รีเซต
TRUE OPINIONS : ฟุตบอลโลกครั้งนี้ไม่มี "กรุ๊ป ออฟ เดธ" ... by "เต้ BlackPearl"

TRUE OPINIONS : ฟุตบอลโลกครั้งนี้ไม่มี "กรุ๊ป ออฟ เดธ" ... by "เต้ BlackPearl"

TRUE OPINIONS : ฟุตบอลโลกครั้งนี้ไม่มี "กรุ๊ป ออฟ เดธ" ... by "เต้ BlackPearl"
kentnitipong
12 ธันวาคม 2560 ( 10:46 )
751

TRUE OPINIONS : จับสลากแบ่งกลุ่มกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย จาก 32 ชาติที่เข้าร่วมในรอบสุดท้าย จับมาหั่นให้เหลือ 8 กลุ่ม 4 ทีม เรียงโถกันตามอันดับโลกฟีฟ่า

 

 

ซึ่งจากผลจับสลากที่ออกมาสื่อหลายสำนักรวมถึงบรรดาคอบอล ต่างมองว่าฟุตบอลโลกปีนี้ไม่มีกลุ่มที่เรียกว่า “Group of Death” หรือ “กลุ่มแห่งความตาย” อยู่เลย จะด้วยการที่ไม่ค่อยมีทีมใหญ่จับชนกันในรอบแรกซักเท่าไหร่ หรือจะเป็นการที่ไม่มีชาติดังๆ อย่าง “อัซซูรี่” อิตาลี, เนเธอร์แลนด์, สหรัฐอเมริกา, ชิลี และทีมชาติไทย (แซวเล่นครับ ยังไงก็เชียร์ แฮ่ๆ) ในรอบสุดท้ายครั้งนี้ แต่ขึ้นชื่อว่าฟุตบอลโลกแล้ว ความสนุกเข้มข้น และเปี่ยมด้วยมนต์ขลังยังคงมีอยู่แน่นอน

ยังไงเราลองมาไล่ดูกันดีกว่าว่าแต่ละกลุ่มมีหน้าตาเป็นอย่างไรกันบ้าง

 

 

กลุ่ม A : รัสเซีย, ซาอุดิอาระเบีย, อียิปต์, อุรุกวัย

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า เจ้าภาพรัสเซีย เป็นทีมที่มีอันดับโลกฟีฟ่าต่ำที่สุดในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ แต่จากผลการจับสลากออกมาต้องบอกว่า ทีม “หมีขาว” คงเรียกร้องเพื่อนร่วมกลุ่มที่ดีกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว ด้วยเสียงเชียร์ และความคุ้นชินกับสภาพอากาศ น่าจะพอช่วยให้ทัพหมีขาว มีลุ้นเข้ารอบ 2 ได้เป็นอย่างน้อย

โดยเกมเปิดสนามที่ลุซนิกี้ต้องบอกว่าเป็นนัดเปิดสนามฟุตบอลโลกที่อาจจะกร่อยที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ เมื่อต้องมาเจอกับ “เศรษฐีน้ำมัน” ซาอุดิอาระเบีย ที่พึ่งดึง ฆวน อันโตนิโอ ปิซซี่ กุนซือผู้พา ชิลี ตกรอบคัดเลือก เข้ามาคุมทัพแทน เอ็ดกาโด้ เบาซ่า ที่ออกไปแบบนกกระจอกไม่ทันกินน้ำ ดูแล้วโอกาสสร้างประวัติศาสตร์แบบ “ยูเอส ‘94” คงต้องรอต่อไป

ด้าน อียิปต์ ทีมแกร่งจากแอฟริกา นำทัพมาโดย โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ดาวเตะหงส์แดง กลับมาเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายอีกครั้ง หลังจากห่างหายไป 18 ปีเต็ม น่าจะพอมีลุ้นสอดแทรกได้เหมือนกัน

ส่วนแกร่งที่สุดในกลุ่มคงต้องยกให้ “จอมโหด” อุรุกวัย แชมป์โลก 2 สมัย ที่ปีนี้เข้ารอบมาแบบไม่ต้องเพลย์ออฟเหมือนครั้งก่อนๆ แถมยังมีกองหน้าระดับพระกาฬอย่าง หลุยส์ ซัวเรส และเอดิสัน คาวานี่ น่าจะมีดีพอจะพาทีมเข้ารอบ 2 ได้ไม่ยาก แต่…..

