกมาได้มากขึ้นอีกด้วย”

 

ความสุขของลูก = ความสุขของแม่

“รู้สึกภูมิใจกับลูกชายทั้งสองมากๆ ค่ะ แต่ก็ปวดหัวมากเช่นกัน โดยเฉพาะ เปนเน่ (หัวเราะ) เพราะเจ้าตัวแสบเหลือเกิน แต่เมื่อถึงเวลาที่เขาต้องจริงจังเช่นเวลาฝึกซ้อม หรือแข่งเทนนิส เขา (เปนเน่) ก็จะสู้ และมุ่งมั่นกับมันให้ผลงานออกมาดีที่สุด แต่จะภูมิใจยิ่งกว่านี้ หากลูกยังอยากมุ่งมั่นทำฝันในเส้นทางเทนนิสให้ประสบความสำเร็จตามเป้าที่วางไว้คือ ติด 1 ใน 30 ของนักเทนนิสอาชีพ)”

“ในฐานะที่ดิฉันเป็นแม่ ดิฉันก็พร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยสานฝันลูกให้สำเร็จเช่นกันค่ะ”

DID YOU KNOW ?

  • เปนเน่ แอบกระซิบมาว่า คุณแม่ปิ๋ม คือพลังใจที่ยิ่งใหญ่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เพราะแม่จะคอยให้กำลังใจ และเชียร์ผมอยู่ข้างสนามเสมอ
  • คุณพ่อของน้องเปนเน่ เคยเป็นแชมป์เยาวชนกระโดดสูงรุ่น 18 ปี และเกือบได้เป็นตัวแทนทีมชาติไทยอยู่แล้ว แต่เนื่องจากปัญหาทางบ้าน จึงพลาดโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย
  • โค้ชส่วนตัวที่คอยปลุกปั้นเจียระไนให้ เปนเน่ เป็นเพชรเม็ดงามอย่างในทุกวันนี้คือ อาจารย์พิชิตชัย สว่างแจ้ง อดีตนักเทนนิสทีมชาติไทย
  • จุดเด่นของ เปนเน่ คือ ลูกเสิร์ฟ และการตีโฟร์แฮนด์
  • เปนเน่ เป็นสาวก “เดอะ ค็อป” หรือ แฟนบอล ลิเวอร์พูล นั่นเอง
  • คำนิยามสั้นๆ เกี่ยวกับเทนนิสของ เปนเน่ คือ “เร้าใจ สนุก ท้าทาย”
  • “Top 30” ของโลกประเภทชายเดี่ยว คือกำแพงสูงที่ เปนเน่ ตั้งใจจะก้าวข้ามไปถึงมันให้ได้
  • ความใฝ่ฝันสูงสุดอีกหนึ่งอย่างของ เปนเน่ คือ การลงเล่นเทนนิสในฐานะตัวแทนของทีมชาติไทย
  • “ผมจะตั้งใจฝึกซ้อม และทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด” คือคำมั่นสัญญาที่ เปนเน่ ฝากถึงแฟนๆ ชาวไทย
  • สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ เปนเน่ ได้ทางเพจ Penn Charusorn
  • ความเชื่อของ เปนเน่ ที่ต้องทำก่อนลงแข่งขันคือ การไหว้เจ้าที่ทุกครั้ง

 

ไม่มีใครหยั่งรู้ได้ว่าสุดท้ายอนาคตของตัวเองจะเป็นเช่นไร แต่สิ่งที่ผมมอง – สัมผัสได้จากเด็กชายตัวน้อยๆ แต่ใจใหญ่วัยสิบขวบในวันนี้ก็คือ เปนเน่ มีความแน่วแน่กับเป้าหมายของตัวเองอย่างชัดเจนนั่นคือ การเป็นหนึ่งในนักเทนนิสที่ดีที่สุดของประเทศไทย และพยายามจะก้าวขึ้นไปอยู่ในระดับโลก สะท้อนความแน่วแน่นี้ด้วยการตั้งใจฝึกซ้อมเพื่อเติมจุดอ่อน เสริมจุดแข็งให้กับตัวเอง นั่นคือความกล้าหาญด่านแรกของเด็กชายวัยเพียงแค่สิบขวบ เพราะฝันที่เขาวางไว้นั่นช่างเป็นฝันที่ยิ่งใหญ่เหลือเกิน

ในโลกใบนี้ ทุกคนล้วนแต่มีความฝันที่แตกต่างกันออกไป… แต่ฝันใหญ่ๆ ของเด็กตัวเล็กๆ คนนี้ช่างน่าสนใจเหลือเกิน ใครจะไปรู้ว่าในอีก 10 ปี วงการเทนนิสไทยเราอาจจะมี “นิว ภราดร” ถือกำเนิดขึ้นมา เพื่อปลุกกระแสเทนนิสให้กลับมาบูมอีกครั้งเหมือนกับที่ “ซูเปอร์บอล” เคยทำได้เมื่อสักช่วง 15 ปีที่ผ่านมา

ขอให้เรื่องราวของ เปนเน่ ในวันนี้ เป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกๆ คนที่มีความฝันอยู่ด้วยนะครับ เอาใจช่วยเต็มที่ และหวังว่าสักวันหนึ่ง ที่คงจะได้กลับมาพูดคุยกับน้องเปนเน่อีกครั้ง…

ในวันที่ เปนเน่ พิชิตฝันก้าวขึ้นมาเป็นนักเทนนิสระดับโลกได้สำเร็จ

#DreamComesTrue

“บก.เก้น”

 

อัพเดท ตลาดซื้อขายนักเตะ พรีเมียร์ลีก 2018/19

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

ยอดนิยมในตอนนี้