TRUE TALK : "ปืนใหญ่" ยุคใหม่ (ไม่) ไฉไลกว่าเดิม ? ... by "PUP Tuntat"

kentnitipong
kentnitipong
15 สิงหาคม 2561 ( 14:18 )
143

หลังสิ้นเสียงนกหวีดของ อาร์แซน เวนเกอร์ ในบทบาทเฮดโค้ชกับ อาร์เซน่อล… “ไอ้ปืนใหญ่” ทำการดึงตัวกุนซือมากฝีมือในวงการลูกหนัง ณ ปัจจุบันอย่าง อูไน เอเมรี่ อดีตหัวเรือใหญ่แห่ง เซบีญ่า ที่การันตีคุณภาพวิชาชีพโค้ชฟุตบอลด้วยแชมป์สโมสรยุโรปถ้วยเล็กอย่าง ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก 3 สมัยติด (2014-2016) มาเป็นทายาทสานต่อตำนานทันที

 

พรีเมียร์ลีก

 

“ประวัติศาสตร์อย่างหนึ่งของที่นี่ คือพวกเขารักในการครอบครองบอล ผมก็ชอบเป็นการส่วนตัว ขณะที่เราไม่มีบอล ผมต้องการให้นักเตะในทีมต้องไล่กดดันแย่งบอลคืนกลับมา สองสิ่งที่สำคัญคือ การครองบอล และอีกอย่างคือการเพรสซิ่งเวลาที่คุณไม่มีบอล”

“เป้าหมายของเราคือการเป็นหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในยุโรป และต้องคว้าแชมป์ให้ได้” เฮดโค้ชวัย 46 ปี กล่าว

สิ้นสุดบทสัมภาษณ์ดังกล่าว ประกอบกับการเสริมทัพที่ดูดีผิดหูผิดตาราวกับไม่ใช่ อาร์เซน่อล เหมือนที่เคยเป็น 2 เหตุผลนี้ยิ่งทำให้ผมเริ่มหวังลึกๆ ว่าเกมเปิดหัวกับ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในศึกพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2018/2019 น่าจะมีเซอร์ไพรส์ให้สะกิดต่อมความสุขของแฟนบอล “ไอ้ปืนใหญ่” บ้าง

แต่หากเทียบหมากระหว่าง 11 ตัวจริงของทั้งสองทีมในแมตช์นั้นมันทำให้ผมรู้สึกถึงลางสังหรณ์แล้วว่า วันนี้คงไม่ใช่ห้วงเวลาแห่งความสุขของเหล่าสาวก “เดอะ กูนเนอร์ส” แน่นอน

สิ่งแรกที่บั่นทอนความไฉไลของ “ปืนใหญ่” ยุคใหม่คือการตัดสินใจใช้ ปีเตอร์ เช็ก เป็นนายทวารตัวจริง แทนที่จะให้แฟนบอลเห็นผู้รักษาประตูคนใหม่ป้ายแดงอย่าง แบรนด์ เลโน่ ลงเฝ้าเสา

พรีเมียร์ลีกAP Photo/Tim Ireland

แม้ เช็ก จะโชว์ฟอร์มได้ดูเตะตา เอเมรี่ มากกว่า เลโน่ ในช่วงปรีซีซั่น ทว่านั้นมันก็แค่ไม่กี่นัด แต่หากเทียบฟอร์มโดยรวมของทั้ง 2 คน ในเกมลีกเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติเช็กรายนี้ได้รับโอกาสลงเฝ้าเสาทั้งหมด 34 นัด

แม้เจ้าตัวจะเซฟได้ถึง 91 ครั้ง พร้อมเก็บอีก 11 คลีนชีท ทว่า เช็ก ดันทำข้อผิดพลาดส่วนตัวจนเป็นสาเหตุให้ทีมเสียประตูถึง 6 คราว ตรงข้ามกับ เลโน่ ที่เจ้าตัวลงสนาม 33 นัด แม้จะเซฟได้เพียง 72 ครั้ง ประกอบกับเก็บคลีนชีทได้น้อยกว่า เช็ก 1 ครั้ง แต่ข้อผิดพลาดที่เกิดจากตัวเขาจนทำให้ทีมต้องเสียประตูมีเพียง 2 หน สิ่งนี้ทำให้ผมต้องย้อนกลับมามองถึงจังหวะในเกมที่ผ่านมากับ แมนฯ ซิตี้ ที่ ปีเตอร์ เช็ก เกือบแปบอลพลาดเข้าประตูตัวเองในนาทีที่ 22