 

 

กลุ่ม B : โปรตุเกส, สเปน, โมร็อกโก, อิหร่าน

แต่….ปัญหาคือ กลุ่ม A ดันต้องมาไขว้เจอกับกลุ่ม B ที่มีโคตรทีมอย่างโปรตุเกส และสเปน รอเจอในรอบ 2 อยู่นะสิ โดยการพบกันของ 2 ทีมบ้านไกล้เลือนเคียงถือเป็นหนึ่งไฮไลท์ของรอบแรกเลยก็ว่าได้ ต้องเรียนตามตรงว่าเป็นความโชคร้ายของ โมร็อกโก และอิหร่าน จริงๆ ที่ดันมาเจอ 2 ยักษ์ตั้งแต่รอบแรก

สำหรับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ นี่อาจจะเป็นการเข้าร่วมฟุตบอลโลกครั้งท้ายๆของเจ้าตัวแล้ว ด้วยเวลาที่เหลือไม่มาก “CR7” คงเค้นฟอร์มที่สุดยอดออกมาหากหวังพาแชมป์ยูโร 2016 ไปสู่เป้าหมายแชมป์โลก

ส่วน “กระทิงดุ” สเปน กลับมาสู่ฟอร์มสุดยอดอีกครั้ง และยังไม่เคยเพลี่ยงพล้ำให้กับทีมใดเลยในยุคของกุนซือฆูเลน โลเปเตกี ด้วยนักเตะอย่าง ดาบิด เด เคอา, อัลบาโร่ โมราต้า และอีกหลายๆ คนที่กำลังอยู่ท็อปฟอร์ม สเปน จึงถูกมองเป็นอีกหนึ่งทีมเต็งในฟุตบอลโลกหนนี้

 

 

กลุ่ม C : ฝรั่งเศส, ออสเตรเลีย, เปรู, เดนมาร์ก

กลุ่มนี้มี “ตราไก่” ฝรั่งเศส เป็นทีมชูโรง หลังจากอกหักได้เพียงรองแชมป์ยูโร 2016 ในบ้านตัวเอง ดิดีเย่ร์ เดส์ชองส์ หวังแก้ตัวพาทีมตราไก่คว้าแชมป์โลกให้ได้ เหมือนที่เคยนำทีมชูถ้วยมาแล้วใน “ฟร้องซ์ ‘98” แข้งอย่าง ปอล ป็อกบา, อองตวน กรีซมันน์ และคีเลียน เอ็มบัปเป้ กำลังพีค แล้วแบบนี้จะไม่ให้ฝันถึงโทรฟี่แชมป์สมัยที่ 2 ได้อย่างไร?

ส่วนเพื่อนร่วมกลุ่มอย่างพลพรรค “ซอคเกอร์รูส์” ออสเตรเลีย ที่สุดท้ายเอาตัวรอดในรอบเพลย์ออฟเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายได้สำเร็จ แต่ตัวกุนซือ อันเก้ พอสเตโคกลู ดันลาออกจากเก้าอี้ไปซะยังงั้น กับเวลาที่เหลืออีกประมาณ 6 เดือน และนักเตะที่กระจายกันเล่นทั่วยุโรป ถือเป็นงานหนักแน่นอนสำหรับกุนซือคนใหม่

เปรู หักปากกาเซียนผ่านด่านกลับมาเล่นในรอบสุดท้ายหลังหายไปนานถึง 36 ปี แต่สตาร์ดังหลายคนดันขึ้นหลัก 3 กันหมดแล้ว คงต้องเหนื่อยหนักหากหวังทะลุเข้ารอบ ในขณะที่เดนมาร์ก จับอยู่ร่วมกลุ่มกับฝรั่งเศสเป็นครั้งที่ 3 แล้ว แถมยังเคยเขี่ย ฝรั่งเศส ตกรอบแรกบอลโลก 2002 มาแล้ว ถือเป็นทีมที่มีผลงานคงเส้นคงวาทีเดียว น่าจะบดกับ ฝรั่งเศส ได้สนุกในรอบแรก

 

 

กลุ่ม D : อาร์เจนติน่า, ไอซ์แลนด์, โครเอเชีย, ไนจีเรีย

กลุ่มนี้ถ้าดูด้วยตาเปล่า เหมือนทีม “ฟ้า-ขาว” จะไม่ได้เจองานยากมากนัก แต่หากย้อนไปดูผลงานในรอบคัดเลือก ต้องบอกว่า อาร์เจนติน่า อดีตแชมป์โลก 2 สมัย ก็เกือบเอาตัวไม่รอด ต้องไปอยู่ในกลุ่มที่ตายไปแล้ว (Group of Died) กลุ่มเดียวกับ อิตาลี, ชิลี, เนเธอร์แลนด์ ซะแล้ว อย่างไรก็ตามนั่นคือเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ไม่แน่อาจจะถึงเวลาของ ลิโอเนล เมสซี่ และผองเพื่อนอาจจะงัดฟอร์มระดับโลกออกมาในฟุตบอลโลกครั้งนี้ก็เป็นได้

