ใครจะเปรี้ยง ใครจะแป้ก! จับตาแข้งดังกับสีเสื้อใหม่ บู๊ศึกไทยลีก 2020

ใครจะเปรี้ยง ใครจะแป้ก! จับตาแข้งดังกับสีเสื้อใหม่ บู๊ศึกไทยลีก 2020
KiTTiSaK
10 ก.ย. 63
318
1

หลังจากเรียกเสียงฮือฮาให้กับแฟนบอลมาแล้ว ต่อไปต้องจับตาดูกันว่าบรรดาแข้งดังที่ย้ายทีมในช่วงเปิดตลาดนักเตะรอบพิเศษ จะทำผลงานออกมาเป็นอย่างไรกับต้นสังกัดใหม่ของตัวเอง

ในที่สุดศึกฟุตบอล โตโยต้า ไทยลีก 2020 ก็ได้ฤกษ์กลับมาลงสนามฟาดแข้งกันอีกครั้งในวันที่ 12 กันยายนนี้ หลังจากเจอพิษโควิด-19 อาละวาดจนต้องพักเบรกไปตั้งแต่เดือนมี.ค.

สำหรับช่วงที่ฟุตบอลลีกไม่มีคิวเตะ ไฮไลท์ของวงการลูกหนังจึงไปอยู่ที่การโยกย้ายทีมของพ่อค้าแข้ง ซึ่งไทยลีกมีการเปิดตลาดนักเตะช่วงพิเศษ และมีหลายดีลที่สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับแฟนบอลได้ไม่น้อย แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ เหล่าแข้งดังเหล่านี้จะโชว์ฟอร์มได้ดีมากน้อยแค่ไหน ภายใต้สีเสื้อต้นสังกัดใหม่ของตัวเอง...ต้องติดตาม!

สารัช อยู่เย็น & อันเดรส ตูเญซ

ถือเป็นทีมที่เสริมทัพได้น่าสนใจที่สุดในช่วงตลาดนักเตะรอบนี้เลยก็ว่าได้สำหรับ “เดอะ แรบบิท” บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ซึ่งดึงแข้งใหม่เข้ามาเสริมทีมหลายคน แต่ไฮไลท์ต้องชี้ไปที่ สารัช อยู่เย็น อดีตมิดฟิลด์กัปตันทีมเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และ อันเดรส ตูเญซ ปราการหลังพันธุ์ดุจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 

สำหรับ “เจ้าตังค์” สารัช จะเข้ามาผนึกกำลังในแดนกลางกับ ฐิติพันธุ์ พ่วงจันทร์, สุมัญญา ปุริสาย, เชาว์วัฒน์ วีระชาติ รวมทั้งแข้งต่างชาติอย่าง โตติ ดาวเตะเลือดกระทิง และสมาชิกใหม่สดๆร้อนๆคือ มิสึรุ มารุโอกะ ดีกรีอดีตนักเตะของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้กองกลางของบีจีเป็นหนึ่งในแผงมิดฟิลด์ที่แข็งแกร่งที่สุดของไทยลีกเลยก็ว่าได้

ขณะที่ ตูเญซ ถือว่าหายห่วงกับเวทีไทยลีก หลังจากเป็นหัวใจสำคัญในแนวรับของทีมปราสาทสายฟ้ามานานถึง 7 ปี ส่วนในถิ่นลีโอ สเตเดี้ยม ยังมีเซนเตอร์แบ็กรายอื่นได้แก่ วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ และ อิรฟาน ฟานดี้ ซึ่งล้วนเป็นกองหลังรูปร่างสูงใหญ่ เล่นลูกกลางอากาศได้ดี เช่นกัน

ทั้ง สารัช และ ตูเญซ เป็นนักเตะระดับท็อปที่พิสูจน์ตัวเองในไทยลีกมาแล้ว ซึ่งไม่มีใครสงสัยในเรื่องของฝีเท้า คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับ “โค้ชโอ่ง” ดุสิต เฉลิมแสน แล้วล่ะว่า จะรีดศักยภาพของทั้งคู่ออกมาช่วยทีมได้ดีขนาดไหน