หากจังหวะนั้นมันเข้าประตู ผมเชื่อเหลือเกินว่า อาร์เซน่อล น่าจะตายคารังด้วยกระสุนของ “เรือใบสีฟ้า” มากกว่า 3 เม็ด เป็นแน่

พรีเมียร์ลีกAP Photo/Tim Ireland

ถัดมาคือประเด็นการวางหมากมิดฟิลด์คู่กลางของทีมอย่าง กรานิต ชาก้า และ มัตเตโอ เกนดูซี่ ของ อูไน เอเมรี่ ที่ค่อนข้างทำให้แฟนๆ ต้องผิดหวัง

ในเกมนี้ ชาก้า เป็นแข้งที่เรียกว่าฟอร์มบู่ที่สุดของทีมเลยก็ว่าได้ เนื่องจากเจ้าตัวไม่สามารถขับเคลื่อนบอลจากแดนของทีมตนเองไปสู่แดนหน้าได้เลย แม้จะจ่ายบอลสำเร็จถึง 35 ครั้ง หากนับเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ดันมากถึง 81 % แต่ทุกครั้งที่ ชาก้า ผ่านบอลสำเร็จมันไม่ได้ทำให้เพื่อนร่วมทีมได้เปรียบในการจบสกอร์เลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะทั้งหมดล้วนเป็นการผ่านบอลสั้น หรือการวางบอลยาวขวางสนามทั้งสิ้น

ด้าน เกนดูซี่ ที่โชว์ฟอร์มได้ดูดีมีอนาคตในช่วงปรีซีซั่น แต่พอมาประสบกับ “ของจริง” อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คงทำให้เจ้าตัวรู้เลยว่าเขาต้องกลับไปทำงานหนักในการซ้อมเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 2 เท่า เพราะจังหวะที่เสียประตูแรก ก็เป็นอดีตมิดฟิลด์ของ ลอริยองต์ รายนี้ที่ตามสปีดการลากบอล และหาช่องยิงของเพื่อนร่วมอาชีพรุ่นราวคราวเดียวกันอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ไม่ทัน จนทำให้ทีมโดนทะลวงตาข่ายตั้งแต่ช่วงต้นเกม อีกทั้งยังมีจังหวะผิดพลาดที่สุดไม่น่าให้อภัย หลังเจ้าตัวกระโดดสกัดบอลผิดเหลี่ยมจนบอลทะลักมาถึง เซร์คิโอ อเกวโร่ และได้จบสกอร์แต่โชคชะตายังเข้าข้าง อาร์เซน่อล เพราะ ปีเตอร์ เช็ก เซฟไว้ได้

แต่หากดูฟอร์มโดยรวมของเจ้าหนูวัย 19 ปีรายนี้ ต้องยอมรับเลยว่าดูมีทรง และมีอนาคต แม้ตอนนี้ยังอาจไม่ใช่แข้งที่ไว้ใจได้มากนัก แต่ผมเชื่อว่าหากให้เวลากับนักเตะรายนี้อีกสักหน่อย เราอาจได้เห็นมิดฟิลด์เพชรเม็ดงามแห่งวงการฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเกิดขึ้นอีกรายแน่

และสิ่งหนึ่งที่อาจแก้ไขแผงกองกลางของ อาร์เซน่อล ให้แกร่งขึ้น อูไน เอเมรี่ อาจต้องมองหามิดฟิลด์สไตล์ ฮาร์ดแมน แบบที่ อาร์เซน่อล เคยมีเมื่อกว่าทศวรรษที่แล้วอย่าง ปาทริค วิเอร่า หากมีนักเตะเลือดฮาร์ดแมนที่มีฝีไม้ลายมือเยี่ยงตำนานคนนี้เพิ่มเข้ามาเชื่อว่าแดนกลางของทีมจะไม่เป็นรองทีมใดในลีกอย่างแน่นอน

ประเด็นสำคัญลำดับต่อมาที่จะมองข้ามไปไม่ได้คือ เมซุต โอซิล ที่ยังต้องพัฒนาตัวเองให้คุ้มค่าเหนื่อยกว่า 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