ส่วน ไอซ์แลนด์ ทีมน้องใหม่ในศึกฟุตบอลโลก ต้องโคจรมาเจอ “ทีมตราหมากรุก” โครเอเชีย อีกครั้ง หลังจากพึ่งบดกันมาแล้วในรอบคัดเลือก หลังจากผลัดกันแพ้ชนะมา การเจอกันอีกคำรบน่าเป็นตัวชี้วัดว่าใครจะได้เข้ารอบต่อไป ด้าน “อินทรีมรกต” ไนจีเรีย ดวงสมพงศ์จับมาอยู่ร่วมกลุ่มกับ อาร์เจนติน่า เป็นครั้งที่ 4 แล้ว แต่เพ่งไปดูรายชื่อนักเตะแล้ว คงจะเบียดทีมในกลุ่มยากหน่อย

 

 

กลุ่ม E : บราซิล, สวิตเซอร์แลนด์, คอสตาริก้า, เซอร์เบีย

บราซิล แชมป์โลก 5 สมัย ทางค่อนข้างสะดวกทีเดียวในรอบแรก ลูกทีมของ ติเต้ โชว์ผลงานได้แข็งแกร่งทีเดียว ขุมกำลังอย่าง เนย์มาร์, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และกาเบรียล เชซุส ผลงานกำลังขึ้นหิ้ง มีสิทธิ์พาบราซิลไปไกลถึงขั้นลุ้นแชมป์สมัยที่ 6 ได้เหมือนกัน ส่วนอีก 3 ทีมที่เหลือน่าจะเบียดกันสนุก สวิตเซอร์แลนด์ ไม่เคยผ่านเกินรอบ 16 ทีมสุดท้าย มาตั้งแต่บอลโลก 54 ที่ตัวเองเป็นเจ้าภาพ, คอสตาริก้า ยังมาตามนัด จุดที่น่าสนใจคือ อาเรียล โรดริเกวซ อาจได้เป็นนักเตะที่เล่นอยู่ในไทยคนแรก ที่ได้ไปเล่นฟุตบอลโลก หาก บางกอกกล๊าส ยังไม่ปล่อยตัวออกไปตามข่าว ส่วน เซอร์เบีย ตั้งแต่แยกออกจากยูโกสลาเวีย ก็ยังไม่มีอะไรให้พูดถึงมากนักเหมือนเช่นในอดีต

 

 

กลุ่ม F : เยอรมัน, เม็กซิโก, สวีเดน, เกาหลีใต้

ถือว่ากลุ่มนี้มีความไกล้เคียงกับคำว่ากลุ่มแห่งความตายมากที่สุดแล้ว อย่างไรก็ตาม ทีมฟีฟ่าแรงกิ้งอันดับ 1 อย่าง “อินทรีเหล็ก” เยอรมัน ที่ถูกยกให้เป็นอีกหนึ่งตัวเต็งของรายการนี้ น่าจะผ่านรอบแรกไปได้ไม่ยาก สิ่งที่น่าปวดหัวสำหรับ โยอาคิม เลิฟ อาจจะไม่ใช่คู่แข่งในกลุ่ม แต่กลับเป็นการเลือกขุนพล 23 ที่จะมาลุยรัสเซียในครั้งนี้ ขนาดใช้ทีมชุด B ไปแข่ง ก็ยังอุตส่าห์คว้าแชมป์คอนเฟดเดอเรชั่น คัพ กลับบ้านมาได้ อยู่ที่ทีมเชฟ โยกี้ เลิฟ แล้วหล่ะว่าจะปรุงทีมชุดนี้ให้อร่อยยังไง

ส่วนทีม “จังโก้” เม็กซิโก ที่จอดป้ายแค่รอบสองมา 6 ครั้งติด คงต้องมาเบียดกับ “ไวกิ้ง” สวีเดน ที่พึ่งหักปากกาเซียนทุบทีมขวัญใจมหาชนอย่าง อิตาลี น้ำตาตกร่วงรอบคัดเลือกไปหมาดๆ เช่นเดียวกับ “โสมขาว” เกาหลีใต้ ที่คงต้องพึ่งบริการของ ซอง เฮือง-มิน เยอะหน่อย หากไม่ต้องการมาเล่นที่รัสเซีย 2018 แค่ 3 นัด