“จาจ้า” ชาคสัน โคเอลโญ่

มั่นใจว่าแฟนบอลไทยต้องจำกันได้สำหรับ รัศมีแข เอ้ย! “จาจ้า” ชาคสัน โคเอญโญ่ ดาวยิงเลือดแซมบ้า ซึ่งเคยมาเขย่าไทยลีก ด้วยผลงานซัดให้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถึง 34 ประตู รั้งรองดาวซัลโวไทยลีก ฤดูกาล 2017 ก่อนจะไปกดอีก 14 ประตูให้กับ เอสซีจี เมืองทอง ในซีซั่นต่อมา

จากนั้น จาจ้า ย้ายไปโซ้ยกิมจิ กับสโมสร ซองนัม เอฟซี จนกระทั่งปีนี้ หัวหอกวัย 34 ปีก็หิ้วสตั๊ดคัมแบ็กสู่ไทยลีกอีกครั้งกับ “กว่างโซ้งมหาภัย” สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ดยเข้ามาเสียบโควตาแข้งต่างชาติแทน มาอิลซอน ปีกแซมบ้าที่โชว์ฟอร์มน่าผิดหวังในช่วงออกสตาร์ทซีซั่น

ไม่ปฏิเสธว่า จาจ้า เคยเป็นหนึ่งในดาวยิงระดับแถวหน้าของไทยลีก แต่ก็ไม่มีใครการันตีได้เหมือนกันว่า เขาจะระเบิดฟอร์มเก่งเหมือนตอนที่สวมยูนิฟอร์ม บุรีรัมย์ หรือ เมืองทอง ได้หรือไม่ รวมไปถึงพฤติกรรมนอกสนามที่เจ้าตัวพิศมัยการปาร์ตี้อย่างหนักหน่วง จนเป็นที่กล่าวขวัญถึงกันมาแล้ว

แต่ถ้าสุดท้าย จาจ้าสามารถงัดฟอร์มเก่าๆออกมาได้ บอกเลยว่าทัพ “กว่างโซ้ง” จะยกดีกรีความดุดันขึ้นมาได้อีกเยอะ

เนลสัน โบนีย่า 

25 ประตูจาก 32 นัดกับ สุโขทัย เอฟซี ในปี 2018 และ 16 ประตูจาก 20 นัดกับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ในปี 2019 นี่คือสถิติการันตีความเฉียบคมของ เนลสัน โบนียา กองหน้าทีมชาติเอล ซัลวาดอร์ ที่ย้ายจาก ทรู แบงค็อก มาร่วมทัพ “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี ด้วยสัญญายืมตัวในฤดูกาลนี้ 

จริงๆแล้ว แนวรุกที่มีอยู่ของท่าเรือก็ถือว่าอันตรายไม่เป็นรองใครในลีก โดยมีทั้ง เฮแบร์ตี้ เฟอร์นันเดส, เซร์คิโอ ซัวเรซ, อดิศักดิ์ ไกรษร แต่ประธานสโมสร “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ต้องการเสริมเขี้ยวเล็บให้ดุดันยิ่งขึ้นไปอีก จึงเป็นที่มาของดาวยิงวัย 29 ปีรายนี้ในสีเสื้อแสด-น้ำเงิน 

น่าสนใจเหลือเกินว่า “เซอร์เด็จ” จเด็จ มีลาภ จะจัดตัวและวางแท็คติกอย่างไร ในยามที่ถิ่นแพท สเตเดี้ยม เต็มไปด้วยดาวยิงฝีเท้าสุดยอดมากมายเช่นนี้

ทิตาวีร์-ทิตาธร อักษรศรี 

เป็นอีกหนึ่งดีลที่เซอร์ไพรส์แฟนบอลได้ไม่น้อย สำหรับคู่พี่น้องฝาแฝด “ปาแปง-โชแปง” ทิตาวีร์ และ ทิตาธร อักษรศรี แบ็กดาวรุ่งวัย 22 ปี ซึ่งโบกมือลา โปลิศ เทโร เอฟซี และหันมา “เชื่อแป้ง” เก็บกระเป๋าเข้าเป็นสมาชิกใหม่ของการท่าเรือ เอฟซี