สำหรับ โอซิล แล้ว ผมเชื่อว่าแฟนๆ อาร์เซน่อล ยังคงต้องตั้งเครื่องหมายคำถามต่อเจ้าตัวว่า “เมื่อไหร่ โอซิล คนเดิมจะกลับมา” แม้ว่าจะได้ค่าเหนื่อยที่สูงถึง 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์จากสัญญาฉบับใหม่เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ทว่าสถิติ “แอสซิสต์” ที่เปรียบเสมือนเครื่องหมายการค้าของเขาดันค่อยๆ ลดลงมาเรื่อยๆ (19 ครั้ง ในฤดูกาล 2015/2016, 9 ครั้ง ในฤดูกาล 2016/2017 และ8 ครั้ง ในฤดูกาล 2017/2018)

หากฟอร์มของจอมทัพประจำทีมอย่าง โอซิล ยังต่ำตมแบบนี้ต่อไป เชื่อว่า อาร์เซน่อล คงไม่สามารถเจิดจรัสติด 1 ใน 4 ของตารางคะแนนศึกพรีเมียร์ลีก เวอร์ชั่น 2018/2019 ในครั้งนี้ได้เป็นแน่

พรีเมียร์ลีกAP Photo/Tim Ireland

และประเด็นสุดท้ายของสาเหตุที่ยับยั้งความไฉไลของ “ไอ้ปืนใหญ่” ยุคใหม่ นั่นคือการ “ดร็อป” อเลซองดร์ ลากาแซ็ตต์ ให้นั่งเซ็งที่ม้านั่งข้างสนาม มิสามารถหาข้อปฏิเสธใดๆ ได้เลยว่า เมื่อ อูไน เอเมรี่ ตัดสินใจแก้เกมโดยถอด อารอน แรมซี่ย์ ออกตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งหลัง และให้โอกาสอดีตศูนย์หน้าทีมชาติฝรั่งเศสลงวาดลวดลายในสนาม มันดันทำให้ทีมดูดี และมีทรงมากขึ้น นอกจากที่ ลากาแซ็ตต์ จะเกือบยิงได้ 1 ประตูจากจังหวะวอลเล่ย์ด้วยเท้าขวา แต่การเปลี่ยน แรมซี่ย์ ที่เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกออกไปพักข้างสนาม ยังทำให้ โอซิล ได้สานต่อหน้าที่สุดถนัดของเขาต่อจากกองกลางทีมชาติเวลส์ทันที

แม้เป็นช่วงเวลาเพียง 40 นาทีที่ โอซิล ได้ลงเล่นในตำแหน่งถนัด และลากาแซ็ตต์ ได้รับโอกาสวาดลวดลายสนามในฐานะตัวสำรอง และแม้ว่าทั้งคู่จะไม่ได้มีฟอร์มที่ดีสุดโต่งอะไรมากนัก แต่มันก็ดีพอจนทำให้แฟนบอลทั้งใน และนอกสนาม ได้ตื่นเต้นจากจังหวะการครองบอล การสร้างสรรค์เกมรุกที่ดีขึ้น และเชื่อเหลือเกินว่า อูไน เอเมรี่ จะได้เรียนรู้ระบบ และ11 ตัวจริงที่ดีกว่าในเกมหน้าจาก 40 นาทีนี้

หากจะบอกว่า อาร์เซน่อล ยุคใหม่จะไม่ไฉไลกว่าเดิม ผมก็คงยังพูดไม่ได้เต็มปากเต็มคำ เพราะยังมีเวลาอีกมากให้พวกเขาได้แก้ตัว แต่หากผ่านไปมากกว่า 10 เกม แล้ว “ปืนใหญ่” ยังเป็นแค่ “ปืนฉีดน้ำ” แบบนี้ คำว่า “แชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2018/2019” คงเป็นได้แค่ฝันกลางวันต่อไปอีกตามเคย

“PUP Tuntat”

พรีเมียร์ลีก

 

อัพเดท ตลาดซื้อขายนักเตะ พรีเมียร์ลีก 2018/19

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

Tag

#PUP Tuntat
#TRUE TALK
#ธรรศ์ทัศน์ วินิจมานนท์
#พรีเมียร์ลีก
#อาร์เซน่อล

บทความที่เกี่ยวข้อง