 

 

กลุ่ม G : เบลเยี่ยม, ปานามา, ตูนีเซีย, อังกฤษ

ก่อนจับสลากฟุตบอลโลก แฟนๆทั่วโลกต่างคาดการณ์ว่า การต้องมาอยู่ในโถ 2 น่าจะทำให้อังกฤษ มีสิทธิ์ต้องเจอกับ กรุ๊ป ออฟ เดธ อย่างไรก็ตามเมื่อผลจับออกมาพลพรรค “สิงโตคำราม” กลับไม่ต้องเจองานหนักอย่างที่คิด แถมทำเอาแฟนอังกฤษฝันไปถึงแชมป์โลกสมัยที่ 2 กันอีกแล้ว ที่เหลือก็ต้องมาดูฝีมือของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ว่าจะมาตกม้าตายในรอบสุดท้ายหรือไม่ โดยคู่แข่งสำคัญในการแย่งแชมป์กลุ่ม คงหนีไม่พ้น เบลเยี่ยม ที่แข้งส่วนใหญ่เล่นอยู่ในอังกฤษเกือบ 20 ชีวิต ด้วยผลการจับสลาก และขุมกำลังระดับพระกาฬในหลายๆ ตำแหน่ง น่าจะเป็นโอกาสดีสำหรับ“ปีศาจแดงแห่งยุโรป” ชุดที่ว่ากันว่าดีที่สุดในประวัติศาสตร์ที่จะเป็นม้ามืดเข้าไปลุ้นโทรฟี่แชมป์โลกกับเค้าแบบจริงๆ จังๆ ซักที

ส่วน ปานามา ที่ไม่ได้หมายถึงเพลงฮิตในบ้านเราตอนนี้ สำหรับพวกเค้าแล้ว การได้มาสัมผัสบรรยากาศฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรก ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว เช่นเดียวกับ ตูนีเซีย ทีมจากแอฟริกาเหนือ ที่ดูแล้วศักยภาพยังเป็นรอง โอกาสจอดป้ายแค่รอบแรกมีสูงทีเดียว

 

 

กลุ่ม H : โปแลนด์, เซเนกัล, โคลอมเบีย, ญี่ปุ่น

นี่คือกลุ่มเดียวที่ไม่มีทีมระดับแชมป์โลก แต่ก็เป็นทีมระดับคุณภาพทั้งสิ้น โดยโปแลนด์ถูกคาดว่ามีสิทธิ์เป็นม้ามืดในฟุตบอลโลกหนนี้ จากฟอร์มของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่กดไปคนเดียว 16 ประตูในรอบคัดเลือก ส่วน เซเนกัล กลับมาอีกครั้ง หลังจากเคยสร้างความฮือฮาในบอลโลก 2002 นำทัพมาโดย ซาดิโอ มาเน่ ปีกฟอร์มฮอตจากลิเวอร์พูล ด้าน โคลอมเบีย ทีมที่โชว์ผลงานสุดยอดในบอลโลกครั้งที่แล้ว ขุมกำลังหลักยังอยู่กันครบ นำโดย ฮาเมส โรดริเกซ ดาวซัลโวจากบราซิล 2014 ที่แม้ไม่ฮอตกับสโมสร แต่กับทีมชาติถือว่ายังน่ากลัว และสุดท้ายทัพ “ซามูไรบลู” ญี่ปุ่น ที่นักเตะกว่าค่อนทีมเล่นอยู่ในยุโรป ก็ประมาทไม่ได้ ดูแล้ว 4 ทีมจาก 4 ทวีป ถือว่าเป็นกลุ่มที่ฟันธงได้ยากสุดๆ อยู่ที่ว่าทีมไหนจะพร้อมกว่ากัน

 

 

นี่ก็คือภาพรวมคร่าวๆของ 8 กลุ่ม ในฟุตบอลโลก 2018 ทั้ง 32 ทีมคงจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงอีกเยอะ อีก 6 เดือนข้างหน้าคงได้รู้กัน ส่วนแฟนบอลไทยจะได้ชมถ่ายทอดสดกันช่องทางไหนยังไง ตอนนี้ต้องบอกว่าลุ้นกันยิ่งกว่าใครจะเป็นแชมป์โลกซะอีก

 

“เต้ BlackPearl”

 

ดูบอลสดออนไลน์ผ่านเว็บที่นี่ และติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

ยอดนิยมในตอนนี้