หากเป็นนักเตะในรุ่นราวคราวเดียวกัน ทั้งคู่ถือว่าไม่เป็นรองใครในประเทศ แต่สำหรับในทีมสิงห์เจ้าท่า “ปาแปง-โชแปง” มีบรรดาแข้งรุ่นพี่ที่ขวางทางอยู่ในตำแหน่งฟูลแบ็ก ไม่ว่าจะเป็น นิติพงษ์ เสลานนท์, เควิน ดีรมรัมย์, มาร์ติน สตูเบิ้ล หรือ อดิศร พรหมรักษ์ ที่สามารถเล่นได้ทั้งแบ็กขวาและเซนเตอร์

แน่นอนว่าการอำลา เทโร มาอยู่กับ ท่าเรือ คือความสำเร็จในเส้นทางฟุตบอลของคู่ฝาแฝดแข้งทอง ที่ได้ย้ายไปยังสโมสรที่ใหญ่ขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ทั้งคู่ก็ต้องเผชิญกับความกดดันที่มากขึ้น ตลอดจนการแย่งชิงตำแหน่งภายในทีมที่เข้มข้นมากขึ้นด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่นี่ก็เป็นบททดสอบสำคัญของพี่น้องคู่นี้ หากต้องการยกระดับตัวเองขึ้นไปอีกขั้น

มาร์โก เชโปวิช

นี่อาจจะไม่ใช่ดีลย้ายทีมของสโมสรในไทยลีกด้วยกันเอง แต่ในช่วงหลัง นี่คือตำแหน่งที่จะถูกจับตามองจากแฟนบอลไทยทุกครั้ง นั่นคือ กองหน้าของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 

นับตั้งแต่ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ บ๊ายบายทีมปราสาทสายฟ้าไปเมื่อปี 2018 บุรีรัมย์ก็ยังไม่สามารถหาดาวยิงที่เข้ามาผลิตสกอร์เป็นตัวตายตัวแทนของ “พี่หยอง” ได้เลย โดยในฤดูกาล 2020 บุรีรัมย์คว้าตัว แบร์นาโด คูเอสต้า กองหน้าอาร์เจนไตน์ และ ริคาร์โด้ บูเอโน่ หัวหอกแซมบ้า เข้ามาสู่ทีม

ผลปรากฏว่า...ถูกปล่อยตัว เก็บกระเป๋าย้ายออกไปทั้งคู่แล้วจ้า

และกองหน้าคนใหม่ล่าสุดที่บุรีรัมย์อิมพอร์ตเข้ามาก็คือ มาร์โก เชโปวิช ดาวยิงชาวเซอร์เบีย เจ้าของส่วนสูง 191 เซนติเมตร ซึ่งย้ายจากจากสโมสร เคย์เคอร์ ริเซสปอร์ ในลีกตุรกี โดยก่อนหน้านี้ เชโปวิช เคยค้าแข้งให้กับสโมสรดังในยุโรปหลายทีม อาทิ ปาร์ติซาน เบลเกรด, โอลิมเปียกอส, เรอัล มายอร์ก้า และผ่านเวทีใหญ่อย่างศึกยูโรป้า ลีก มาแล้วด้วย

นอกจากนี้ เชโปวิช ยังเคยลงเล่นทีมชาติเซอร์เบียชุดใหญ่ 5 นัดในช่วงปี 2012-2013 โดยได้รับใช้ชาติชุดเดียวกันกับแข้งดังอย่าง เนเวน ซูโบติช, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, ดูซาน ทาดิช, อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ และ เนมันยา มาติช มาแล้วอีกต่างหาก

อย่างไรก็ตาม นั่นคือดีกรีฝีเท้าที่ผ่านมา แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ผลงานในสนามปัจจุบัน ซึ่งอีกไม่นานคงได้รู้กันว่า บุรีรัมย์จะต้องควานหากองหน้าคนใหม่อีกครั้งหรือไม่ หรือว่า เชโปวิช จะเป็นคนที่ใช่ของทัพปราสาทสายฟ้า!!

"111"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

>> โปรแกรมแข่งขัน และลิ้งก์ดูบอลสด ศึกโตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาล 2020

>> อัพเดท ตลาดซื้อขายนักเตะ นักบอลย้ายทีม ศึกไทยลีก 2020 รอบพิเศษ

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